แลคัมภีร์พระวิสุทธิมรรคนี้มี ๒๓ ปริจเฉท
ปริจเฉทเป็นปฐมนั้น ชื่อศีลนิเทศ แสดงด้วยศีลมีประเภทต่าง ๆ
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๒ ชื่อธุงดงคนิเทศ แสดงด้วยธุดงควัตร ๑๓ ประการ
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๓ ชื่อกัมมัฏฐานคหณนิเทศ แสดงด้วยวิธีเล่าเรียนพระสมถกรรมฐาน ๔๐ ประการ
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๔ ชื่อปถวีกสิณนิเทศ แสดงด้วยปถวีกสิณเป็นต้นที่ ๑
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๕ ชื่อว่าอวเสสกสิณนิเทศ แสดงด้วยกสิณที่เหลือลง ๙ ประการ รวมกับปถวีกสิณเป็น ๑๐ ประการ
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๖ ชื่ออศุภนิเทศ แสดงด้วยอศุภ ๙ ประการ
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๗ ชื่อฉานุสสตินิเทศ แสดงด้วยอนุสสติ ๖ คือ พุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ สีลานุสสติ จาคานุสสติ เทวตานุสสติ
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๘ ชื่อเสสานุสสตินิเทศ แสดงด้วยอนุสสติ ๔ ที่เหลือลงคือ มรณานุสสติ กายคตาสติ อานาปานสติ อุปมานุสสติ รวมกับอนุสสติ ๖ จึงเป็นอนุสสติ ๑๐ ประการ
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๙ ชื่อพรหมวิหารนิเทศ แสดงด้วยพรหมวิหารทั้ง ๔ คือเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๑๐ ชื่ออรูปนิเทศ แสดงด้วยอรูปสมาบัติ ๔ คือ อากาสานัญจายตนะ วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เนวสัญญายตนะสมาบัติ
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๑๑ ชื่อสมาธินิเทศ แสดงด้วยสมาธิกับทั้งปฏิกูลสัญญาธาตุววัตถานนิเทศ
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๑๒ ชื่ออิทธิวิธีนิเทศ แสดงด้วยฤทธิ์วิธีต่าง ๆ
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๑๓ ชื่ออภิญญานิเทศ แสดงด้วยอภิญญา ๕ มีทิพพโสต ทิพพจักษุ และเจโตปริยญาณ คือรู้วารจิตแห่งผู้อื่นเป็นต้น
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๑๔ ชื่อขันธนิเทศ แสดงด้วยปัญจขันธ์ และวิเศษนามแห่งขันธ์ต่าง ๆ
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๑๕ ชื่ออายตนธาตุนิเทศ แสดงด้วยอายตนะ ๒๑ และธาตุ ๑๘
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๑๖ ชื่ออินทรียสัจจนิเทศ แสดงด้วยอินทรีย์ ๒๒ และอริยสัจ ๔
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๑๗ ชื่อภูมินิเทศ แสดงด้วยธรรม ๖ คือขันธ์อายตนะ ธาตุ อินทรีย์ อริยสัจ ปฏิจจสมุปบาท อันเป็นภูมิภาพพื้นแห่งวิปัสสนากัมมัฏฐาน
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๑๘ ชื่อวิสุทธินิเทศ แสดงด้วยความบริสุทธิ์แห่งทิฏฐิคือความเห็น
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๑๙ ชื่อกังขาวิตรณวิสุทธินิเทศ แสดงด้วยความบริสุทธิ์ที่ล่วงข้ามความกังขาสงสัยเสียได้
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๒๐ ชื่อมัคคามัคญาณทัสสนวิสุทธินิเทศ แสดงด้วยความบริสุทธิ์ในการเห็นอริยมรรคด้วยญาณปัญญาว่า สิ่งนี้เป็นอริยมรรคสิ่งนี้มิใช่อริยมรรค
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๒๑ ชื่อปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธินิเทศแสดงด้วยความบริสุทธิ์ในการเห็นด้วยปัญญาว่า มรรคควรปฏิบัติสืบต่อขึ้นไป
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๒๒ ชื่อญาณทัสสนนิเทศ แสดงด้วยความบริสุทธิ์ในการเห็นอริยสัจและนิพพาน ด้วยปัญญาอันรู้เห็นจริงแจ้งชัด
ปริจเฉทเป็นคำรบ ๒๓ ชื่อภาวนานิสังสนิเทศ แสดงด้วยอานิสงส์ผลแห่งการภาวนาในพระวิปัสนากัมมัฏฐาน รวมเป็น ๒๓ ปริจเฉทบริบูรณ์
สมเด็จพระสังฆราชาธิบดี ได้เห็นคัมภีร์พระวิสุทธิมรรค มีบทอันสม่ำเสมอกันเป็นอันดี ไม่มีวิปลาสคลาดเคลื่อนแต่อย่างหนึ่งอย่างใด ดังนั้นแล้ว ก็บังเกิดโสมนัสยิ่งนัก
--->>> จึงอนุญาตใ้ห้พระพุทธโฆษาจารย์แปลพระปริยัติธรรมจากสีหฬภาษาขึ้นสู่มคธภาษา และอนุญาตให้เสนาสนะที่อยู่ในโลหปราสาทชั้นเป็นปฐม เพื่อให้พระผู้เป็นเจ้าทำกิจปริวรรตพระปริยัติได้โดยสะดวกดี
ในคัมภีร์ญาโณทัยปกรณ์กล่าวว่า สมเด็จบรมกษัตริย์ผู้ทรงพระนามว่าพระเจ้ามหานามขัตติยราชผู้ครอบครองในลังกาทวีป ได้เสด็จมาด้วยราชบริพาร ตรัสปวารณาถวายภิกขาหาร บิณฑบาตแก่พระผู้เป็นเจ้า พระพุทธโฆษาจารย์ จนตลอดเสร็จการปริวรรตพระปริยัติธรรม
แต่นั้น พระพุทธโฆษาจารย์ก็ตั้งปณิธานวิริยะอุตสาหะแปลพระปริยัติธรรมพุทธวจนะ จากสีหฬภาษาขึ้นสู่มคธภาษา พร้อมทั้งบาลีและอรรถกถาฎีกา และอนุฎีกา สิ้นไตรมาสก็สำเร็จการปริวรรต
แต่ในคัมภีร์ญาโณทัยปกรณ์กล่าวว่า สิ้นสมพัตสรหนึ่งจึงสำเร็จ
ฝ่ายสมเด็จพระสังฆราชผู้เป็นจอมสงฆ์ ก็ให้อนุโมทนาชื่นชมกล่าวคาถาสรรเสริญคุณของพระพุทธโฆษาจารย์เจ้าเป็นอเนกปริยาย
ครั้นการปริวรรตพระปริยัติธรรมสำเร็จแล้ว พระผู้เป็นเจ้าพระพุทธโฆษาจารย์ ก็นมัสการลาสมเด็จพระสังฆราชาธิบดี และพระสงฆ์เถรานุเถระลงสู่สำเภากับด้วยพาณิช กลับเข้ามาสู่ชมพูทวีป นมัสการแจ้งเหตุแก่พระอุปัชฌาย์ให้ทราบสิ้นทุกประการ