ข่าวจากหนังสือพิมพ์เทเลกราฟของอังกฤษว่า นายฟอสเตอร์ ป่วยเป็นมะเร็งอัณฑะ ได้รับเกินขนาด ยาที่ได้คือยาเคมีบำบัด บลีโอมัยซิน ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์ทำลายดีเอ็นเอ โดยยา (ภาพข้างล่าง) ไปจับกับธาตุเหล็กแล้วเปลี่ยนออกซิเจนให้เป็นอนุมูลอิสระไปทำให้ดีเอ็นเอฉีกขาด นอกจากนี้ยายังทำให้เกิด อนุมูลอิสระจากไขมัน (lipid peroxidation) ด้วย แต่เนื่องจากได้รับขนาดเกินเป็นสองเท่า (จากหมื่นห้า เป็นสามหมื่นหน่วย) ซ้ำผิดพลาดเจ็ดครั้ง

เนื่องจากยามีพิษต่อปอด (เป็นอาการไม่พึงประสงค์ที่พบไม่บ่อย ประมาณ 1 ใน 10 คน) ทำให้เกิดผังผืดในปอด (fibrosis) และทำให้ปอดทำหน้าที่ผิดปกติ พิษต่อปอดนี้ทำให้นายฟอสเตอร์เสียชีวิต
อ่านข่าวรายละเอียด ที่
http://www.telegraph.co.uk/news/newstopics/politics/health/3042064/Man-dies-in-government-cancer-drug-trial.html
เรื่องของระดับยาเกินขนาดนี้ ทำให้นึกถึงบทบาทของบริบาลเภสัชกรรม (pharmaceutical care) เพื่อเสริม ช่วยเหลือ ป้องกันและเกื้อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดูแลรักษา
ข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับ มะเร็งอัณฑะ
• อัตราเกิด 0.4 %
• พบบ่อยช่วงอายุ 15-35 (โดยเฉพาะยีสิบกว่าๆ)
• อัตรารักษาให้หายขาดสูง โดยเฉพาะที่รู้แต่เนิ่นๆ
• ก้อนในอัณฑะอาจไม่เป็นเนื้องอก แต่ถ้าพบว่าผิดปกติหรือมีอาการปวดควรให้แพทย์ตรวจ
อ้างอิง
1. National Cancer Institute. http://www.cancer.gov/Templates/drugdictionary.aspx?CdrID=39139
สวัสดีค่ะ
คุณพระฯ คุ้มครองนะคะ
สวัสดีครับคุณครูอ้อย
* ความผิดพลาดคลาดเคลื่อนเป็นไปได้ตามวิสัยของมนุษย์
* ถ้าเกิดโดยจงใจนั้นน่ากลัว (ไม่ทราบว่า กรณี สารเมลามีน (melamine) ในนมผงเด็ก ที่ทำให้เสมือนมีโปรตีนปริมาณมาก เป็นเช่นนั้นหรือเปล่า) สงสารเด็กที่ป่วยและเสียชีวิต (หวังว่าคงไม่เกิดในประเทศไทย)
* กรณีที่ไม่ตั้งใจ นั้นต้องใช้ทั้งระบบที่ตรวจสอบซึ่งกันและกัน (พลาดจากจุดหนึ่ง สามารถตรวจเจออีกจุดหนึ่งได้) และการสร้างบุคลากรที่ทั้งมีความสามารถและความตระหนัก
• ขอบคุณครับ เช่นกันครับ ขอพระเจ้าประทานพร
อันนี้ แก้ไขจาก ที่ผมเขียนผิดครับ
ต้องการรายละเอียด เพิ่มเติมค้นจากทั้งสองคำ