อ่านทั้งหมด ที่เวป http://khunsamatha.com/

พระพุทธโฆษะ ยอดอรรถกถาจารย์... 

อารัมภกถา-พุทธโฆสุปปัตติ 


  คัมภีร์พระวิสุทธิมรรคนี้ บัณฑิตทั้งปวงพึงรู้ว่าพระคันถรจนาจารย์ ผู้มีนามปรากฏว่า พระพุทธโฆษาจารย์ ซึ่งได้จตุปฏิสัมภิทาญาณรู้แตกฉานชำนาญในพระไตรปิฎก ผู้มีปัญญาวิสารทะแกล้วกล้า ได้รจนาตกแต่งไว้ เพื่อให้ประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา 

  จะกล่าวความอุบัติบังเกิดขึ้นแห่งพระพุทธโฆษาจารย์ เลือกคัดข้อความตามนิทานประวัติที่มีมาในคุมภีร์พุทธโฆสุปปัตติ แลคัมภีร์ญาโณทัยปกรณ์แต่โดยสังเขป 

 มีความว่า พระผู้เป็นเจ้าพระพุทธโฆษาจารย์พระองค์นี้ แต่ปุเรชาติปางก่อนได้บังเกิดเป็นเทพบุตร มีนามว่าโฆสเทวบุตร เสวยทิพยสมบัติอยู่ในดาวดึงส์เทวโลก

ครั้นเมื่อพระพุทธศาสนากาลล่วงได้ ๒๓๖ พรรษา นับตั้งแต่สมเด็จพระผู้มีพระภาค เสด็จดับขันธปรินิพพาน

พระมหินทเถรเจ้าผู้เป็นองค์พระอรหันต์ผู้วิเศษ ได้ออกไปประดิษฐานพระปริยัติธรรมศาสนาไว้ในลังกาทวีป
ครั้นล่วงกาลนานมาในภายหลังกุลบัตรในชมพูทวีปนี้ จะเรียนรู้พระปริยัติธรรมได้โดยยากในกาลใดในกาลนั้น

จึงมีมหาเถระองค์หนึ่ง เป็นพระมหาขีณาสพ มีนามว่าพระธรรมโฆษาจารย์ อีกนามหนึ่งเรียกว่า พระเรวัตมหาวเถระเป็นผู้มีฤทธิ์ คิดจะบำรุงพระปริยัติศาสนาของสมเด็จพระบรมศาสดาให้ถาวรรุ่งเรื่อง

จึงเข้าสู่ฌานสมาบัติ สำแดงฤทธิ์ขึ้นไปปรากฏอยู่เฉพาะพระพักตร์สมเด็จท้าวสักกะเทวราช ในดาวดึงส์พิภพ ขอให้อาราธนาโฆสเทวบุตร ผู้มีสมภารบารมีได้สร้างสมอบรมมาในสำนัก พระพุทธเจ้าแต่ปางก่อนหลายพระองค์เป็นผู้มีไตรเหตุกปฏิสนธิปัญญาอันแก่กล้า ให้จุติลงมาบังเกิดในมนุษย์ ช่วยบำรุง พระปริยัติศาสนา ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ถาวรรุ่งเรืองสืบไป 

ครั้นในโฆสเทวบุตร รับอาราธนาสมเด็จท้าวเทวามินทรเทวราชแล้วก็จุติลงมาเกิดในครรภ์นางเกสินีพราหมณี ผู้เป็นภรรยาเกสิพราหม์ปุโรหิตาจารย์ ผู้รู้ชำนาญในไตรเพท อยู่ในบ้านโฆสคามเป็นที่ใกล้ต้นพระมหาโพธิ์ในพระนคร อันเป็นแว่นแคว้นแผ่นดินมัชฌิมประเทศ ในชมพูทวีป

ขณะเมื่อทารกนั้นบังเกิด เสียงคนในบ้านตลอดถึงทาสกรรมกรเป็นต้น กล่าวคำมงคลแก่กันและกัน ดังแซ่ซ้องกึกก้องไป มารดาบิดาแลญาติญึงให้นามแก่ทารกนั้นว่า โฆสกุมาร เพราะเหตุเสียงกล่าวมงคลกถาอันดังกึกก้องนั้น 

 ครั้นโฆสกุมารมีวัยวัฒนาการอายุได้ ๗ ขวบ ก็มีสติปัญญาสามารถเฉลียวฉลาดยิ่งนัก ได้เล่าเรียนรู้คัมภีร์ไตรเพทแตกฉานแต่ภายในอายุ ๗ ขวบ 

 ฝ่ายพราหมณ์ปุโรหิตบิดาโฆสกุมาร เป็นพระมหาราชครูผู้สั่งสอนไตรเวททางคศาสตร์ แด่สมเด็จบรมกษัตริย์ในพระนครนั้น แลได้พาบุตรเข้าไปในพระราชวังด้วยเป็นนิตย์ 

 ในเวลาวันหนึ่ง พราหมณ์ปุโรหิต บอกสอนไตรเพทแด่พระมหากษัตริย์ถึงบทคัมภีร์คัณฐี ในไตรเพทบทหนึ่ง ก็มีความสงสัยคิดอรรถาธิบายไม่ออกได้ จึงทูลลาพาบุตรกลับมาบ้าน คิดตรึกตรองอยู่เนือง ๆ ก็ยังไม่ลงเห็นอรรถาธิบายนั้นได้ 

  ฝ่ายโฆสกุมารรู้ว่า บิดาคิดอรรถาธิบายแห่งบทไตรเพทนั้นติดตัน จึงเขียนข้ออธิบายแห่งบทคัณฐีในเตรเพทลงไว้ในใบลาน ครั้นบิดาออกมาได้เห็นอักษร ก็เข้าใจในอรรถาธิบายนั้น แล้วรู้ว่าบุตรของตนมีปรีชาเชี่ยวชาญเลียวฉลาดยิ่งนัก มาเขียนอรรถาธิบายแห่งข้อสงสัยนั้นไว้ให้ ก็ชื่นชมดีใจหาที่สุดมิได้ จึงพาบุตรเข้าไปเฝ้าพระมหากษัตริย์กราบทูลประพฤติเหตุนั้น 

 สมเด็จบรมขัตติยราชก็ทรงพระโสมนัส ชอบพระราชหฤทัยยิ่งนัก จึงสวมกอดเจ้าโฆสกุมารให้นั่งขึ้นนั่งเหนือพระเพลา จุมพิตศิรเกล้า แลมีพระราชดำรัสว่า แต่นี้ไปเจ้าจงเป็นบุตรบุญธรรมของเรา แลตรัสสรรเสริญปัญญาโฆสกุมารเป็นอันมาก

ครั้นโฆสุกุมาร มีวัยวัฒนาการเจริญขึ้น ได้มาบรรพชาในสำนักพระธรรมโฆษาจารย์ ผู้เป็นพระอุปัชฌายาจารย์

ได้เล่าเรียนพระธรรมวินัยไตรปิฎก (เอามาเรเนว) ในประมาณเดือนเดียวเท่านั้นก็ได้สำเร็จรู้พระสูตร พระวินัย พระอภิธรรม ทั้งสามปิฎก

ครั้นได้อุปสมบทบวรเป็นภิกษุภาพในพระพุทธศาสนาแล้ว ก็มีปัญญาวิสารทะแกล้วกล้า ได้สำเร็จจตุปฏิสัมภิทาญาณ รู้แตกฉานชำนาญในบาลีแลอรรถกถา แลนิรุติ บทวิคคหะแลปฏิภาณ

การกล่าวโต้ตอบโดยคล่องแคล่ว พร้อมองค์แห่งปฏิสัมภิทาญาณทั้งสี่ มากิตติคุณสรรเสริญปัญญา เลื่องลือกึกก้องแผ่ไปในสกลชมพูทวีป

จึงมีนามปรากฏว่า พระพุทธโฆสภิกษุ และพระพุทธโฆษาจารย์เปรียบปานดุจดังสมเด็จพระพุทธองค์ ยังทรงทรมานมีพระชนม์อยู่ ซึ่งมีพระกิตติศัพท์ แลพระกิตติคุณแผ่ฟุ้งเฟื่องไปในพื้นมหิดล หาที่สุดมิได้