คู่แฝดอลเวง

           น้องโก้และน้องโด้  เด็กชายคู่แฝดที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่ชั้นอนุบาล  ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ เพื่อน ๆ ตั้งสมญาให้คู่แฝดคู่นี้ว่า "แฝดอันตราย แฝดเจ้าปัญหา แฝดนรก  แฝดเจ้าเรื่อง แฝดเกเร แฝดไม่สามัคคี" และเป็น "คู่แฝดอลเวง" ของคุณครู เพราะมีปัญหามาตั้งแต่อยู่ชั้นอนุบาล  ซนร้องไห้ ไม่เข้าเรียน พูดไม่รู้เรื่อง  ไม่ฟังเหตุผล เดือดร้อนพ่อ แม่ต้องมาเฝ้าที่โรงเรียนเป็นประจำตอนเช้าและรีบมารอรับกลับในตอนก่อนเลิกเรียน  ไม่เช่นนั้นกลับไม่ถึงบ้าน พี่สาวที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมสู้ฤทธิ์ไม่ไหว  ชอบเล่นเลอะเทอะ ไม่เกรงกลัวครู หากครูบอกจะตีหรือลงโทษเขาจะทำท่าต่อสู้ครูและท้าทายบอกว่าไม่กลัวครูด้วย

             เมื่อขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ เริ่มมีปัญหามากขึ้น เป็นต้นว่ามีความชอบเหมือนกันสิ่งเดียวกัน ทำให้เกิดปัญหาแย่งของเล่น แย่งเสื้อผ้า รองเท้า ถุงเท้า กระเป๋า สมุดหนังสือเรียน  แม้ว่าผู้ปกครองจะให้เท่า ๆ กัน  บ่อยครั้งที่แย่งเสื้อนักเรียนกัน พ่อแม่ตัดความรำคาญให้ใส่มาเหมือนกัน  ทำให้ครูงงว่าเด็กแฝดทำไมชื่อเหมือนกัน เมื่อตรวจดูก็ทราบว่าไม่เหมือนกัน  ครูทำการเรียกชื่อจริง  ปรากฏว่าทั้งสองตอบครูว่าไม่รู้ว่าตนเองมีชื่อจริงว่าอย่างไร  ครูไม่สามารถตัดสินได้เพราะเด็กเกิดวันเดียวกัน  ต้องไปถามความจริงจากผู้ปกครอง  น้องโก้ชื่อชยพล  น้องโด้ชื่อวรพล  วันต่อมาครูได้เรียกชื่ออีกครั้งก็ยังจำชื่อไม่ได้  จึงให้คัดและท่องทั้งชื่อจริงและชื่อเล่น

              เหตุการณ์เดิมกลับมาอีกครั้งคือใส่เสื้อชื่อเหมือนกัน  ในขณะนั้นครูยังสสับสนและจำไม่ได้  จึงถามชื่อปรากฏว่าน้องโก้ตอบว่าชื่อวรพล  ทำให้น้องโด้ลุกขึ้นมาครูว่าวรพลเป็นชื่อผม  เขาใส่เสื้อของผม  แล้วทั้งคู่ก็ชกต่อยกันต่อหน้าครู   หลายครั้งที่น้องสองคนมีมุขตลกหน้าตายกับครู  เนื่องจากครูจำไม่ได้จะถามก่อนว่าโก้หรือโด้  เขาจะแกล้งตอบผิด  เรื่องการเรียนนับว่ามีปัญหามากพอ ๆ กับพฤติกรรมที่กล่าวมา ทุกวันน้องทั้งสองจะต้องรายงานตัวกับครูว่าชื่อเล่นอะไร ชื่อจริงนามสกุลจริงว่าอย่างไร และหัดคัดเป็นการบ้านทุกวัน  พื่อเป็นการแก้ปัญหาและเห็นใจผู้ปกครองโรงเรียนได้ให้ครูประจำชั้นเลือนชั้นตามเด็กขึ้นไปชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ด้วย  ในระหว่างอยู่ชั้นประถมศึกษาปที่ 2 จะมีปัญหาแบบเดิมคือใสเสื้อตัวเดียวกันมาบ่อยมาก  แม้แต่ชุดลูกเสือมีคนละชุด  ครูคิดว่าคงไม่แย่งกันแล้ว เพราะไม่มีให้เลือกก็เกิดปัญหาอีกจนได้  ถ้าหากวรพลเลือกก่อนก็จะไปเลือกใส่ของชยพล  ทำให้ชยพลต้องใส่ของวรพล  เวลาครูเรียกวรพลแต่ป้ายชื่อจะเป็นชยพล  ทำให้ครูงง  สำหรับครูประจำชั้นจำเด็กได้  ส่วนครูท่านอื่น ๆ ไม่ได้สอนประจำทำให้มีปัญหา

           ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปัญหาต่าง ๆ ไม่ได้ลดลงเลย มีแต่เพิ่มขึ้น พ่อ แม่มาโรงเรียนเป็นประจำ ตีกันเลือดตกยางออก  ไม่ทำการบ้าน รองเท้า ถุงเท้าและกระเป๋าหนังสือไม่นำกลับบ้าน จำไม่ได้ว่าเอาไปไว้ที่ไหน ไม่สนใจสิ่งของเครื่องเรียน  ชกต่อยและรังแกเพื่อนมากขึ้น ชอบปีนป่ายที่สูงทำให้ตกบาดเจ็บมีบาดแผลให้เห็นเป็นประจำ  ผลการเรียนมีปัญหาทุกกลุ่มสาระ

           ปีการศึกษา 2551 น้องโก้และน้องโด้ต้องเดินเรียนไปตามห้องเรียนพิเศษต่าง ๆ ในแต่ละชั่วโมง ถึงห้องเรียนบ้าง ไม่ถึงห้องเรียนบ้าง ถ้าถึงก็นับว่าช้ามาก  ครูผู้สอนต้องใช้โทรศัพท์ติดตามไปยังครูท่านอื่นในโรงเรียน และออกติดตามให้มาเข้าเรียน  การลงโทษ ดุว่า อบรม สั่งสอนทุกวิธีการที่ครูได้จัดการแต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น  ผู้ปกครองได้มาพบครูและขอร้องว่าเพียงแค่อ่านออกเขียนได้และสามารถเรียนจบภาคบังคับก็นับว่าพอใจที่สุดแล้ว  หลังรับประทานอาหารกลางวันโรงเรียนมีกิจกรรมวิถีพุทธวิถีธรรม  ทั้งสองคนไม่เคยให้ความร่วมมือจะจับถูกลงโทษให้ยืนบ้าง วิ่งบ้าง ไม่เคยเข็ดหลาบ

           ขณะที่หมดเวลาทำกิจกรรมวิถีพุทธวิถีธรรม นักเรียนต้องไปแปรงฟันก่อนเข้าเรียนในตอนบ่าย  ปรากฏว่าเห็นน้องคู่แฝดคนหนึ่งด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ที่พุ่มดอกแก้ว  เมื่อเห็นครูเดินผ่านไปทำท่าตกใจ  จึงไม่ต่อว่าที่น้องไม่แปรงฟัน  แต่ช่วยมีส่วนร่วมให้ความสนใจอยากจะรู้ว่ากำลังทำอะไร  ได้รับคำตอบว่าดูรากกิ่งตอนของต้นดอกแก้วว่ามีรากงอกหรือยัง   และดูท่าทางมีความสุขมากยิ้มให้เห็นชัดเจนกับที่ได้เห็นรากงอกจากกิ่งตอน ปกติเป็นคนยิ้มยากทั้งคู่  และหลบหน้าครูเสมอ  ไม่เคยเห็นน้องมีความสุขและเริ่มมีปฏิสัมพันธ์บ้างแล้วก็ทำทีขอร้องให้ตอนกิ่งดอกแก้วให้ครูด้วย  เพราะเป็นดอกไม้ที่ครูชอบและโปรดปรานเป็นพิเศษ พูดไปโดยไม่คาดหวังอะไร  พร้อมกับถามว่าเขาคือโก้หรือโด้

         ชั่วโมงจากนั้นเป็นวิชาภาษาอังกฤษ  ปรากฏว่าน้องโด้เข้าห้องเรียนก่อนเพื่อน ๆ แปลกจากปกติมาก ยังไม่ได้คิดว่าเป็นผลมาจากการตอนกิ่ง  แต่ไม่ลืมที่จะชื่นชมให้เพื่อน ๆ ฟังว่าน้องโด้ตอนกิ่งได้ดีมาก  มีรากงอกแล้วและจะช่วยตอนให้ครูอีก  ครูจะนำไปปลูกที่บ้าน  เพื่อน ๆ ปรบมือให้สิ่งที่ไม่คาดคิดอีกนั้นก็คือน้องโด้ได้ลุกขึ้นยืนไหว้เพื่อน ๆ  บอกว่า "ขอบคุณครับ"  เพื่อน ๆ ปรบมือให้อีกครั้งอย่างชื่นชม   หมดชั่วโมงภาษาอังกฤษแล้วน้องโด้ได้จากไปเรียนวิชาอื่น  แต่ก็ไม่ทราบว่าเข้าเรียนหรือไม่ เมื่อหมดชั่วโมงต่อจากนั้น  น้องโด้ได้มาหาที่ห้องภาษาอังกฤษและบอกมาบอกว่า "คุณครูครับโด้ตอนกิ่งให้คุณครูแล้วครับ 2 กิ่ง" จึงให้รางวัลเป็นสมุดวาดเขียน 1 เล่มแต่น้องโด้ขอเปลี่ยนเป็นสติ๊กเกอร์รูปการ์ตูนสวยงามที่ใช้สำหรับคั่นหนังสือ

         พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในวินาทีนี้ก็คือ  การที่น้องโด้มีความกล้าและคงเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่น้องโด้ได้มีความตั้งใจมาพูดด้วย  ตามปกติแล้วถามก็ยังไม่อยากจะตอบ  ทำท่าอายหรือคล้าย ๆ จะร้องไห้