เมื่อช่วงสามทุ่มกว่า ๆ ที่ผ่านมา มีรุ่นน้องมาบอกว่า
"ช่างชุดนี้ดีจัง ดึกอย่างนี้ยังมาทำงานด้วย..."
เอ่... เราเองก็งง ช่างทำไมมาทำงานดึกขนาดนี้
หรือว่าจะเป็นช่างชุดอื่นสวมรอยมาขโมยของ (อุปกรณ์ช่าง) หรือเปล่านะ...?
เพราะท่านอาจารย์เคยเตือนบ่อย ๆ ให้เก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ หลังใช้ให้ดี เนื่องจากที่อื่นมีอุปกรณ์หายบ่อย ๆ ที่หายไม่ใช่ใครที่ไหนก็ช่างที่มาทำงานตอนกลางวันนี่เอง ใช้เอง เก็บเอง และมาลักเอาไปเอง
เราเองจึงรีบรุดเดินไปดูยังสถานที่ก่อสร้าง ปรากฏว่าเป็นช่างมาทำงานจริง ๆ

"มาปาดปูนครับ แต่กะเวลาผิดไปหน่อย ปูนแข็งเกินไป..."
อ้อ... เราเห็นเขาฉาบปูนเมื่อตอนเย็น (17.00 น.) ก่อนกลับบ้าน ซึ่งโดยปกติเมื่อฉาบเรียบเสร็จแล้ว ก็จะต้องมา "ปาดและปั่น" ปูนในขณะที่ยังไม่แห้งสนิท เขาเลยกะเวลาว่าประมาณ 2 ชั่วโมงจะมาปาดและปั่น ครั้งนี้จึงทำให้เขาขี่รถเข้ามาจัดการงานให้เรียบร้อย
การที่เขารับผิดชอบงานดีอย่างนี้ก็เพราะเรา "จ้างเหมา" เหมาเป็นอย่าง ๆ ไป ฉาบราคาหนึ่ง ก่อราคาหนึ่ง ปูกระเบื้องราคาหนึ่ง การจ้างเหมาแบบนี้ช่างเขาจะ "ขยัน" เพราะยิ่งทำมาก ก็ยิ่งได้เงินมาก ทำเร็ว ก็ยิ่งได้เงินเร็ว โดยจะแตกต่างกับการจ้างเป็นรายวัน ถ้าเราคุมไม่ดี จ่ายงานไม่เหมาะ งานจะเดินไปอย่างเชื่องช้า ช่างก็จะทำไปเรื่อย ๆ ไม่รีบไม่เร่งอะไร ทำมาก ทำน้อยก็ได้เงินรายวันเท่าเดิม "แรงจูงใจ" ไม่ค่อยมี สู้แบบจ้างเหมาไม่ได้
เมื่อก่อนนี้จ้างเหมาปูกระเบื้องอาคารอีกหลังหนึ่ง ปูเร็วมาก เพราะช่างสองข้างแข่งกันปู แต่เร็วมากไปนักก็ไม่ค่อยดีเหมือนกัน เพราะคุณภาพงานจะต่ำ แนวกระเบื้องจะคดไป คดมา เหมือนกับเกลียวคลื่นในทะเล
แต่เหนือสิ่งอื่นใด การที่มีจิตใจเมตตากับช่างนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ท่านอาจารย์เองเมตตาให้เราแจก "นม" ช่างทุกวัน
เช้าหนึ่งกล่อง เย็นหนึ่งกล่อง ให้ช่างเขาได้มี "ความสุข" ความสบายใจในการทำงาน
และค่าจ้างถึงแม้ว่าจะเหมาเราก็ให้เขามากกว่าที่อื่น เขาจึงมีแรงใจที่จะทำงาน งานที่ออกมานั้นจึง "เร็วและดี"
ความเมตตาที่อยู่บนพื้นฐานแห่งความเหมาะสมและถูกต้องนั้นจึงทำให้งานในทุก ๆ กาลเดินรุดหน้าไปด้วยดี...
