ความไร้สาระอยู่ที่การไม่มีอะไรทำมากกว่า
นี่อาจเป็นเรื่องไร้สาระที่มีการเขียนแบบไม่มีจุดหมายปลายทางของฉันเอง เพราะนี่คือการเริ่มบันทึกครั้งแรกที่ฉันได้บรรจงแต่งแต้มตัวอักษรด้วยปลายนิ้วของฉันนเอง ลงบน หน้าจอ ที่ไม่ได้แตกต่างไปจากที่อื่นเท่าใดนัก แต่ทว่าที่ต่างไปนั้นกลับกลายเป็นความคิดที่อยากจะเห็นการเขียนที่เกิดขึ้นจากความกระหายโดยแท้ที่อยากจะเขียน ไม่ใช่แค่เพียงว่าการถูกใครสักคนสั่งเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์บางอย่างเท่านั้น
มีคนเคยบอกฉันว่าความไร้สาระอยู่ที่การไม่มีอะไรทำมากกว่า เช่นเดียวกับคนที่เพ้อเจ้อ มักจะใช้จิตนาการและเขียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราวได้โดยที่ไม่น่าจะเป็นเรื่อง แต่ฉันเองกลับคิดว่านั่นเป็นการจารึกทางประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุดเพราะว่า ไม่มีใครสามารถจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ทั้งหมด ไม่แม้กระทั่งว่าวันที่ตนเองมีความสุขที่สุดคือวันไหนยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำไป แล้วอย่างนี้จะให้ฉันมองว่าการเขียนบันทึกมันไร้สาระได้อย่างไร
อาจจะเป็นคนที่บรรยายไม่ค่อยเก่งเท่าที่ควร แต่ก็ขอให้ได้เขียนมั่งก็ดีแล้ว เพราะความสามารถเราไม่ได้เท่าเทียมกันทั้งหมด ขอให้ใครก็ตามที่หลงเข้ามาอ่านบันทึกนี้ อย่าได้ด่วนตัดสินว่านี่เป็นเรื่องราวของเด็ก แต่ขอให้ท่านเปิดใจให้กว้างแล้วย้อนกลับไปคิดดูว่าเมื่อครั้งก่อนท่านทั้งหลายก็เคยมีครั้งแรกที่ใช้นิ้วสัมผัสกับแป้นพิมพ์มาเหมือนกัน อีกทั้งบางครั้งความเป็นเด็กบางทีก็ให้แง่คิดกับผู้ใหญ่ผู้หยิ่งในความอาวุโสมากมายเหมือนกัน
สวัสดีค่ะ
จะรออ่านค่ะ
สวัสดีครับ
ขอขอบคุณคุณพี่ Bright Lily
หวังว่าถ้าได้รับกำลังใจที่ดีอย่างนี้เรื่อยไปก็จะเขียนเรื่อยๆจ้า
สวัสดีค่ะ ขอบคุณนะคะpa_daeng [มณีแดง คนสวย แซ่เฮ]
ยังไงก็จะพยายามเขียนให้มากๆแล้วกันค่ะ
อย่าเบื่อล่ะ
ขอขอบคุณพี่ .วัชรา ทองหยอด
ขอบคุณนะค่ะที่เข้ามาให้แรงใจ
จะเก็บไว้เป็นต้นทุนทางความคิดต่อไปค่ะ
ขอกราบนมัสการเจ้าค่ะ .tukkatummo
ขอขอบคุณมากค่ะที่เห็นคุณค่าของเด็ก
แต่ทว่าหนูเองก็ไม่ใช่เด็กหรอกค่ะ
แต่ว่ายังเด็กด้วยความรู้และประสบการณ์มากกว่าค่ะ
สวัสดีครับ...แวะมาทักทายบันทึกแรก เป็นกำลังใจให้และจะรออ่านบันทึกต่อๆไปครับผม
สวัสดีค่ะ
แวะมาเยี่ยมชมนะคะ
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ^__^