เช้านี้  มาโรงเรียนตามปกติ  ถึงแม้ว่าจะไม่มีนักเรียนให้สอนก็ตาม  การที่ทำอะไรไปตามปกติวิสัย  ก็ดีอยู่อย่างหนึ่งก็คือ.....ไม่ต้องเตรียมใจไว้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น  ในสถานการณ์ใหม่ๆ  ที่ยังไม่เคย.....

การที่มาโรงเรียนแต่เช้า  รถก็วิ่งบนถนนไม่มาก  ไม่มีโจทย์ปัญหาให้แก้มากมายนัก  

การที่มาโรงเรียนแต่เช้า  ที่จอดรถก็มากมายมีให้เลือกตามใจชอบ 

การที่มาโรงเรียนแต่เช้า  ได้ทำงานอะไรต่ออะไรได้ตั้งมากมาย  ไม่ต้องรีบเร่ง 

*****

แต่วันนี้ บันทึกนี้ไม่ได้กล่าวถึงการมาแต่เช้ามีผลดี หรือ ผลเสียอะไรหรอก  เพราะ เขียนเรื่องนี้  เดี๋ยวมิตรรักที่ไปทำงานสาย  จะไม่อ่านบันทึกของครูอ้อย  เพราะจริตไม่ตรงกันอีก 

วันนี้  จะเขียนเรื่อง.....ยิ่งแก้ยิ่งแย่.....ทายซิ  อะไรเอ่ย 

เมื่อเช้าอีกน่ะล่ะ  ที่ฟังรายการวิทยุ  กล่าวถึง  สถานการณ์ปัจจุบัน  คนไทยน่าที่จะคิดอย่างไร  พูดอย่างไร และทำอย่างไร 

ครูอ้อย ก็ฟังไปเรื่อย  ขับรถไปด้วย  อาจจะฟังค่อนข้างจะเข้าใจว่า  ท่านผู้พูดนี้กล่าวถึงอะไร  เพราะที่บ้าน  ครูอ้อยก็ฟัง เรื่องนี้  แบบนี้มา  มากครั้ง จนนับไม่ถ้วน

จึงเข้าใจ ถึงวัตถุประสงค์ของการพูดครั้งนี้ 

แต่มีข้อความตอนหนึ่งที่ครูอ้อยชอบมาก  เพราะ....สามารถนำไปใช้กับชีวิตจริงได้ดีทีเดียว.....

ความจริงท่านไม่ได้พูดตามชื่อบันทึกนี้หรอก 

ชื่อบันทึกนี้  ครูอ้อย แปลงตั้งมาเอง.....เพราะคิดว่า.....ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้  ไม่ว่าจะเกิดกับใครก็ตาม  ปัญหานั้น จะใหญ่ หรือเล็ก  มากหรือน้อย  ย่อมมีหนทางแก้ไข 

ก่อนที่จะนำแนวทางการแก้ปัญหานี้  ต้องผ่านขั้นตอน  กระบวนการของการแก้ปัญหา  เช่น  วิเคราะห์ สภาพปัญหา จากอดีตที่ผ่านมา 

จะมีรูปแบบใดที่จะแก้ปัญหานี้ได้  โดยสำรวจปัญหา  หนทางที่ปัญหาเข้ามา  เข้ามาได้อย่างไร 

จะจัดวิธีการแก้ปัญหา  โดยใช้สื่ออะไร   

ผู้ที่เรียนมาทางการจัดการนี้  ย่อมรู้ดีว่า......ปัญหาบางชนิด ก็คือ ปัญหาโลกแตก 

ปัญหาบางชนิด ก็เป็นปัญหา  น้ำผึ้งหยดเดียว.....

ปัญหานี้  ก็เป็นปัญหา  ที่  ไม่แก้  จะดีกว่า  เพราะยิ่งแก้ก็ยิ่งมัด  ยิ่งแก้ยิ่งแย่

ปล่อยเวลา ให้เป็นเครื่องรักษา ทุกอย่าง ทุกสภาพจะดีกว่า  และทุกคนก็ปฏิบัติหน้าที่ของตน อย่างดีที่สุด

อนึ่ง....ปัญหาที่แก้แล้ว  นอกจากจะแก้ไม่ได้  แก้ไม่ตก  ยิ่งเกิดปัญหาตามมา  เป็นเงาตามตัว เพิ่มขึ้นมาอีก  รุนแรงขึ้นมากกว่าอีก   จนต้องคิด และต้องพูดว่า.....ไม่แก้เสียดีกว่า 

ทำไมเราถึงจะรู้ได้ว่า.....ปัญหานี้ ไม่แก้เสียดีกว่า  ก็ต้องศึกษาประวัติศาสตร์ 

หลายอย่าง หลายสถานการณ์  จนเรียกกันว่า.....ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย 

ผู้ที่มีอายุยืนนาน  เกิดมานาน  ย่อมรู้ ย่อมเข้าใจ  การทำซ้ำ ทำซ้อน  โดยไม่ได้คิดว่า....ใครอื่นจะไม่รู้  โดยเฉพาะผู้ที่ศึกษาประวัติศาสตร์  เขาเหล่านั้น  รู้กันดีว่า.....ยิ่งแก้ยิ่งแย่.....ทายซิว่าอะไรเอ่ย