เช้าวันนี้ในขณะที่ผมกำลังทานข้าวอยู่กับลูกชาย (คนเล็ก) อยู่ดีๆ ลูกผมก็เอ่ยขึ้นมาว่า . . . “ชีวิตคนเรามีแค่นี้หรือ . . . เรียนหนังสือ . . . แล้วทำงาน . . . แล้วก็ตาย?” . . . เจอคำถามแบบนี้แต่เช้า ทำเอาผมอึ้งไปสักพักก่อนที่จะตั้งหลักตอบไปว่า . . . การที่เรา “มีชีวิต” เท่ากับว่าเรา “ได้รับโอกาส” ในการพัฒนา . . . ไม่ว่าเราจะเรียนหนังสือหรือทำงาน เราสามารถพัฒนาได้ทั้งนั้น . . . เป็นการพัฒนาให้เกิด “สติ” ให้เกิด “ปัญญา” เพื่อที่ว่าเราจะได้ “หลุดออก” จากวงจรดังกล่าวได้ เฉกเช่นเดียวกับที่พระพุทธเจ้าได้เห็น “วงจรแห่งการเกิดแก่เจ็บตาย” แล้วท่านก็คิดว่าจะต้องหา “หนทาง” เพื่อที่จะ “หลุด” ออกไปจากวงจรนั้นให้ได้ . . . โชคดีนะที่เราได้เกิดมา “เป็นคน” เราจึงมีโอกาสที่จะได้ “ฝึกพัฒนาตน” ไปสู่สิ่งที่ “สูงกว่า” . . .
พูดไปซะยาว แล้วก็นึกขึ้นได้ว่ากำลังพูดอยู่กับผู้ที่อยู่ใน “วัยรุ่น” จึงถามกลับไปว่า. . . ทำไมจึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา? ลูกชายผมกล่าวเพิ่มเติมว่า . . . “ไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราต้องใช้เวลาครึ่งค่อนชีวิตอยู่กับตำรับตำราและการเรียนการสอน . . .” หลังจากที่ฟังลูกอย่างจริงๆ จังๆ ทำให้ผมเริ่มเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของลูกขึ้นมาบ้างแล้ว คิดว่าบทสนทนานี้น่าจะมาจากการที่ช่วงนี้เขาคงกำลังเคร่งเครียดอยู่กับการสอบ คงไม่ได้คิดจะไปสู่นิพพานอย่างที่ผมสาธยายไว้ในตอนแรก!!
อุ๊บส์... :)
Aloha ครับ คุณ a l i n_x a n a =)
คุณ Bright Lily อย่าเข้าใจผิดคิดว่าเราคุยกันอย่างนี้ทุกเช้านะครับ . . . ที่ต้องบ่นหรือตะโกนใส่กันก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ต้องให้ข้อมูลเดี๋ยวจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นครอบครัวใน "อุดมคติ"
มาอ่านและลงชื่อไว้ครับ มีวัยรุ่นน้อยคนที่จะตั้งคำถามแบบนี้นะครับ
นมัีสการพระคุณเจ้า. . .สวัสดี อ.กวิน อ.ขจิต ผมเข้าใจว่าอาจจะเป็นผลเนื่องมาจากการบวชเณรมาแล้วถึงสามครั้งก็ได้ครับ
หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องให้เครดิตกับระบบการศึกษาของเราที่ทำให้เด็กรู้จักปลงกับระบบการเรียนการสอน (และการสอบ) !!
สงสัยน่ะครับ . . . นกของอาจารย์ขจิต ตัวเดียวกันกับของคุณ Bright Lily หรือเปล่า? แต่ดูมันเต้นแปลกๆ นะครับ
คำถามของน้องดีมากเลยครับ ทำให้ฉุก ใจ ได้คิด
บางทีเวลาที่เหลือ มันอาจจะน้อยเกินไป หากเรายังไม่ได้เริ่มสิ่งที่เราอยากทำ
ขอเริ่มต้นในวันแรกของวันที่เหลือ
และทำให้ดีที่สุด
เคยตั้งคำถามกับตัวเองแบบนี้เหมือนกันค่ะ และจะมีคำถามอื่นๆอีกหลายคำถามทั้งที่เกี่ยวกับตนเอง และกับคนอื่น มีคำถามในใจเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ คิดว่ามันมากเกินไปจนทำให้ฟุ้งซ่านไปแล้ว จะแก้อย่างไรดีคะ ที่จะไม่ให้ความคิดมาทำลายชีวิตเราได้
ครูอาจารย์สอนว่าให้ "ตามดู" ความคิดครับ ให้ฝึกตามดูอยู่บ่อยๆ จน "สติว่องไว" ความคิดจะได้ทำอะไรเราไม่ได้ หรือไม่ก็คงจะคิดน้อยลงครับ . . . ผมเองก็กำลังฝึกอยู่ แต่ก็ดูทันบ้าง ไม่ทันบ้าง ทำไปเรื่อยๆ ครับ
อย่างที่เอกว่าแหล่ะครับ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด อยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด ปัจจุบันสำคัญที่ีสุด ปัจจุบันเท่านั้นคือสิ่งที่เรามีครับ!!
สรุป...ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นค่ะ
+ สวัสดีค่ะอาจารย์...
+ ถ้าเรามีเวลาได้พูดคุยกับลูก หรือเด็ก ๆ ...
+ เราจะรู้เลยค่ะว่า...เด็ก ๆ นี่แหละค่ะ...เป็นครูชั้นหนึ่ง ที่ทำให้เราได้คิด..ได้ทบทวนตัวเองค่ะ..
+ อ๋อยโชคดีที่ได้คลุกคลีกับเด็ก ๆ ...อ๋อยชอบทุกลีลาของเด็ก ๆ ค่ะ...
+ ประทับใจมากค่ะ...คำถามแบบนี้แหละค่ะ...บ่งบอกถึงความเป็นคนที่มีพลังในการจรรโล่งชีวิตในอนาคตค่ะ...
+ ขอบคุณมากค่ะที่นำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ...ประทับมาก ๆ ค่ะ...
555+
คิดเหมือนผมเลย กะว่าพาลูกไปนิพพานเลยนะครับ
อื่ม แนะนำให้เขาอ่านนิพนธ์ของ "ท่านขงจื่อ" ซิครับ
หรือไม่คุณพ่อก็ลองไปหามาอ่านให้คุณลูกฟังวันละวรรค
ก็จะทำให้เขาขยันขึ้นมาได้ละครับ