--->> ครั้นอยู่มาถึงเวลาสมควร พระมหาเถระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์จึงมีเถรศาสน์สั่งสอนพระพุทธโฆษาจารย์ ให้ไปแปลพระพุทธวจนะปริยัติธรรมไตรปิฎกในลังกาทวีป ออกจากสีหฬภาษากลับขึ้นมาสู่มคธภาษามายังชมพูทวีป เพื่อประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาให้ถาวรสืบไป
-->> ฝ่ายพระพุทธโฆษาจารย์ รับอุปัชฌาย์ศาสน์ จึงขอผลัดเวลาไปทรมานบิดาซึ่งยังเป็นมิจฉาทิฏฐิอยู่ ให้กลับเป็นสัมมาทิฏฐินับถือเลื่อมใสในพระรัตนตรัย จนได้สำเร็จพระโสดาปัตติผลแล้ว
พระผู้มีพระเป็นเจ้าก็กลับมานมัสการลาพระอุปัชฌาย์ ลงสู่สำเภากับด้วยพวกพาณิชสำเภาก็แล่นออกไปสู่มหาสมุทร ในขณะนั้น
-->> ด้วยเดชะวิสุทธิมรรคศีลาทิคุณ แลอำนาจบุญเจตนาของพระพุทธโฆษจารย์ ซึ่งตั้งจิตจะแปลพระปริยัติธรรม ช่วยบำรุงพระพุทธศาสนาให้ถาวรสืบไปนั้น เป็นบุญกิริยาวัตถมหากุศล
บังเกิดเป็นทิฏฐธรรมเวทนีย์ ผลจึงมีเทวราชานุภาพของท้าวสักกะเทวราช แลพรหมานุภาพของพระพรหมผู้มีมหิทธิฤทธิ์ มาช่วยพิทักษ์รักษาสำเภาพระพุทธโฆษาจารย์ให้แล่นไปในมหาสมุทรโดยสวัสดี ไม่มีภัยอันตราย
เมื่อสำเภาพระพุทธโฆษาจารย์แล่นไปได้ ๓ วัน ได้พบสำเภาพระพุทธทัตตเถระองค์หนึ่ง ซึ่งแล่นออกจากท่าลังกาทวีปาในมหาสมุทร
พระเถระทั้ง ๒ ได้ออกมาปฏิสันถารไต่ถามถึงกิจต่อกัน ครั้นพระพุทธทัตตะทราบว่า พระพุทธโฆษาจารย์จะออกไปแปลพระปริยัติธรรมในลังกาทวีป ดังนั้น ก็ยินดีเลื่อมใสยิ่งนัก
จึงแจ้งว่าท่านได้แปลพระปริยัติธรรมไว้ ๓ คัมภีร์ คือบาลีชินาลังกา ๑ บาลีทันตธาตุ ๑ บาลีพุทธวงศ์ ๑ แต่ยังหาได้รจนาคัมภีร์อรรถกถา แลคัมภีร์ฎกีกาไม่
จึงอาราธนาพระพุทธโฆษาจารย์ให้ช่วยตกแต่งคัมภีร์อรรถกถา แลคัมภีร์ฎีกาสำหรับบาลี ๓ คัมภีร์นั้น เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาสืบไป
แล้วพระพุทธทัตตเถระ จึงถวายผลสมอเป็นยาฉันแก้โรค ๑ เหล็กจารมีด้าม ๑ ศิลาลับเหล็กจาร ๑ แก่พระพุทธโฆษาจารย์ สิ่งของทั้ง ๓ สิ่งนี้ สมเด็จท้าวสุชัมบดีเทวราชได้ถวายแก่พระผู้เป็นเจ้ามาแต่ก่อน
ในคัมภีร์ญาโณทัยปกรณ์กล่าวว่า สมเด็จท้าวสักกะเทวราชก็ได้ถวายผลหริตกี คือสมอไทยฉันเป็นยาแก้โรคกับเลขณี กับเหล็กจาร แก่พระพุทธโฆษาจารย์ดุจเดียวกัน ในวันที่พระผู้เป็นเจ้าลงสู่ท่าสำเภา ออกมาจากชมพูทวีปนั้น
ครั้นแล้วสำเภาพระพุทธทัตตเถระ ก็แล่นเข้ามาสู่ชมพูทวีปนี้ สำเภาพระพุทธโฆษาจารย์ ก็แล่นออกไปถึงท่าที่จอดในลังกาทวีป
ครั้นได้เวลาสมควร พระพุทธโฆษาจารย์ จึงไปสู่สำนักสมเด็จพระสังฆราชาธิบดีผู้มีนามว่าพระสังฆบาล ผู้เป็นจอมสงฆ์ในลังกาทวีปซึ่งสถิตในมหาวิหาร นั่งอยู่เบื้องหลังศิษย์ผู้มาเรียนพระปริยัติธรรมในเวลานั้น
สมเด็จพระสังฆราช บอกพระอภิธรรมแลพระวินัยแก่ศิษย์สงฆ์ ถึงบทคัณฐีพระอภิธรรมก็ไม่ได้เข้าใจความอธิบาย จึงส่งสงฆ์ศิษย์ทั้งหลายให้กลับไปก็เข้าสู่ห้องคิดตรึกตรองอรรถาธิบายในบทคัณฐีพระอภิธรรมนั้นอยู่
ฝ่ายพระพุทธโฆษาจารย์รู้ว่า สมเด็จพระสังฆราชไม่ทราบอรรถาธิบายในบทคัณฐีพระอภิธรรม จึงเขียนความอธิบายแลอรรถกถาลงไว้ในแผ่นกระดานใกล้อาศรมสมเด็จพระสังฆราช แล้วก็กลับมาสู่ที่อยู่
ครั้นสมเด็จพระสังฆราชออกมาจากห้องได้เห็นอักษร ก็เข้าใจความอธิบายในบทคัณฐีพระอภิธรรมนั้น โดยแจ้งชัด จึงใช้คนปฏิบัติไปถามอาราธนาพระพุทธโฆษาจารย์มาไต่ถาม
--->> ครั้นได้ทราบความว่าพระพุทธโฆษาจารย์ เป็นผู้บอกกล่าวสั่งสอนพระไตรปิฎก พระพุทธโฆษาจารย์ไม่รับ จึงแจ้งกิจแห่งตนอันพระอุปัชฌาย์ส่งมาให้แปลพระปริยัติธรรมออกจากสีหฬสภาษา ขึ้นสู่มคธภาษา
-->>> ฝ่ายสมเด็จพระสังฆราชก็มีความยินดียิ่งนัก รับคำว่า่สาธุดีแล้วจึงอาราธนาพระพุทธโฆษาจารย์ ให้รจนาตกแต่งคัมภีร์พระวิสุทธิมรรคซึ่งเป็นยอดธรรมสั่งสอนของสมเด็จพระผู้มีพระภาค ให้ดูคัมภีร์หนึ่งเพื่อเห็นปัญญาสามารถก่อน
-->>> ฝ่ายพระพุทธโฆษาจารย์ รับคำอาราธนาสมเด็จพระสังฆราช แล้วจึงรจนาตกลงแต่งคัมภีร์พระวิสุทธิมรรคซึ่งเป็นยอดธรรมสั่งสอนของสมเด็จพระผู้มีพระภาค ให้ดูคัมภีร์หนึ่งเพื่อเห็นปัญญาสามารถก่อน
-->>> ฝ่ายพระพุทธโฆษาจารย์ รับคำอาราธนาสมเด็จพระสังฆราช
แล้วจึงรจนาตกลงแต่งคัมภีร์พระวิสุทธิมรรคปกรณ์ ตั้งคาถาพระพุทธฎีกาว่า (สีเล ปติฏาย นโร สปญฺโญ)เป็นอาทิ ลงเป็นหลักสูตร
จึงรจนาตกแต่งอรรถกถาได้โดยรวดเร็วยิ่งนัก ครั้นสำเร็จจบพระคัมภีร์แล้วก็ตั้งไว้ จึงจำวัดหลับไป พระคัมภีร์นั้นก็หายไป ด้วยสักกะเทวราชานุภาพ
ครั้นพระผู้เป็นเจ้าตื่นขึ้นไม่เห็นคัมภีร์ของตน ก็จารคัมภีร์พระวิสุทธิมรรคขึ้นอีก เป็นคัมภีร์คำรบสองโดยรวดเร็วยิ่งนัก ด้วยแสงสว่างแห่งประทีป
ครั้นสำเร็จแล้วก็วางคัมภีร์นั้นไว้ และจำวัดหลับไปอีก พระคัมภีร์นั้นก็หายไปด้วยเทวราชานุภาพแห่งท้าวสักกะเทวราชอีกเล่า
ครั้นพระผู้เป็นเจ้าตื่นขึ้นไม่เห็นคัมภีร์เป็นคำรบสองนั้นแล้ว ก็รีบด่วนจารคัมภีร์พระวิสุทธิมรรคขึ้นอีก เป็นคัมภีร์คำรบสาม ด้วยแสงประทีปอันสว่าง ครั้นจารเสร็จแล้ว จึงผูกคัมภีร์พระวิสุทธิมรรคคำรบสามนั้นไว้กับจีวร
พอเวลารุ่งเช้า พระผู้เป็นเจ้าตื่นขึ้น เห็นในพระคัมภีร์พระวิสุทธิมรรคทั้งสองคัมภีร์ ที่พระผู้เป็นเจ้าได้รจนาและจารซึ่งหายไปนั้นอันท้าวสักกะเทวราชนำมาคืนให้ตั้งไว้ในที่ดังเก่า พระผู้เป็นเจ้าก็มีความโสมนัสชื่นชม
-->>> ตามพระคัมภีร์ญาโณทัยปกรณ์กล่าวว่า ซึ่งสักกะเทวราชานุภาพบันดาลให้เป็นไปทั้งนี้ เพื่อให้เกิดบุญกิริยาวััตถุแก่มหาชน เพื่อได้ถวายใบลานใหม่ ให้พระผู้เป็นเจ้าจารพระวิสุทธิมรรคเป็นประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาได้หลายคัมภีร์
แต่บัณฑิตทั้งปวงอนุมานว่า “ซึ่งสักกะเทวราชานุภาพให้เหตุเป็นไปทั้งนี้ เพื่อแสดงความสามารถแห่งปัญญาวิสารทะ แลวิริยะอุตสาหะของพระผู้เป็นเจ้าให้ปรากฏแก่ชนชาวลังกาทวีปทั่วไป”
ครั้นแล้ว พระผู้เป็นเจ้าจึงนำพระวิสุทธิมรรคทั้งสามพระคัมภีร์นั้นไปแจ้งเหตุต่อสมเด็จพระสังฆราช ๆ ก็มีความพิศวง
-->> จึงให้ชุมนุมสงฆ์ผู้รู้ชำนาญในพระปริยัติธรรม ช่วยตรวจสอนทานพระวิสุทธิมรรคทั้งสามคัมภีร์ ศัพท์อันมีนิบาตแลอุปสรรคเป็นต้น อันพระผู้เป็นเจ้าได้รจนาตกแต่งแลจารในบทใด ๆ ก็เสมอสมานกัน เป็นอันดีในบทนั้น ๆ ตั้งอยู่เหมืือนดังพระผู้เป็นเจ้าได้ตกแต่งแลจารไว้แต่แรกสิ้นทั้งสามคัมภีร์