อัลฮัมดุลิลลาห์ครับ สำหรับการสอบวันแรกของมหาวิทยาลัย ผมเป็นประธานอำนวยการสอบ เลยมาทำงานแต่เช้า (ฮิฮิ แต่ถึงมาช้ากว่าหลายๆ ท่าน) ดูเหมือนปีนี้จะราบรื่นกว่าครั้งก่อนๆ มีปัญหาบ้างที่เป็นปัญหาเดิมๆ
วันนี้เห็นการคุยชี้แจงระหว่างอาจารย์ที่มาคุมสอบ แต่ปรากฏตารางคุมสอบของท่านถูกเปลี่ยนกับเจ้าหน้าที่ แล้วอึดอัด แต่ได้ข้อคิดดีๆ ไว้เตือนใจตัวเอง แฮะแฮะ แล้วก็ได้เตือนสติทีมงานไปแล้ว เขาสองคนคุยอะไรกัน? แล้วทำไมจึงได้ข้อคิดสำหรับการทำงานของผม
อาจารย์ท่านเข้ามาในห้องอำนวยการด้วยอารมณ์เคืองนิดๆ อันเนื่องจากที่ห้องสอบมีคนคุมสอบเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ท่าน ท่านต้องการทราบว่า เกิดอะไรขึ้น เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปชี้แจง ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นความผิดพลาดจากการไม่ได้แจ้งข้อมูลใหม่ให้กับอาจารย์ ทีมงานผมก็พยายามชี้แจง แต่อาจารย์ก็ยังไม่หายเคือง ทั้งๆ ที่ความจริงปรากฏแล้ว คนนั่งดูอย่างผมก็เลยอึดอัด แต่ก็อยากดูว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร และแล้วการจบคือ อาจารย์ท่านนี้ก็ออกไปจากห้องอำนวยการเพื่อไปคุมสอบ
เวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง ผมก็บอกกับน้องทีมงานว่า เหตุการณ์เมื่อกี้จะไม่ยืดเยือยืดยาวเลย ถ้าคุณเริ่มต้นด้วยคำว่า "ขอโทษ" ก่อนแล้วชี้แจงไป ผมไม่ได้โทษใครนะครับ ถ้าผมเป็นอาจารย์ท่านดังกล่าว ผมก็จะเดือดเหมือนกัน (ก็ผมเป็นยังงี้นี้ครับ) แต่ผมเชื่อว่า ถ้าการสนทนาในช่วงเริ่มต้นสามารถปรับอุณหภูมิของผมลงได้จากคู่สนทนา เรื่องก็จะจบเร็วขึ้น เพราะความจริงคือ มันไม่ใช่ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ ออ.สำหรับครั้งนี้ก็ต้องชมน้องเจ้าหน้าที่ครับ เพราะเขาตอบผมว่า หลังจากที่อาจารย์ออกจากห้องไปคุมสอบ เขาก็โทรไปขอโทษแล้ว
ผมเองยอมรับครับ ส่วนตัวบางทีเผลอตัวครับ เช่นกำลังเคลียดอยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วมีเรื่องใหม่เข้ามา บางทีก็วีนใส่เรื่องใหม่ไปโดยที่เขาไม่ทันตั้งหลักครับ ที่แย่ๆ คือ บางทีไม่ได้ขออภัยกันหลังจากนั้น แล้วก็ต้องปล่อยให้เวลาผ่านไปหลายวันจึงจะสามารถไปกล่าวขออภัยเขาได้
อันนี้ถ้าย้อนไปดูหลักคำสอนของศาสนา ตามพระวัจนะของท่านศาสนทูต ที่ท่านก็ให้คำแนะนำเอาไว้ ผมพอจะจำความได้ว่า "ให้ตอบโต้กลับด้วยสิ่งที่ดีกว่าครับ ไม่ใช่ด้วยวิธีการที่เลวร้ายกว่า" หรือหากหาอะไรที่ดีกว่าไม่ได้แล้ว การนิ่งเสีย ดีที่สุด ผมคงสอบตกเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วครับ
หลังจากเสร็จสังเกตการณ์ในช่วงเช้า ผมก็มาตั้งโต๊ะสนทนากับรองคณบดีฝ่ายบริหารและหัวหน้าสำนักงานคณะ คุยไปคุยมา ผมรู้สึกว่า มีคดีหนึ่งที่กรรมการบริหารคณะขาดความรอบคอบในการพิจารณา และเราก็เริ่มรู้สึกว่า ไม่ควรปล่อยให้ผ่านไป ก็เลยตกลงว่า ขอนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุม ทบทวนมติกันใหม่
สรุปว่า เช้านี้เริ่มต้นได้ดีครับ กับการได้ทบทวนตนเอง
ขอบคุณครับ ครูโย่ง หัวหน้า~ natadee
การเรียนรู้และยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น นำไปสู่การก้าวเดินที่มั่นคงครับ
+ สวัสดีค่ะ...อาจารย์
+ เห็นด้วยกับสิ่งนี้ค่ะ..."ให้ตอบโต้กลับด้วยสิ่งที่ดีกว่าครับ ไม่ใช่ด้วยวิธีการที่เลวร้ายกว่า"
+ แม่เคยสอนแบบนี้เหมือนกันค่ะ..." ในเมื่อเราดีอยู่แล้ว...เราจะลดตัวไปต่อปากต่อคำทำไม..ถ้าอย่างนั้นเรานั้นแหละดูแย่กว่า..."
+ ขอบคุณมากค่ะ..ที่ทำให้ได้ทบทวนตัวเองค่ะ...
สวัสดีค่ะอ. krutoi แวะมาอ่านเรื่องดีๆ ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ
สติมาก่อนเป็นสิ่งที่ดี แต่เรามักลืม เป็นเรื่องปกติ คิดดี ทำดี พูดดี คบเพื่อนดี อยู๋ในที่ที่ดี สบายใจค่ะอาจารย์
สวัสดีค่ะอาจารย์
รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
สลามครับ...อาจารย์ครับทำไมปัญหาที่ผมเจอที่มหาวิทยาลัย จึงเป็นอะไรที่ซ้ำๆ เพราะบางครั้งมันไม่น่าจะเกิดขึ้น ผมอาจจะจริงจังกับหลายเรื่องเพราะผมมองว่าสุดท้ายแล้วพอเกิดปัญหาหลักฐานเท่านั้นที่จะช่วยแจงคนที่นี่ได้ (ดูจากหลายกรณ๊...อาจารย์ก็เคยเจอมิใช่หรือครับ) ยิ่งทำงานไปยิ่งต้องทำตัวเองว่า "มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง" ทั้งๆที่หลายคนรู้ดีว่า "มุสลิมเราจะไม่โดนงูกัดในซ้ำรูเดิมถึง 2 ครั้ง" บางครั้งมันก็งงนะครับ และสับสนด้วย ไม่ได้คำตอบกับการช่วยเหลือของมหาวิทยาลัยในหลายครั้งไม่เป็นไรยังพออดทนและเก็บไว้ได้ แต่อย่าสร้างเรื่องราวให้เป็นคำถามอีกมากมายเลยครับ...เพราะบางครั้งความอดทนของคนเราก็มีจำกัดนะครับ (โดยเฉพาะผม)
ขอบคุณครับอาจาย์ krutoi
ตั้งสติก่อนสตาร์ทครับ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
ขอบคุณครับ ครูอ้อย แซ่เฮ
ปัญญาเกิดได้ ด้วยการเผชิญปัญหาด้วยสติ
ขอบคุณครับอาจารย์เสียงเล็กๆ
ปัจจุบัน เราถนัดการรักษามากกว่าการป้องกันครับ ดีที่ตอนนี้โรคมันยังไม่ดื้อยา
ผมขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์สู้ต่อครับ
ขอบคุณครู แอมแปร์~natadee
เป็นคำสอนที่มีคุณค่าครับ
อัสสาลามูอาลัยกุม
งัยผมก็ต้องขอขอบคุณอาจารย์มากๆน่ะครับที่กรุณาช่วยดึงสติของผมกลับมาใช้งานใหม่ หากถ้าถามว่าเคยเรียนมาบ้างมัยผมก็ปฏิเสธไม่ได้ครับ เพราะรู้ถึงขนาดว่า(มีหลักคำสอนศาสนาได้อุปมาเหมือนคนที่่เอาก้อนหินขว้างต้นแอบเปิลเพื่อต้องการลูกของมัน กระนั้นต้นไม้ต้นนั้นก็ย่อมตอบแทนด้วยลูกของมันที่หวานหอมกรอบอร่อย แต่ผมขอบอกความรู้สึกส่วนตัวว่าตอนนั้นมันเป็นช่วงชลมุนมากๆโดยที่ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรเดียวอาจารย์ท่านนี้ถามเดียวอาจารย์ท่านโน้นมาถามมันยังไม่ทันจบเป็นเรื่องๆ และด้วยกิเลกของความเป็นมนุษย์มันก็ย่อมแสดงออกมาให้เห็นครับก็ผมไม่ใช่ผู้วิเศษวิโศอะไรนี่ครับ ฮิฮิ แต่สุดท้ายความดีที่พอจะมีอยู่บ้างสามารถยับยั้งอารมณ์ได้โดยการโทรไปแล้วขอโทษอาจารย์หลังเคลียงานเสร็จครับ และมาได้สติจริงๆอีกเมื่อครั้งอาจารย์จารุวัจน์บอกว่า เหตุการณ์เมื่อกี้จะไม่ยืดเยือยืดยาวเลย ถ้าคุณเริ่มต้นด้วยคำว่า "ขอโทษ" ก่อนแล้วชี้แจงไป ขอบคุณมากครับอาจารย์
วาอาลัยกุมุสลาม
สิ่งที่ผ่านมาทั้งหมด มีคุณค่าสำหรับเราในการเรียนรู้เสมอครับ