บันทึกนี้  ไม่ได้ว่าใครเลย  เพียงแต่กล่าวว่าขานตัวเอง.....ที่ใช้เวลาทั้งหมดในอินเทอร์เน็ตจนเสียการเรียน 

แต่อยากจะเขียนเพื่อ  คนอื่นบ้าง  โดยยกตัวเองมาเป็นกรณีศึกษา  บางครั้งเราต้องนำข้อเสียมาวิเคราะห์  เพื่อให้เกิดข้อดี  ขึ้นมาบ้างในการปฏิบัติ.....

เมื่อก่อนในอดีต  เราไม่มีอินเทอร์เน็ต  เราก็จะพากันไปเที่ยว  ตามสวนสาธารณะ  สวนเด็กเล่น  ไปดูหนัง  ไปโรงเรียน  แล้วแต่จะอำนวยให้เราไปได้  

แต่ในปัจจุบัน  เรามีอินเทอร์เน็ต  เราจึงไม่ไปสถานที่เหล่านั้นที่กล่าวถึง  แต่กลับจมอยู่กับอินเทอร์เน็ตนี่ล่ะ.....

มันเป็นโลกเสมือน  ที่เราใช้มันมากเกินไปหรือเปล่า  เราทิ้งโลกแห่งความจริง และวนเวียนพึ่งพามัน  จนมันมีอำนาจมาบงการเราได้แล้ว....หรือเปล่า 

ลองสังเกตตัวเองสิคะ  สำหรับครูอ้อยต้องตอบว่า.....ใช่เลย 

ครูอ้อย  หันไปว่ากล่าวลูกว่า.....ไปดูหนังสือโน่น  อย่ามาแชทคุยกับเพื่อนๆ   ไม่มีประโยชน์เลย   

ดีนะ  ที่ลูกไม่เถียง  ทีคุณแม่ล่ะคะ  นั่งได้ทั้งวัน 

แต่เรา ทั้ง แม่และลูก  ต่างสภาพกัน  ครูอ้อย โตแล้ว  รับผิดชอบชีวิต  การทำงาน  การเรียนของตัวเองได้ 

แต่ตรงกันข้าม เด็กๆ  ยังรับผิดชอบตัวเองไม่ได้  ทอดทิ้งการเรียน  การทำงานบ้าน  ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปกับการเล่นอินเทอร์เน็ต......เสียสุขภาพ และการเรียน

*****

ครูอ้อยได้ฟังเพื่อนเล่าว่า.....ลูกสาว ฉลองปิดเทอม  ด้วยการเล่นเน็ตเปิดหน้าต่าง 12 หน้าต่าง  พอถึงเวลาฝนตก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า  ไฟฟ้าดับวูบ  เธอปิดเครื่องไม่ทัน  เครื่องคอมพ์....เจ๊งไปเลย  แบบนี้เป็นต้น 

แต่ละแม่  หมายถึงแม่แต่ละท่าน  มาบ่นไปตามๆกันว่า  .....ลูกๆได้ใช้เวลาทั้งหมดในอินเตอร์เนตจนเสียการเรียน.....

เราตกเป็นทาส  แบบวัตถุนิยม  เสียแล้ว  เมื่อวานครูอ้อยดูทีวี   เขาสัมภาษณ์  ผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการ กทม.  ท่านหนึ่งพูดถึง.....ผมไม่ได้ปฏิเสธ  วัตถุ  แต่ผม  รู้จักใช้มัน  และไม่ยอมตกเป็นทาสมัน  ผมสอนลูก แบบนี้ .....

แต่ตรงกันข้ามอีกครั้ง  ที่ผู้ปกครองหลายๆท่านที่ส่งเสริมให้ลูก  นำวัตถุนิยมมาใช้ที่โรงเรียน จนเกร่อ  และอันตราย  ประกาศหายแทบทุกวัน  เพราะอะไร.....ก็เพราะ นักเรียนเล็กๆ ยังรับผิดชอบไม่ได้เลย  แล้วเวลาทั้งหมด  ก็จะสาละวนกับ วัตถุนิยม หรือ อินเทอร์เน็ต เสียมากเลย 

*****

เวลาที่ครูอ้อยไม่อยู่บ้าน  ลูกก็เล่นเน็ตเสียจน.....ลูกกลิ้งที่เม้าส์ แบนราบ ไม่กลิ้งไปเลย  พอจะเอาเรื่อง  เธอก็บอกว่า .....แค่ 3 ชั่วโมงเอง 

ครูอ้อยล่ะ โกรธมาก  ถึงกับประกาศไม่ให้มานั่งเล่นเน็ตอีกต่อไป  แถมยังแอบดีใจ ที่ไวรัสมากินเครื่องไปซะ  จะไม่เอาไปซ่อมให้ด้วย  อยากจะพูดว่า....สมน้ำหน้าด้วยซ้ำไป  แต่ไม่กล้าพูด  เพราะเครื่องที่ครูอ้อยใช้อยู่นี้  ก็กำลังจะเป็นโรคเดียวกัน .....

เอิ๊กเอิ๊ก 

แล้วจะทำอย่างไรกับการติดเน็ตจนงอมแงมนี้  ผู้ใหญ่อย่างครูอ้อยยังเป็นเลย  แล้วเด็กๆจะเหลือหรือ

เด็กๆที่เล็กอยู่  ความยับยั้งชั่งใจ  ความเพียรพยายาม  ก็ไม่มีเลย  มีแต่ ความอดทนที่จะนั่งนานกับการเล่นเน็ต  มีมากจริงๆ

เด็กไทย  ใช้ความอดทน  อดกลั้นในทางที่ผิดๆ  รองจากการใช้ความกล้าแสดงออกในทางที่ผิดๆด้วย.....ให้ตายสิโรบิ้น

*****

คงจะต้องรอให้ท่านผู้อ่านมาช่วยเสริม หนทาง แนวทางการแก้ไข  ปัญหา.....การใช้เวลาทั้งหมดในอินเทอร์เน็ตจนเสียการเรียน  นะคะ 

ครูอ้อยจะรออ่าน  การแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีประโยชน์ค่ะ 

คุณพระฯ คุ้มครอง ทุกท่านนะคะ