ร่วมด้วย ช่วยกัน ในการให้แนวทางออกับนิสิต ช่วงหัวเลี้ยว หัวต่อ ด้านการศึกษา

ช่วงเย็นเมื่อวานนี้  ผู้บันทึก ได้รับโทรศัพท์สายด่วน มมส เสียงร้องไห้สะอื้นมาตามสาย พูดว่า ผมเสียใจ ที่ต้องทำให้พ่อแม่ผิด  ที่ไม่สามารถทำตามความต้องการของพ่อแม่ได้  ผมได้ไปทำเรื่องลาออกจากหอพัก  และกำลังเตรียมจะเดินทางกลับบ้าน  เป็นเสียงของน้องนิสิต ชั้นปีที่ 2 ที่รู้สึกผิดหวังทางด้านการเรียนของตนเอง  ที่ว่าเสียใจเพราะมีความตั้งใจที่จะเรียนในคณะนี้มาก ไม่ต้องการที่จะเรียนคณะอื่น   ยอมรับไม่ได้ และคิดว่าตนเองไม่ถนัด  แต่ที่สำคัญนิสิตคนนี้ บอกว่า ตัวเขาเองอ่อนวิชาคำนวณทั้งหลาย  ที่ไม่สามารถที่จะทำข้อสอบให้สอบผ่านไปได้   จึงได้ตัดสินใจไม่เข้าห้องสอบ เพราะสอบอย่างไรก็ไม่ผ่าน  และเกรดเฉลี่ย 4 เทอม คงจะไม่ถึง 2.00 จากการคิดคำนวณขั้นต้น เกรดไม่น่าจะถึง 2 

          จึงกลัวว่าจะถูกออกจากมหาวิทยาลัยฯ   เครียด กดดัน ที่กลัวพ่อแม่โกรธยอมรับไม่ได้  เพราะเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของครอบครัว เมื่อเกิดปัญหา  จะคิดคนเดียว ตัดสินปัญหาคนเดียว มักจะลงโทษตนเอง  ว่าเป็นผู้กระทำให้เกิดปัญหา จึงมีโอกาสที่จะเสี่ยงต่อความรุนแรง   ฉะนั้นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดต้องเฝ้าระวัง ให้กำลังใจ ปลอบใจ   และผู้ปกครองต้องให้โอกาสในการที่จะลูกได้ปรับเปลี่ยนสาขา และคณะไปในทางที่เขาถนัด และผู้ให้คำปรึกษาใช้เวลา ให้คำปรึกษารายนี้ เกือบชั่วโมง เพื่อที่จะให้เห็นคุณค่า และยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น และมาทบทวนตนเอง ที่สามารถที่จะปรับเปลี่ยนไปในคณะที่เหมาะสม   แรกๆก็ยืนยันไม่เรียนต่อ ท้อใจ ผิดหวัง ร้องไห้ ไม่อยากทำให้พ่อแม่ผิดหวังอยากเข้ากรุงเทพฯ ไปหางานทำ เพื่อนำเงินมาใช้หนี้พ่อแม่ที่ส่งเรียนที่ผ่านมา

จากนั้นได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ปกครอง และได้เล่าปัญหาที่เกิดขึ้น และความต้องการของลูก  และพ่อแม่ก็ยอมรับได้ ว่าไม่อยากให้ลูกชายออกจากมหาวิทยาลัย เพราะเขาจะเป็นตราบาปและพ่ายแพ้ตลอดเวลา ทำให้เกิดความทุกข์ใจ  จะเป็นปัญหากับพ่อแม่และสังคมต่อไป

 และต้องการที่จะให้ลูกย้ายคณะเรียนคณะไหนก็ได้ ที่เขาชอบ  และสามารถที่จะเป็นคนดีได้เท่านั้นเอง พ่อแม่คงไม่รอที่จะกินเรี่ยวแรงกับลูกหรอก ขอให้ลูกเอาตัวรอดก็พอแล้ว

เมื่อฟังเสียงจากผู้ปกครอง และนำไปสื่อสารกับน้องนิสิต กว่าที่จะเข้าใจต้องใช้เวลา และทำให้อารมณ์ น้องนิสิตสงบลง และร่วมกันมองปัญหาที่เกิดขึ้น และมาถึงขณะนี้ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม คณะที่เปิดสอนที่น้องๆ สามารถที่จะเรียนได้ และเปรียบเทียบกันดูว่าเป็นอย่างไร ในการประกอบการตัดสินใจอีกอย่างผู้ที่จะช่วยได้ คืองานทะเบียน  จึงได้ประสานกับนายทะเบียนและต้องขอบคุณ พี่นายทะเบียนรีบตอบรับว่า มาพบผมได้ตลอดเวลา  และจึงได้ติดต่อนิสิตเพื่อนัดเวลาไปพบนายทะเบียนในวันรุ่งขึ้น   เพื่อที่จะให้นิสิตรายนี้ไปพบ เพื่อที่จะเช็คและตรวจสอบเรื่องผลการเรียน และความเป็นไปได้  ในการย้ายคณะ  แต่ก่อนหน้านั้นน้องก็ได้ตัดสินใจที่จะย้ายคณะแล้ว   ว่าตนเองถนัดอะไร

หลังจากไปพบนายทะเบียน(พี่สุรพล) งานทะเบียนมาแล้ว

พี่สุรพลมาเยี่ยมงานแนะแนวฯ 

 

น้องได้ โทรศัพท์มาเล่าให้ฟังว่ามีความสุขมาก  ผมก็ไม่ต้องไปยึดติดกับคณะใดคณะหนึ่งมากเกินไป  จนไม่เปิดใจ รับคณะอื่น ว่าตนเองยังมีทางเลือกอีกตั้งเยอะ  เป็นเพราะคิดคนเดียว ไม่ปรึกษาผู้ที่เกี่ยวข้อง   เกือบพลาดไป  ขณะนี้กำลังเดินเรื่องย้ายคณะภายใน 2 สัปดาห์เพื่อที่จะให้ทันลงทะเบียนเทอมนี้   ต้องขอบคุณมาก และต้องขอบคุณนายทะเบียนด้วยค่ะ ที่มีส่วนช่วยให้แนวทาง  ข้อคิด กำลังใจ ในการทำให้น้องนิสิตรายนี้ ได้ใช้ชีวิต ด้านการศึกษา อยู่ในมหาวิทยาลัยมหาสารคามต่อไป