ความเปลี่ยนแปลงของการเมืองไทยที่เปลี่ยนไปมากจนถูกเรียกว่า “การเมืองใหม่” นั้น
ผู้เขียนขออ้างอิงทฤษฎีโครงสร้างและหน้าที่นิยม (Structural-Functionalism) เพื่อประกอบการนำเสนอแนวคิดกระบวนทัศน์ใหม่ทางการเมืองไทยว่าด้วยการเมืองใหม่ในแนวคิดของนักวิชาการและผู้ชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล
จากทฤษฎีโครงสร้างและหน้าที่นิยมโดยสรุปได้ว่า สังคมหนึ่งๆ ประกอบขึ้นด้วยโครงสร้างต่างๆ โครงสร้างของสังคมก็คือส่วนประกอบของสังคมนั่นเอง แต่ละโครงสร้างจะทำหน้าที่ประสานสัมพันธ์กัน ถ้าขาดโครงสร้างใดโครงสร้างหนึ่งสังคมก็จะล่มหรือล่มสลาย หรือหากโครงสร้างใดโครงสร้างหนึ่งทรุดโทรมโครงสร้างนั้นก็จะทำหน้าที่ไม่ได้ดีจะเป็นผลตกกระทบไปถึงโครงสร้างอื่นๆ สุดท้ายจะทำให้สังคมนั้นสื่อมทรามหรือล่มสลายลงไป แต่ในความเป็นจริงแล้วสังคมจะมีการขยับปรับเปลี่ยนโครงสร้างที่บกพร่องเสมอสังคมจึงไม่ตาย แต่อันเนื่องมาจากการทำงานไม่ประสานสอดคล้องของสังคม อาจทำให้สังคมชะงักงันไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะก้าวเดินต่อไป (นิยพรรณ วรรณศิริ. 2540 : 108)
การเมืองใหม่ที่คนไทยกำลังประสบอยู่ในขณะนี้ถ้าจะใช้คำว่า “การเมืองล่มสลาย” ก็คงจะเข้าข่ายนั้น เนื่องจากโครงสร้างทางการเมืองไทยเปลี่ยนไปจากเดิม คือ นับตั้งแต่ใช้รัฐธรรมนูญ
ฉบับปี 2550 โดยให้ผู้พิพากษาเข้ามามีบทบาททางการเมืองอย่างที่เรียกกันว่า “ตุลาการภิวัฒน์”
ทำให้การเมืองไทยเปลี่ยนไปมากที่เดียว เกิดความลำเอียง แบ่งพรรคแบ่งพวก ทำเพื่อพรรคพวกของตนเองเสียมากกว่าที่จะทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม และมองอีกแง่หนึ่งน่าจะเป็นการขัดแย้งระหว่างคน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนชั้นสูงซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีความรู้มาก มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว
ที่ต้องการที่จะให้ระบบการเมืองเป็นไปตามที่ตนเองต้องการเพื่อที่จะได้อำนาจมาครอบครอง
ถ้าไม่ได้ดั่งใจก็ประท้วง ดูเหมือนกับมีผู้อยู่เบื้องหลังที่เป็นคนใหญ่คนโตมาก จนไม่มีใครกล้าทำอะไรได้ กับคนอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มคนรากหญ้าที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย มีความรู้น้อย ผู้แทนคนใดให้ความช่วยเหลือ คำนึงถึงความทุกข์ยากของเขา คนนั้นก็จะถูกเลือกเข้าไปในสภาเพื่อหวังว่าจะช่วยให้เขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในเมื่อกลุ่มคนรากหญ้าซึ่งมีเป็นจำนวนมากในประเทศไม่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนชั้นสูง จึงเกิดเหตุการณ์ประท้วงที่เห็นกันอยู่นี้เอง และนอกจากโครงสร้างทางการเมืองไทยจะเปลี่ยนไปแล้ว ตัวนักการเมืองเองไม่ทำหน้าที่ที่พึงทำตามบทบาทของตนเอง ไม่ยึดถือปฏิบัติตามกฎกติกาทางการเมือง งานไม่ทำมีแต่ทะเลาะเบาะแว้งกันเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง เมื่อเป็นเช่นนี้การเมืองไทยจะเจริญก้าวหน้าได้อย่างไร
ขอเสนอทัศนะว่า การเมืองไทยในวันนี้ทุกฝ่ายควรช่วยกันแก้ปัญหาและพัฒนา โดยแก้ไข
รัฐธรรมนูญ ไม่ให้มีองค์กรอิสระ จะยุบสภาเสียเพื่อเลือกตั้งใหม่หรืออย่างไรก็ว่ากันไป แล้วจัดตั้งสภาแห่งชาติ หรือทีมงานที่มาจากทุกฝ่ายร่วมหาแนวทางเพื่อพัฒนาการเมืองให้มีรูปแบบใหม่ ที่มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
ทำไมมอง ตุลาการ เป็น การลำเอียงแบ่งพรรคแบ่งพวกหล่ะ ว่าศาลระวังติดคุกนา
ลองไปดูข้อเสนอการเมืองใหม่สิ ว่า เป็นการต้องการเข้าสู่อำนาจของคนกลุ่มที่คุณว่าหรือไม่ อย่าสักแต่พูด คงต้องศึกษาให้ลึก จะได้พูดถูก เค้าต้องการ คนไทย ประชาชน สามารถเข้าถึง การปกครอง ด้วยการเลือกตั้งผ่านกลุ่มอาชีพ ตอนนี้ไปดู พวก สส สิ เป็นกลุ่มก๊วน เดิมๆ ที่ทำวิกฤติบ้านเมืองมาแล้วทั้งนั้น