ชีพจรลงเท้าค่อนข้างบ่อยในระยะนี้ จะปฏิเสธก็ยากเต็มที ใจมันสั่งให้ไปครับ เหตุผลสำคัญก็คือเราเชื่อว่า แต่ละเวทีที่ไปร่วมมันมีช่องทางที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเรื่องราวต่างๆไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เพื่อให้งานสำคัญได้รับการพัฒนา ก็เลยอยากให้สิ่งที่สั่งสมมาในตัวเราได้มีส่วนไม่ว่ามากหรือน้อย เพื่อสนับสนุนให้ทุกเรื่องเหล่านั้น เป็นไปด้วยดี มีการบรรลุเป้าหมายดีๆที่ตั้งกันไว้ ในที่สุดก็มักลงท้ายด้วยข้อคิดบอกตัวเองเสมอๆว่า "เหนื่อยก็ช่างมัน"
เหนื่อยกายก็พอทำเนาครับ แต่พบว่าหลายครั้งได้เหนื่อยใจด้วยไม่น้อย เหนื่อยที่เห็นความเป็นไปในแวดวงราชการ ว่าเขาคิด อ่าน และทำอะไรกันแบบไหน รายละเอียดคงลงลึกมากไม่ได้ครับเพราะไม่อยากให้กระทบตัวบุคคลที่เราคงต้องช่วยๆกันทำอะไรต่อไปอีกไม่น้อย อย่างไรก็ตามผมขอสรุปเป็นประเด็นเด่นๆ ให้เห็นเพื่อเตือนใจไว้บ้างดังนี้
มักขาดการวางแผนงานที่ดี และละเอียดรอบคอบ คนทำงานที่มองงานทุกอย่างว่าง่าย อะไรๆก็ได้ มักไม่มีการหารือ ตรวจสอบรายละเอียด หรือขาดการทำ Before Action Review ก่อนการดำเนินงาน พอถึงขั้นปฏิบัติก็เกิดปัญหาได้มากเช่น
- เครื่องมือเครื่องใช้ สถานที่ไม่เหมาะสมกับกิจกรรม
- จัดคนได้ไม่เหมาะ หรือไม่พอกับงานที่ต้องทำ
- ผู้ร่วมงานไม่รู้บทบาทหลักล่วงหน้า เพราะใช้วิธีคิดไปทำไปมากเกิน
- ขาดการศึกษาว่าผู้ที่ได้รับเชิญเข้ามาร่วมวง มีจุดเด่นอย่างไร
- เป้าหมายไม่คมชัด เมื่อถึงขั้นปฏิบัติมักจะเป๋ได้ง่าย ทั้งเรื่องจะทำอะไรก่อนหลัง และการใช้เวลา
- ฯลฯ
17 - 18 กย. 51 ผมมีนัดไปร่วมงานสัมมนา "การนิเทศแบบมีส่วนร่วม" ของคณะศึกษาศาสตร์ มรภ.จันทรเกษม ซึ่งจัดที่โรงแรมเมธาวลัย ชายหาดชะอำ เพชรบุรี
งานนี้มีการเชิญทั้งอาจารย์นิเทศก์ และตัวแทนอันเป็นนครูพี่เลี้ยง หรือผู้ดูแลงานด้านการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูจากโรงเรียนฝึกสอนเข้าร่วมด้วย จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้นประมาณเกือบ 30 คน รวมเจ้าหน้าที่ด้วย จากจำนวนดังกล่าวมีตัวแทนจากโรงเรียนจำนวน 13 คน
ก่อนออกเดินทางได้มีการประชุมร่วมกันที่คณะ เริ่มเวลาประมาณ 10 โมงเช้า ท่านคณบดีมากล่าวต้อนรับ ให้ข้อคิด และแนวทางกว้างๆ และแจ้งว่าท่านจะตามไปทีหลังเนื่องจากติดภารกิจการประชุม

รถบัสเล็กของมหาวิทยาลัยนำพวกเราออกเดินทางตอนบ่ายโมงเศษ หลังจากทานอาหารกลางวันง่ายๆคือข้าวกล่องร่วมกัน ก่อนเข้าชะอำได้แวะผ่านไปแถวโครงการพระราชดำริที่หุบกะพงด้วย

ถึงชะอำเอาตอนประมาณ 4 โมง แล้วก็มีเสียงเสนอแนะว่าน่าจะเลยไปหัวหินก่อน และมีผลให้เป็นไปตามนั้น รถขับวนๆอยู่แถวหัวหินสักพักก็จอดให้เดินตลาดกัน


รถมาถึงโรงแรมเมธาวลัยเอาตอน 6 โมงกว่าๆ ทานอาหารเย็นร่วมกัน และเริ่มรายการแรกตอน 2 ทุ่มครึ่ง อ.กรรณิการ์ สุสม รองคณบดีฝ่ายวิชาการ ดำเนินรายการเอง ด้วยการนำคู่มือการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู มาให้ช่วยกันวิพากษ์ เพื่อปรับแก้
ประมาณ 3 ทุ่มครึ่งก็ยุติรายการ ต่อด้วยภาคบันเทิงเพื่อผ่อนคลายและสร้างความคุ้นเคย ผมเลยเปลี่ยนบทบาทมาเป็นดีเจ และนักร้องจำเป็น ร่วมเล่น KARAOKE ที่เตรียมมาเอง ไปจน 5 ทุ่มครึ่งจึงยุติและเข้านอน


เช้าวันรุ่งขึ้นเริ่มรายการประมาณ 9 โมง เป็นการระดมความคิดเพื่อให้ได้มาซึ่งแนวทางปฏิบัติเพื่อพัฒนางานฝึกสอน และการนิเทศแบบมีส่วนร่วม เมื่อรายการเริ่มขึ้นสักพัก ผมรู้สึกได้ว่าน่าจะต้องลงไปช่วย เนื่องจากพอจะเล็งเห็นว่าเวลาที่เหลือไม่มากนักน่าจะทำอะไรได้ไม่มาก หากไม่มีการคุมเกมให้อยู่ในร่องในรอย เพราะบ่ายๆก็ต้องกลับกันแล้ว จึงได้อาสาโดดลงมาเป็นคุณอำนวยจำเป็น กำหนดแนวทางให้สมาชิกช่วยกันเสนอข้อคิดจากประสบการณ์ ทั้งจากฝ่ายตัวแทนโรงเรียนและอาจารย์นิเทศก์จากมหาวิทยาลัย พอมีอาการที่บางคนจะลากออกไปนอกลู่คือขยายความ ลงรายละเอียดที่บางคนนำเสนอ ผมก็ปล่อยไป 1 ราย แล้วรีบบอกว่า ที่พูดมาเป็นรายละเอียดที่มีประโยชน์มาก แต่เวลาเรามีน้อย จึงขอเป็นว่า ให้เสนอประเด็นของตัวเองเท่านั้น ส่วนใครคิดเห็นอย่างไรจะเสริม จะสนับสนุนเอาไว้ทำในตอนเข้ากลุ่มย่อย เพื่อสรุปข้อเสนอแนะในรายละเอียดตอนหลัง
เราเร่งรัดจัดการจนทุกคนได้พูด และก่อนพักทานอาหารกลางวันก็ให้โอกาสท่านคณบดีมากล่าวฝากอะไรบางอย่างเนื่องจากท่านต้องเดินทางกลับก่อน
จากการเสนอข้อคิดของทุกคน และการสรุปของท่านคณบดี ผมลองขมวดประเด็นหลักได้ 5 หัวข้อได้แก่
- การเตรียมการก่อนส่งนักศึกษาออกฝึกสอน
- การจัดสัมมนาอาจารย์พี่เลี้ยงควรทำอะไรบ้าง อย่างไร
- การสื่อสาร การสร้างความสัมพันธ์กับโรงเรียน
- บทบาทของโรงเรียนฝึกสอน
- การประเมินผลการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูที่มีประสิทธิภาพ
- แนวทางการประยุกต์ใช้ ICT เพื่อสร้างเครือข่าย และพัฒนางานฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู .. ( ข้อนี้ผมเตรียมไปเองเพื่อผนวกให้ ตามที่ตกลงกันไว้ )


แต่ในที่สุด ก็ช่วยกันปรับเหลือ 4 เรื่อง ได้แก่
-
การเตรียมการก่อนส่งนักศึกษาออกฝึกสอน
-
บทบาทของอาจารย์นิเทศก์และอาจารย์พี่เลี้ยง
-
การวัด-ประเมินผลการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
-
การสื่อสาร การสร้างความสัมพันธ์กับโรงเรียน

หลังเที่ยง ทานอาหารกลางวันเสร็จก็แบ่งกลุ่มเป็น 4 กลุ่ม ช่วยกันคิดรายละเอียด แล้วให้ตัวแทนกลุ่มนำเสนอ ได้ข้อคิด แนวทางที่เป็นประโยชน์สำหรับการปรับปรุง พัฒนางานฝึกสอนของนักศึกษาครู หลายรายการ หากได้นำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ทุกอย่างจะดีขึ้นอย่างแน่นอน
เรื่องของผมนั้น เวลามีให้ไม่เกิน 10 นาที จึงทำได้แค่เสนอตัวอย่าง และชี้นำว่า Blog จะช่วยงานลักษณะนี้ได้อย่างไร โดยเสนอตัวอย่างที่ผมเคยทำตอนนิเทศนศ.ที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี มาให้ดู และเล่าให้ฟังอย่างรวดเร็ว และสัญญาว่าจะยินดีเล่าให้ฟังอย่างชัดเจน หากจัดเวลาให้สัก 2-3 ชั่วโมง ที่คณะ หรือที่ไหนก็ได้
สวัสดีค่ะพี่ชาย
ขอบคุณค่ะ เดินสายบ่อย รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
สวัสดีครับ
แวะมาดูบรรยกาศครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ครูโย่ง หัวหน้า~ natadee
ครูปู~natadee t'ซู๊ด .. ขอบคุณครับ