ถนนคนเดินมีบุตรชายและบุตรสาว ๒ คน โดยคนโตเป็นผู้หญิง อายุ ๑๖ ปี คนเล็กเป็นผู้ชาย อายุ ๑๕ ปี ทั้งสองคนมีนิสัยที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คนโตทำอะไรได้รวดเร็ว แทบเป็นจรวดเลยก็ว่าได้ ส่วนคนเล็ก ชักช้าทุกเรื่องยิ่งกว่าเต่าอีก จะบอกว่าตอนแรกๆ ยังทำใจไม่ได้ก็จะโมโหโกธาบ่อยๆ จนกระทั่งชิน...ก็จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองใหม่...(เพราะเป็นคนแบบนี้อยู่แล้วไม่รู้ว่าตัวเองจะผิดหรือคนอื่นผิด...ก็ชอบแก้ไขที่ตัวเองเสมอ...ไม่เคยให้คนอื่นได้แก้ตัวเลย...เค้าเรียกว่าตัวเองมักผิดตลอด...ผิดมาตั้งแต่เกิดแล้วมั้ง) ลูก ๒ คนเป็นเด็กมีเหตุผลเหมือนกัน... ถ้าคุยกับเขาแล้วใช้เหตุผลเขาจะฟัง...ไม่ว่าเรื่องนั้นจะมีผลออกมาเป็นเช่นไรเขาก็รับได้...ไม่โวยวาย....ยอมรับว่าเมื่อลูกเข้าสู่วัยรุ่น เป็นห่วงเขามากเลย...แต่ก็พยายามที่จะเข้ากับเพื่อนๆ ของลูกให้ได้...ไม่ว่าลูกสาวหรือลูกชาย...จะบอกว่ารู้เรื่องของเขาทุกเรื่องก็เป็นไปไม่ได้...แต่ยอมรับว่าเคยคุยกันว่า...ถ้ามีเรื่องใดที่ไม่สบายใจ...ถ้าคิดว่าคุยให้ฟังแล้วสบายก็ให้เล่าให้ฟัง...เขาก็เล่าให้ฟังเรื่องทั่วไป ...การที่จะเลี้ยงลูกให้ได้ดีนั้น ถนนคนเดินคิดว่าเราควรเริ่มที่ตัวเรามากกว่า....เราชอบสิ่งใด....ไม่ชอบสิ่งใด....ถนนคนเดินว่าสิ่งที่เด็กๆ ต้องการก็เหมือนตอนที่เราเป็นเด็กนั่นแหละ...ไม่แตกต่างกันนักหรอก ที่แน่ๆ พ่อแม่ต้องเป็นพิมพ์ที่ดีก่อน...เขาก็จะมองเราและทำตาม แต่เราต้องใจเย็นๆ เพราะเพื่อนก็มีผลต่อเขาเหมือนกัน...มันอยู่ที่ตัวเขาจะมีใจหนักแน่นแค่ไหน...เพื่อชวนแล้วไปตามนั้นหรือไม่ ตัวอย่างพฤติกรรมของลูกชายคนเด็ก....ขณะอยู่ ม.๓ (เลี้ยงรุ่นจบ) เพื่อนชวนไปกินหมูกะทะที่ร้าน...เขามาขออนุญาตก็ให้ไปตอนหกโมงเย็นมีเพื่อนมารับ ประมาณ ๑ทุ่มก็กลับ (๑ ชั่วโมงเอง) กลับมาถามว่าอ้าว! ทำไมกลับเร็วจัง เขาตอบว่าเพื่อนกินเบียร์กัน น้องกลัวกลับไม่ได้เลยให้มาส่งมาก่อน...แค่นี้คนเป็นพ่อแม่จะต้องการอะไรอีก ถนนคนเดินขอบอกว่าภูมิใจในตัวลูกชายมาก...ถึงเขาจะเรียนหนังสือไม่เก่ง...ไม่สนใจเรียนสักเท่าไร...ไม่ส่งการบ้าน....ทำให้เราเหนี่อยใจ แต่ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้ทีไรก็อดจะภูมิใจไม่ได้...คนเราเมื่อไหร่ที่เหล้ายังไม่เข้าปาก....สิ่งอื่นๆ ก็ยังเป็นตัวของเขาอยู่ดี... แสดงว่าความคิดของเขายังเป็นเด็ก...ไม่แก่แดด...บางครั้งนึกสงสารเหมือนกันเพราะเด็กอื่นๆ ไปโน่นไปนี่...เขาจะไม่ค่อยไป...ถาขออนุญาตแล้วไม่ให้ไปก็จะไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ...จะรับแต่ว่าครับ... ส่วนลูกสาวเคยบอกว่า...ถ้าจะมีแฟนให้บอกนะ...จะได้ชวนกันเรียน...สมัยนี้เด็กวัยรุ่นไวไฟมากเลย....รักรัก....เลิกเลิก....เป็นของธรรมดา....ตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด...ทำตัวให้มีค่า....วันข้างหน้ามีให้เลือกอีกมากมาย....ถึงตอนนี้เลือกไว้ก็ให้เอาไว้ในใจ....ไม่ต้องแสดงออกมากนัก....ไม่รู้วันไหนใครจะเปลี่ยนใจ..... ทำใจไว้บ้าง... (นี่ก็หมายถึงทุกฝ่ายนะ...ไม่ว่า...พ่อ...แม่....ตัวของเด็กเอง) ถนนคนเดินเลี้ยงลูกแบบเป็นเพื่อนกัน...ให้สิทธิเสรีภาพทุกอย่าง...ไม่กีดกัน...แต่ทุกที่ต้องมีกฎ...กฎของบ้านนี้คือ ๑. ห้ามพูดโกหกในทุกๆ เรื่อง ๒. ห้ามขโมยของไม่ว่าอะไรจะหยิบจะจับอะไรต้องขออนุญาต (บอกก่อนหรือทีหลังก็ยังได้ขึ้นชื่อว่าบอก) ๓. มีสิทธิเท่าเทียมกันทุกคนไม่ว่า พ่อ แม่ ลูก วิจารณ์กันได้ไม่โกรธ เพราะทุกคนเป็นคนยอมรับในความคิดเห็นของกันและกัน....บ้านของเรายอมรับว่ามีความสุขตามอัตภาพ....นานๆ ครั้งจะทะเลาะกันสักครั้ง...แต่ไม่เกิน ๑-๓ ชั่วโมงก็หาย....ไม่รู้จะโกรธกันทำไมอยู่กันแค่ ๔ คน
ก่อนทำอะไรลูก...คิดถึงตัวเองเสียก่อนว่าทำแล้ว เรา(พ่อแม่) ได้อะไรจากการกระทำนั้น....แล้วค่อยทำ....ดีกว่าทำไปแล้วมาขอโทษ...ไม่ได้อะไรเลย...ทุกอย่างมันเสียไปแล้ว...แม้แต่ความรู้สึกดีดีที่เคยมีให้กัน บางครั้งคนเราทุกคนมีเหตุผลในการกระทำนั้นๆ ...ไม่เชื่อคุณลองคิดดูสิ...สิ่งไม่ดีคุณเคยทำหรือเปล่า...ทำไปแล้วคุณก็เสียใจ....แต่ก็เก็บมันไว้ในความทรงจำ...เขาก็คงเหมือนเรานั่นแหละ...อย่าเอาประสบการณ์ที่ไม่ดีของตัวเราเองมาสั่งสอนลูก...เขาไม่เชื่อฟังเราหรอก...เพราะสิ่งนั้นมันยังไม่เคยเกิดกับเขาเลย...แต่เราต้องให้เขาลอง...แล้วเราซึ่งเป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง...พูดให้เขาฟังก่อนที่มันจะเกิด...แล้วถ้าเขาไปทำต้องให้เขายอมรับกรรมนั้นเสีย...หรือหาทางแก้ไขที่มันถูกต้องให้ซะ...
เห็นด้วยกับพี่ค่ะ
หวัดดีจ้า พี่ไม่มีลูก!
คุณมีครอบครัวเหมือนดิฉันคะ มีลูกสาว และลูกชาย ๆ ก็ไม่ค่อยสนใจในการเรียน ต้องคอยบังคับตลอด แต่ไม่มีพฤติกรรมเกเร หรือติดเพื่อน เหมือนเด็กรุ่นเดียวกัน ที่เกเร สูบบุหรี กินเหล้าเบียร์ ดิฉันดิใจที่ไม่เป็นคนเช่นนั้น มีชะตาเดี่ยวกันเลยนะ