สวัสดีครับ
บันทึกนี้เขียนขึ้นเพื่อสดุดี ต่อเพื่อนร่วมงานในโรงพยาบาลปาย....
เพื่อนร่วมงานทุกๆท่านในหอผู้ป่วยใน ที่ปฏิบัติงานในวันที่26 กย 2551 ถึง 27 กย 2551
ทำไมถึงต้องสดุดีนะ????
เพราะว่าวันนี้ทุกคนนั้นต้องทำงานหนักที่สุด ครั้งหนึ่งของชีวิต.....
เพราะว่ามียอดคนไข้ทั้งหมด 74 คน.....
ถือว่ามากที่สุดในประวัติการณ์(ของโรงพยาบาล???)
จากปกติยอดคนไข้เฉลี่ยเมื่อ
2 ปีก่อน 30-40 คน ต่อวัน
1-2 ปีที่ผ่านมา เพิ่มเป็น40-50 คน
เดือนที่ผ่านมายอดคนไข้ติดลมบนที่50-65 คน ต่อวัน
โดยทั้งนี้แม้แพทย์จะเท่าเดิม และพยาบาลเท่าเดิม.....
ทั้งนี้สาเหตุที่คนไข้มากในวันนี้เพราะว่า
มีโครงการผ่าตัดตาสำหรับผู้ป่วยสูงอายุที่เป็นต้อกระจก ในเขตอ.ปาย อ.วัดจันทร์
โดยคุณหมอผู้ใจบุญ คุณหมอ จุฑารัตน์ ป้อมสถิตย์ http://members.tripod.com/suandok36/members/021_030.htm
ซึ่งท่านได้ทำต่อเนื่องมาตั้งแต่ยังรับราชการที่รพ ศรีสังวาลย์
เดิมทีนั้นกำหนดที่ 20 คน แต่เพิ่มจากวัดจันทร์จึงเป็น 30กว่า คน
ดังนั้นวันนี้จากยอดคนไข้ที่พยาบาล 5 คน ต้องดูแลผู้ป่วย 74 คน
ทั้งผู้ป่วยธรรมดาทั่วไป ผู้ป่วยที่เตรียมผ่าตัดตา.....
จึงเป็นสิ่งที่สาหัสมาก สำหรับผู้ที่ทำงานอยู่....
เพราะงานปกติก็มากมาย และก็เหนื่อย ขึ้นลงเวรกันแทบไม่ได้พักพอเพียงอยู่แล้ว
งานนนี้จึงต้องขอสดุดีผู้ที่ทำงานอยู่ทุกๆท่านด้วยความรู้สึกอนุโมทนา
ที่ท่านๆทั้งหลายได้ร่วมกันทำบุญที่ยิ่งใหญ่... ช่วยเหลือให้ผู้สูงอายุมองเห็นชัดอีกครั้ง
ช่วยผู้ป่วยทั่วไปให้หายดีขึ้น....กลับบ้านอย่างปลอดภัย...
แม้ว่าในจิตใจของท่านอาจจะ เกิดทุกข์เวทนาบ้าง ทั้งกายใจ จากภาระงานที่ทำ...
แต่ในเวลาสั้นๆนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ของการทำงาน ของหน่วยงาน ขององค์กร
สิ่งดีๆเหล่านี้จะติดตัวท่านไป แม้กาลเวลาจะผ่านไป จะหนุนเสริมให้ท่านพบแต่สิ่งที่ดี
แล้วพรุ่งนี้ผมจะเก็บภาพมาฝากครับ
ขอเชิญทุกท่านร่วมให้กำลังใจกับน้องๆ พยาบาล(ส่วนมาก25-32 ) ครับ...
และร่วมอนุโมทนาในความดีนี้
kmsabai....
สวัสดีค่ะ
- ขอร่วมอนุโมทนาสาธุด้วยคนค่ะ เป็นกำลังใจให้เพื่อนร่วมวิชาชีพด้วยคนค่ะ
โอย...เก่งจริงๆค่ะ ขออนุโมทนาบุญครั้งนี้ไปยังทุกๆท่านด้วยนะคะ ยอดเยี่ยมจริงๆ ตื้นตันไปด้วยมากๆค่ะ ขอบคุณทุกๆท่านและคุณหมอสุพัฒน์ผู้เอามาบอกเล่า ที่ทำให้เรารู้ว่า คนดีๆมีอีกมากมาย เพิ่มพลังให้ชีวิตในท่ามกลางการเมือง (ที่ดูจะเป็นเรื่องเห็นแก่ตัว) ที่ห่อเหี่ยวช่วงนี้ค่ะ
ขอชื่นชม ใครไม่รู้ว่าเราทำดี เรารู้แก่ใจดี นี่แหละความสุขที่เยียวยาความเหน็ดเหนื่อย ดิฉันจะใช้มุกนี้เสมอเมื่องานหนักถาโถมมา และการคิดขอบคุณงานหนักที่ทำให้เราเติบโตยิ่งทำให้เราอิ่มเอิบค่ะ สู้ๆ