ความไร้สาระอยู่ที่การไม่มีอะไรทำมากกว่า

        นี่อาจเป็นเรื่องไร้สาระที่มีการเขียนแบบไม่มีจุดหมายปลายทางของฉันเอง  เพราะนี่คือการเริ่มบันทึกครั้งแรกที่ฉันได้บรรจงแต่งแต้มตัวอักษรด้วยปลายนิ้วของฉันนเอง ลงบน หน้าจอ ที่ไม่ได้แตกต่างไปจากที่อื่นเท่าใดนัก  แต่ทว่าที่ต่างไปนั้นกลับกลายเป็นความคิดที่อยากจะเห็นการเขียนที่เกิดขึ้นจากความกระหายโดยแท้ที่อยากจะเขียน  ไม่ใช่แค่เพียงว่าการถูกใครสักคนสั่งเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์บางอย่างเท่านั้น

     มีคนเคยบอกฉันว่าความไร้สาระอยู่ที่การไม่มีอะไรทำมากกว่า เช่นเดียวกับคนที่เพ้อเจ้อ มักจะใช้จิตนาการและเขียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราวได้โดยที่ไม่น่าจะเป็นเรื่อง แต่ฉันเองกลับคิดว่านั่นเป็นการจารึกทางประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุดเพราะว่า ไม่มีใครสามารถจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ทั้งหมด ไม่แม้กระทั่งว่าวันที่ตนเองมีความสุขที่สุดคือวันไหนยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำไป แล้วอย่างนี้จะให้ฉันมองว่าการเขียนบันทึกมันไร้สาระได้อย่างไร

     อาจจะเป็นคนที่บรรยายไม่ค่อยเก่งเท่าที่ควร แต่ก็ขอให้ได้เขียนมั่งก็ดีแล้ว เพราะความสามารถเราไม่ได้เท่าเทียมกันทั้งหมด ขอให้ใครก็ตามที่หลงเข้ามาอ่านบันทึกนี้ อย่าได้ด่วนตัดสินว่านี่เป็นเรื่องราวของเด็ก แต่ขอให้ท่านเปิดใจให้กว้างแล้วย้อนกลับไปคิดดูว่าเมื่อครั้งก่อนท่านทั้งหลายก็เคยมีครั้งแรกที่ใช้นิ้วสัมผัสกับแป้นพิมพ์มาเหมือนกัน อีกทั้งบางครั้งความเป็นเด็กบางทีก็ให้แง่คิดกับผู้ใหญ่ผู้หยิ่งในความอาวุโสมากมายเหมือนกัน