บ่ายนี้มีการหารือ การมอบหมายงาน ปรับเปลี่ยนผู้รับผิดชอบ งานจัดการความรู้ มมส. มาที่ศูนย์พัฒนาและประักันคุณภาพ
ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่าก็เป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้วที่ KM จะมาเป็นเครื่องมือของการประกันคุณภาพการศึกษา มันเป็นของที่ควรจะควบคู่กันไปนานแล้ว เพราะทุกเรื่องการดำเนินงาน คือ เป้าหมายของการประกันคุณภาพ ตามแนวทางของ สกอ. คลอมคลุมไปถ้วนทั่วทั้งมหาลัย
หลายคนยังเข้าใจผิดว่าทำ QA แล้วต้องมาทำ KM
สำหรับผมแล้ว QA เป็นระบบ ส่วน KM เป็นเครื่องมือ หรือ กลไก ที่จะเข้ามาขับเคลื่อน ให้เป็นไปสู่เป้าหมาย หรือ มาตรฐานการศึกษา
ผลที่จะเกิดต้องมองไปถึง "ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอันดับ 1" คือ นิสิตหรือนักศึกษา
ดังในเฟสแรกของปีงบประมาณ 52 ย่อมให้ความสำคัญกับ นิสิต ให้เข้ามามีส่วนร่วม ติดอาวุธเครื่องมือให้เขา ในการดำเนินชีวิต 4 ปี ทั้งเรื่องของกิจกรรม และโดยเฉพาะเรื่องการวางแผนการเรียน จนจบ
กิจกรรมที่จะทำกับนิสิต ใชัรูปแบบการเรียนรู้จาการปฏิบัิติ Action Learning เรียนรู้จากการกระทำ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริง นำไปใช้ได้จริง เกิดผลกระทบต่อตัวเองในทางบวก รู้จัก PDCA รู้จักคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์
แต่อย่างไรก็ตามส่วนสำคัญที่สุด ที่จะให้นิสิตของ มมส. จะเป็นไปตามที่คาดหวังไว้ "หลักสูตร" ถือ เป็นปัจจัยนำเข้าสำคัญ ที่จะทำให้เขาเป็นเช่นนั้น
ดังนั้นในปีการศึกษา 51 นี้ ศูนย์ฯจะเน้นในเรื่องของ "การประเมินรายหลักสูตร" เพิ่มเติมจากระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายใน มมส. ที่ทำกันมาหลายปี
เรียนท่านกัมปนาท ขอบพระคุณครับ
เรียน ท่านอาจารย์จิตเจริญ
ขอบพระคุณเช่นกันครับ