คุณหมอหัวเราะ บอกว่าไม่ต้อง แค่ไปตัดรองเท้าใหม่และคู่เก่าโล๊ะทิ้งซะ
แม่เป็นผู้หญิงวัยกลางคน รูปร่างผอมสูง ขยันทำงาน เมื่อไหร่ที่หยุดทำงานนานๆ แม่บอกว่าแม่จะมีอาการเพลีย และอยากนอนตลอด แต่เมื่อไหร่ที่แม่ลุกขึ้นมาทำงานนั่นคือความสุข และรู้สึกแข็งแรงมากกว่าการนอนอยู่เฉยๆ
แม่ทำงานตั้งแต่เริ่มเข้าวัยรุ่น ปัจจุบันก็ยังทำ แม่มักจะบ่นปวดเอวและเข่าเสมอ รักษาทั้งแพทย์แผนใหม่ และแพทย์แผนโบราณ (จับเส้น,ประคบ ละอีกหลายอย่าง) แต่อาการก็ไม่ค่อจะดีขึ้น เป็นๆหายๆ อยู่ตลอด
เวลาพาแม่ไปพบแพทย์แผนปัจจุบัน หมอจะบอกว่า เป็นกระดูกทับเส้น ต้องหยุดพักการทำงาน และทานยาเกี่ยวกับกระดูก แต่ปัญหาที่ตามมาอย่างมาก คือโรคกระเพาะคะ(แม่มียารักษาโรคกระเพาะสูตรเดียวเท่านั้น) นั่นทำให้คนเป็นลูกก็ยิ่งรู้สึกแย่ เพราะแทนที่จะอาการดีขึ้นกลับแย่ลงกว่าเดิม แม่ทรมานด้วยอาการปวดเข่า ปวดเอว และปวดกระเพาะอยู่หลายเดืือน
สุดท้ายทนไม่ไหวคะ ช่วงนั้นเรียนอยู่ปีท้ายที่ มอ.ได้รับการแนะนำจากหลายๆคนว่าให้พาแม่ไปหาคุณหมอราชัยคะ และตอนนั้นท่านทำงานอยู่ที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์คะ และทำงานอยู่โพลีคลินิกด้วย
ตัดสินใจพาแม่ไปหาหมอคะ ก่อนไปคิดว่าสงสัยงานนี้อาจจะได้นอน รพ.แน่(แม่เริ่มปวดเข่ามาก) แม่กลัวตอนที่ตรวจมากคะ เลยต้องเข้าไปด้วย คุณหมอตรวจแม่แปลกจากที่คุณหมอคนอื่นๆตรวจ มีทั้งให้ก้ม เงยและอีกหลายท่า แม่กลัวคะ ถามหมอว่า "ต้องนอน รพ.ไหม"
คุณหมอ หัวเราะ บอกว่าไม่ต้อง แต่ต้องไปหาหมอที่ รพ เพื่อเอ็กเรย์
และตัดรองเท้าใหม่
รองเท้าคู่เก่าโล๊ะทิ้งให้หมด
แม่งง อย่าว่าแต่แม่ที่งงเลยคะ แม้แต่ตัวเองก็งง
สุดท้ายคุณหมอก็เฉลยออกมาคะ ว่า จริงๆแล้วจากการตรวจแม่ไม่ได้กระดูกทับเส้นแต่เป็น กระดูกขา 2 ข้างยาวไม่เท่ากัน ซึ่งอาจเกิดจากอุบัติเหตุในวัยเด็กและรักษาไม่ดี จึงทำให้ความยาวขา ทั้งสองข้างไม่เท่ากัน ต่างกันประมาณ 1-2 เซนติเมตรคะ อาการปวดเกิดขาข้างหนึ่งรับน้ำหนักมากเกินไปถ้าปรับให้ทั้ง 2ข้างเท่ากันอาการปวดจะหมดไป ยาที่ได้มีแค่ แคลเซียม และยาแก้ปวดเพียงไม่กี่เม็ด
แน่นอนคะว่าหลังจากนั้นแม่ต้องได้รับการตรวจอย่างละเอียดเพื่อหาความยาวที่ต่างกันของขาทั้งสองข้าง เมื่อได้แล้ว แม่ก็ต้องใส่รองเท้าคู่ใหม่คะ (แม่มี รองเท้าไปเที่ยว ไปสวน เดินเล่น และเดินในบ้าน) แต่รองเท้าทุกคู่สูงไม่เท่ากัน ข้างซ้ายแม่จะได้ใส่ส้นสูงมากกว่าข้างขวาประมาณ 2 เซนติเมตรคะ
หลังจากนั้นอาการปวดก็ดีขึ้นคะ ยาแก้ปวดไม่ต้องทาน ทานแค่แคลเซียม และใส่รองเท้าตลอดเวลายกเว้นตอนนอนเท้านั้น
เอาไว้วันหลังกลับบ้านจะเอารูปรองเท้าส้นสูงข้างเดียวมาให้ดูกันคะ

ฝากความคิดถึง หม่า มี้ ด้วย
สวัสดีค่ะ
วันก่อน..ป้าคิมไปหาหมอเพราะอาการปวดหลังนิด ๆ
หมอบอกให้ป้าคิม ก้ม เงย ก้ม เงย
แล้วบอกว่า "จิ๊บจ๊อย" เพราะก้มเงย ได้คล่องแคล่ว สำหรับคนวัยขนาดนี้
ทุกวันป้าคิมจะฝึก "ก้มศีรษะห้อยลงมือสองข้างแตะพื้น ขาตรงไม่งอ หายใจลึก ๆ นับ 1-72 อย่างช้า ๆ "
เมื่อเงยหน้าขึ้นจะรู้สึกสบาย อ่านจากที่ไหนมาจำไม่ได้แล้วนะคะ เสร็จจากนี้จะไปออกกำลังค่ะ ขี่เสือภูเขา วิ่ง สลับกันวันละ 1 ชั่วโมงค่ะ
ขอให้เด็กโข่งมีความสุข สบายใจนะคะ
นางสาวมารียา เจ๊ะตำ
อ้อยควั้น
ครูเอียด
krukim
คุณแม่เป็นโรคเดียวกันเลยค่ะ อยากได้ร้านที่ตัดรองเท้าค่ะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ เอ๋เอ๋ [IP: 124.120.173.135]
ดิฉันแนะนำให้พาคุณแม่ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวัดความต่างของขาทั้ง 2 ข้างค่ะ และโดยส่วนให่แพทย์จะแนะนำให้ไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านกายอุปกรณ์ค่ะ แล้วจะได้รับรองเท้าใหม่ที่ได้มาตรฐานค่ะ