ผู้ป่วยปลอดภัย เราสบายใจ

วันนี้งานเข้า แต่เช้าค่ะ อิอิ... มีอีกงานมาเล่าสู่กันฟังนะคะ.. สำหรับรพ.ในประเทศไทยและผู้สนใจทุกท่านค่ะ

พันธมิตรเพื่อการดูแลผู้ป่วยปลอดภัยแห่งองค์การอนามัยโลก (WHO world alliance for Patient Safety) ตระหนักถึงปัญหาอุปสรรคในการประเมินอันตรายที่เกิดกับผู้ป่วยจากการดูแลรักษาที่ไม่ปลอดภัยภายใต้ระบบข้อมูลที่มีจำกัด (เขาถึงเลือกประเทศไทยไงคะ)  โดยมีข้อมูลหนึ่งที่สามารถนำมาบอกสถานการณ์เกี่ยวกับอันตรายของผู้ป่วยนอกจากการทบทวนเวชระเบียนแล้วจะเป็นการใช้วิธีการสังเกต หรือสัมภาษณ์กับบุคลากรเป็นรายบุคคลหรืออรายกลุ่ม WHO world alliance for Patient Safety จึงสนับสนุนให้มีการพัฒนาวิธีการเก็บข้อมูลเพื่อประเมินขนาดและลักษณะของเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์และได้พัฒนาแนวทางการเก็บข้อมูลขึ้นในปี 2550 -2551 และได้คัดเลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในครงการการศึกษานำร่องวิธีการประเมินอันตรายที่เกิดกับผู้ป่วยในประเทศไทย (Pilot study of Methodology to assess patient harm in Thailand)

โดยได้ทำการศึกษาวิจัย ใน รพ. 2 แห่งได้แก่ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์และรพ.สระบุรีค่ะ  ขอบพระคุณทั้ง 2 แห่งมา ณ ที่นี้ ค่ะ

วันนี้ 29 กย. ที่รร.ริชมอนด์ เราจึงได้มีการประชุมเพื่อเตรียมการ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก สองท่านได้แก่ Dr.Philippe Michel ,Florence Saillour และผู้ประสานงาน WHO ที่เป็นคนไทยคุณ Nittita Prasopa –Plaizer งานนี้ภาษาอังกฤษแตกฉาน อีกแล้ว อิอิ..

โครงการวิจัยนี้ จึงเป็นการพัฒนาเครื่องมือโดยมีวัตถุประสงคดังนี้ค่ะ

1.  ค้นหาแนวทางวิธีการสัมภาษณ์และการเฝ้าสังเกตเพื่อค้นหาข้อมูลด้านความปลอดภัย ค้นหาวธีการที่เหมาะสมสำหรับสถานการณ์ที่มีข้อมูลจำกัด เช่นระบบสาธารณสุขในประเทศไทย เป็นต้น

2.  ปรับใช้เครื่องมือ วิธีการที่เหมาะสม

3.  ค้นหาปัญหา อุปสรรคที่ไม่คาดหวัง เช่นจากวัฒนธรรม องค์กร

4.  ปรับปรุงเครื่องมือในการเก็บข้อมูล

5.  ค้นหาความตรง ความเที่ยงของเครื่องมือ

วิธีการที่จะนำไปใช้ในรพ.นำร่อง มี สามวิธี ได้แก่

1.  การลำดับความสำคัญเรื่องความปลอดภัยและกิจกรรมด้วยวิธีการ Nominal group technique base conscensus

2.  การค้นหาความคลาดเคลื่อนโดยวิธีการ เฝ้าสังเกตโดยตรง และสัมภาษณ์กระบวนการฉีดยา

3.  การหาเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์และการป้องกันด้วยวิธีการสัมภาษณ์บุคลากร

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในฐานะที่ปรึกษาผู้ร่วมสังเกตุการณ์ 1 วัน

1.  หากวิธีการนี้ได้ผล เป็นที่ยอมรับ สามารถแนะนำให้รพ.ค้นหาเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ ความเสี่ยง ความไม่ปลอดภัยของผู้ป่วยด้วยวิธีการที่ง่ายขึ้น สะดวก ไม่ต้องอิงข้อมูลจากรายงานอุบัติการณ์ซึ่งมีข้อมูลการรายงานน้อยมาก หรือการทบทวนเวชระเบียนที่พบปัญหาเวชระเบียนไม่สมบูรณ์ โดยเป็นความคิดของกลุ่มที่เป็นตัวแทนของรพ.เอง

2.  นำกระบวนการสังเกต ที่เริ่มจากกระบวนการฉีดยาไปใช้สังเกตในกระบวนการอื่นๆ ที่รพ.สนใจและต้องการจะศึกษาเพิ่มเติม เพื่อพัฒนากระบวนการนั้น เช่นการล้างมือ การคัดแยกขยะ

3.  เรียนรู้คำจำกัดความของเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์มากขึ้นจากเดิม คือต้องอยู่ในสามข้อ ได้แก่ การเกิดการบาดเจ็บ หรือภาวะแทรกซ้อน การอยู่รพ.นานขึ้น เสียชีวิต พิการเมื่อจำหน่าย และเป็นสาเหตุที่เกิดจากการจัดการด้านการดูแลรักษา เป็นกรณีที่สามารถป้องกันได้หรือไม่ ???

4.  มีประสบการณ์สร้างสถานการณ์จำลองโดยเป็นผู้ถูกสัมภาษณ์ ได้เรียนรู้ที่ควรจะสรุปให้เห็นเหตุการณ์ให้ชัดเจน กระชับ สาเหตุที่สำคัญ แต่ก็แค่เล่นละคร สมมติ ชีวิตจริง เราก็ไม่รู้ได้ ค่ะ

5.  ฟังภาษาอังกฤษ ได้ดีมากขึ้นค่ะ อิอิ.. ชมตัวเอง ฮ่าๆๆๆ

6.  เมื่อสิ้นสุดการประชุมการเตรียมการ พบว่าเราสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ โดยท่านผู้ร่วมทีมวิจัยสามารถเข้าใจวิธีการได้เป็นอย่างดีค่ะ และมั่นใจว่าสามารถดำเนินการได้เป็นอย่างดีค่ะ เย้ๆๆๆ