คิดถูกคิดผิด คิดอย่างไร
ขอเล่านิทานตลกๆ ที่เป็นเรื่องจริงให้ฟังสัก 1 เรื่องครับ
ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเมืองๆหนึ่งจัดอบรมคุณครูผู้สอนในหัวข้อที่เกี่ยวกับ “ทักษะการคิด”
ในตอนท้ายของการอบรม วิทยากรก็ให้โจทย์คุณครูผู้สอนว่าให้แต่ละคนเขียนแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกมาว่า คิดถูก คิดผิด ต่างกันอย่างไร เพื่อแสดงทักษะการคิด
คุณครูหลายท่านต่างก็คิด และ เขียนออกมาอย่างหลากหลาย
มีคุณครูท่านหนึ่งเขียนออกมาไม่เหมือนใครครับ โดยเขียนเพื่อแสดงทักษะการคิดออกมาว่า
“คิดถูก คือ คิดตรงกับผู้บริหาร
คิดผิด คือ คิดไม่ตรงกับผู้บริหาร”
จบ
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...........................................................
สวัสดีค่ะ ท่าน ผอ.
สวัสดีครับ อาจารย์ สมอล
ตรงกับหลักกฎหมาย ที่ว่า "ความยุติธรรม คือความพอใจ"ครับท่าน
เป็นความคิดแบบประชดประชันครับ
(พอดีผมรู้จักคุณครูท่านนั้น)
ขอบคุณครับ
ตรงนี้เป็นจริงที่สุดครับ
"ความยุติธรรม คือ ความพอใจ"
ขอบคุณครับ
อยากจะคิดเหมือนครูท่านนั้นนะคะ
แต่ต้องเก็บไว้ในใจทั้งความคิดและความเห็นและความขัดแย้ง
"น้ำขุ่นอยู่ใน น้ำใสอยู่นอก" ถูกต้องแล้วครับ
ค่อยรอจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม
เขาคงฟังเราบ้างแหละครับ
ขอบคุณครับ
มองต่างมุม นะคะ
ต้องมีเหตุผล ที่ผู้บริหารคิดแบบนั้น
ถ้ามีส่วนที่ดี อยู่ มีส่วนที่เราเห้นด้วยอยู่ ก็ ต้องถือโอกาส สนับสนุน และอาศัย ทำด้วย เพราะ ถ้า ท่าน คิดทำอะไร มันจะมีสิทธิ์ สำเร็จง่ายกว่า เราทำเองมากๆ
ถ้าเราไม่เห็นส่วนดี เลย อาจยืนห่างๆ และดูต่อ
ไม่เชียร์ แต่ไม่ทำ จนกว่าจะเข้าใจสิ่งที่ท่านทำมากขึ้น แล้วตัดสินใจใหม่ค่ะ
ในที่ประชุม...อะไรก็ได้...คิดไม่ออก
แต่นอกห้องประชุม...คิดออกกันเก่งมาก ๆ
เป็นความคิดเห็นที่ดีมากครับ
ออกมากลางๆ ระหว่างผู้บริหารและผู้ปฏิบัติ
ช่วยลดช่องว่างทางความคิดระหว่างผู้บริหารและผู้ปฏิบัติได้ดีมากครับ
เมื่อหลายคนคิดอย่างคุณหมอ ความขัดแย้งก็น่าจะน้อยลงไปได้บ้าง คือ อยู่กันด้วยความเข้าอกเข้าใจกัน
ขอบคุณครับ
เป็นอย่างนี้จริงๆนะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
คิดถูกคือคิดตรงกับผู้บริหาร
คิดผิดคือคิดไม่ตรงกับผู้บริหาร
.....อ่านแล้ว ก็ชวนให้คิดว่า...ผู้บริหารของท่านเป็นคนอย่างไร ...ค่ะ
ครูที่คิดแบบท่านดังตัวอย่าง เขาก็มีวันเกษียณเหมือนกันค่ะ สัจจธรรมข้อนี้ สำหรับผู้คิดเข่นนั้น ไม่มีใครเป็นอื่นไกลไปจากคำว่า เกษียณ แล้ว มันอยู่ที่ว่าใครเข้าใจก็เร่งรีบสร้างความดีไว้ดีกว่า เวลาเกษียณจะได้ไม่ต้องมาเสียใจ กับความในใจของตนเอง สุภาษิตนำขึ้นให้รีบตักก็ดี แต่เราน่าจะใช้ชื่นชมคนที่ตักทำความดีมากกว่า ไม่รู้สิคะ ตราบใดที่มนุษย์ยังมีกิเลส รักโลภ โกรธ หลง อยู่ เราๆ ท่านๆ ก็ได้แต่หวังเหมือนที่สังคมคาดหวังให้ครูเราเลอเลิศ ประเสริฐศรี แต่มันก็เป็นเพียงแค่ความคิด ตาชั่งยังเอียง ครูยังเจอภาวะเศรษฐกิจ เพราะครูก็เป็นอะไรในสังคมเหมือนคนอื่น ก็เคยมองเขาเหล่านั้นด้วยความสมเพช แล้วมาย้อนดูตัวเอง น่าขำ..เขาอาจมองเราน่าสมเพศกว่า ..