พย.สสส. : Workshop แนวคิดและเครื่องมือการจัดการความรู้ (๔ จบ)


การจัดการความรู้เชื่ออยู่อย่างว่า ความรู้ไม่ได้เริ่มจากศูนย์

ตอนที่ , ,

วันนี้เราพักรับประทานอาหารกลางวันช้า ภาคบ่ายจึงเริ่มเมื่อ ๑๓.๑๕ น. ดิฉันและคุณธวัชตกลงกันไว้ว่าจะให้ผู้เข้าประชุมทดลองเล่าเรื่องและฝึกฟัง คุณธวัชจึงให้ผู้เข้าประชุมจับคู่ออกมายืนเป็นวงกลม ๒ วง แล้วก้าวไปทางซ้าย ๑ ก้าว ก็เกิดการสลับคู่โดยอัตโนมัติ


ให้จับคู่เล่าเรื่อง “เหตุการณ์ที่ประทับใจในวันเรียน” เช่น การแก้ไขสถานการณ์แย่ให้เป็นดี การแก้ปัญหาการเรียน การใช้ชีวิตวัยเรียน ฯลฯ ให้เล่าเรื่อง ๓ นาที แล้วให้คนฟังเล่ากลับ ถามว่าคู่ไหนที่คนฟังเล่ากลับได้คล้ายจริง ใกล้เคียงกับตอนที่เล่ามากที่สุด มีคู่ไหนที่รู้สึกว่าเรื่องเล่าของเพื่อนดีมาก เป็นต้น

 

ผู้เข้าประชุมฝึกการเล่าเรื่อง

เจ้าของเรื่องเล่าบอกให้รู้ว่าคนฟังเล่ากลับอย่างไร เช่น

- ครบทุกประเด็น เก็บรายละเอียดได้
- Wording บาง wording อาจไม่เหมือน
- เล่าได้เหมือน วิเคราะห์เพิ่มเติมให้อีก
- จับประเด็น แล้ววิเคราะห์เพิ่มให้ ฯลฯ

กิจกรรมเมื่อกี้ แค่อุ่นเครื่อง พอได้ feeling ของการเล่าเรื่อง ต่อจากนั้นเราให้แบ่งกลุ่ม ๔ กลุ่ม คนที่มาจากสถาบันเดียวกันให้แยกกันอยู่ คุณธวัชแนะนำบทบาท คุณอำนวย คุณลิขิต แนะนำวิธีการเล่าเรื่องของคุณกิจ ให้แต่ละกลุ่มเลือกคนที่ทำหน้าที่คุณอำนวยและคุณลิขิต

 

แอบฟังตามกลุ่มต่างๆ ได้รู้ว่ามีเรื่องเล่าดีๆ อยู่มาก

ได้เวลา ๑๕ น.ให้แต่ละกลุ่มเลือกเรื่องเล่าที่ดี เรียบเรียงออกมาเป็นเรื่องราว ให้มีชื่อเรื่อง เนื้อเรื่อง เจ้าของเรื่อง และปัจจัยความสำเร็จ/หัวใจของความสำเร็จ เรื่องเล่า ๔ เรื่องมีชื่อน่าสนใจน่าติดตามดังนี้
- สัญญาใจให้ไว้กับตนเอง
- พยาบาลน้อยสร้างเสริมสุขภาพ
- ข้าวสารเสกน้ำนม
- ข้าวโพดเป็นเหตุ

หลังพักรับประทานอาหารว่าง ประมาณ ๑๕ นาที คุณธวัชให้ตัวแทนจากกลุ่มหนึ่งมาอ่านเรื่องเล่าของอีกกลุ่มหนึ่ง ปัจจัยความสำเร็จ เช่น ให้โอกาสนักศึกษา คิดในทางบวก

 

อ่านเรื่องเล่าของอีกกลุ่มหนึ่งให้ฟัง

เรื่องดีๆ เหล่านี้ถ้าได้บันทึกเก็บไว้จะดีมาก การที่ให้กลุ่มอื่นมาอ่าน เพื่อให้เรารู้ว่าเวลาเขียนเรื่องเล่า คนอื่นอ่านแล้วรู้เรื่องหรือเปล่า การเขียนก็สำคัญ เหตุที่ต้องเขียนพรรณนา เพราะถ้าสกัดออกมาเลยบางอย่างดีๆ อาจจะหายไป บางอย่างอาจจะเกี่ยวกับความเชื่อ แต่ก็เกี่ยวข้องกับความสำเร็จพอสมควร ณ บริบทนั้น บริบทตรงที่เขาใช้ เขาใช้ได้ผลมาแล้ว

ถ้าอยากจะเก็บเป็น story ทำได้หลายรูปแบบ เช่น ที่แม่เมาะทำเป็น clip VDO

การจัดการความรู้เชื่ออยู่อย่างว่า ความรู้ไม่ได้เริ่มจากศูนย์
เรื่องเล่าเป็นวิธีการ capture tacit knowledge บางที่ทำได้ถึงกับ link กับ explicit knowledge ทำให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ยิ่งทำไว้มากๆ

คุณธวัชบอกให้รู้ว่าภาวะการฟังอย่างลึก คนฟังจะเกิดความรู้สึกอย่างไร เช่น คอตีบๆ เกิดความรู้สึกเหมือนคนที่กำลังเล่า ฯลฯ Dialogue เป็นการคุยด้วยความไม่คาดหวังอะไร ใหม่ๆ เราจะรู้สึกอึดอัด เราจะอยู่กับความเงียบนานๆ ไม่ได้ ใช้ dialogue แล้ว บรรยากาศของการพูดคุยจะ soft หาข้อสรุปได้เร็วขึ้น จบได้ด้วยความพอใจของทุกฝ่าย

คำถาม

Q1 storytelling จะต้องมีคนมาสกัดความรู้อะไรหรือเปล่า เพราะบางทีเรื่องเล่าก็มีน้ำอยู่มาก
คำตอบ - บางหน่วยงาน การมี story ทำให้เรามองหาโจทย์วิจัยได้ง่ายขึ้น ตอนแรกๆ ที่เอามาใช้คือเพื่อให้คุณกิจเข้าถึงได้ง่าย แล้วเอามาพัฒนางานตนเองได้ เอามาใช้แล้วได้ผลหรือไม่ได้ผล

Q2 แสดงความคิดเห็นว่าฟังแล้วได้แง่คิดว่า KM, Dialogue, Storytelling เป็นการใช้ทั้งสมองซีกซ้ายและขวา กระพี้บางทีก็ทำให้เกิดความสุข เรียนรู้การใช้สมองอย่างสมดุล ไม่ใช่จะมองแค่สาระอย่างเดียว ประเด็นรอง ถ้ารู้จักมองไตร่ตรองดีๆ อาจจุดประกายบางอย่าง

Q3 Story ที่มีมากมายทำอย่างไรจะดึงออกมาเป็นความรู้ explicit ให้ได้
คำตอบ - สมัยก่อน เรามีการทำ จัดออกมาเป็น Competency ใหญ่ๆ เวลาค้นหาครั้งต่อไป เราจะค้นหาได้ง่ายขึ้น ถ้าใส่ key word ของตัว competency มีเทคโนโลยีที่จะช่วยให้เราค้นได้ แต่มีเทคโนโลยีก็อาจจะหลุดได้ ไม่พ้นต้องใช้เทคโนโลยีคน

Q4 เสนอให้ใช้ content analysis program อาจช่วยได้ จัด theme และ categorize ได้ มีโปรแกรมอย่างอื่นที่ใช้ได้อีก เช่น web portal ของ ม.เชียงใหม่

คำตอบ - ปัญหาที่ยากคือไม่มี story ให้สกัด ของเอกชนเขาพบว่าเด็กจบใหม่ ไม่สามารถทำงานได้ดี เขาพบว่า tacit knowledge จะช่วยได้

Q5 Storytelling เหมือนการให้คุณค่าแก่คนเจ้าของเรื่อง เป็นการให้คุณค่าแก่คนเล็กๆ
คำตอบ - Point นี้สำคัญมาก ที่เราทำมาคนก็รู้สึกดี...มันเกินกว่าที่เราอยากได้ โดยเฉพาะคนที่อยู่หน้างานมากๆ เช่น ช่าง เขาไม่มีโอกาสได้ขึ้นเวทีแสดงความสามารถ เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ขององค์กร

Q6 เรื่องเล่า เป็นภูมิปัญญาที่สั่งสมมาของเจ้าของเรื่อง ความสำคัญคือต้อง respect เขา ต้องอ้างอิงต้นตอ
คำตอบ - เป็นเหตุผลที่เราต้องใส่ชื่อเจ้าของ เป็นเรื่องเล็กๆ แต่สำคัญ

Q7 เรื่องเล่า พระราชนิพนธ์ไกลบ้าน เป็น KM ชั้นยอด เป็นเรื่องเก่า เราทำมาเยอะ แต่ไม่รู้ สมัยก่อนครูให้เรากลับไปเขียน diary .....KM มีมานานแล้ว แต่ไม่ได้ใช้กระบวนนี้เข้ามา การ share โดยการเขียนจดหมายเล่าเรื่องก็เป็นทางหนึ่ง……………

คุณธวัชบอกว่าวันนี้ได้เครื่องมือ ๒ ตัว ได้ storytelling อีกตัวคือ After Action Review เราก็มีการใช้มาบ้างแล้ว พอเราทำกิจกรรมอะไรไปเสร็จใหม่ๆ ก็ชวนคนที่เกี่ยวข้องมาทำ

AAR พูดอิสระจากใจ ถอดหมวก ทุกคนเท่าเทียม ประเด็นหลักๆ เหมือนมวยไทยเวลาพักยก เป็นอะไรที่ง่ายๆ ทำบ่อยๆ เราจะได้เรียนรู้ สิ่งสำคัญไม่ใช่อยู่ที่การตอบคำถาม แต่อยู่ที่การสร้างบรรยากาศให้คนรู้สึกอิสระ กล้าพูด เป็นการ AAR ส่วนตัว อยากให้ลองให้เอาไปประยุกต์ใช้ในหน่วยงาน

ลองสุ่ม AAR (ไม่บังคับให้พูดหมดทุกข้อ)
- คาดหวังเรียนรู้วิธีการจัดการเรียนการสอน HP ที่เกินคาดคือเรื่องที่เล่าและได้รับเลือกจากในกลุ่ม ได้โชว์ลายมือ ที่ได้น้อยกว่าที่คาด เคยได้ยิน KM ก็จริงแต่ยังไม่ค่อยรู้ วันนี้เวลาน้อย ก็ยังได้น้อย เท่าที่ได้ยินข่าว เรื่อง KM ไปในสายปฏิบัติการมาก...ไอเดียที่จะกลับไปทำต่อ เรื่องที่ให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้แบบกระตือรือร้น
- คาดว่าจะได้วิธีการจัดการเรียนการสอนหลากหลาย  ก็ได้แง่คิด concept ก็เป็นอะไรที่เกินคาด มาแล้วรู้สึกบรรยากาศ OK นะ สนุก รู้สึกเป็นอิสระ ไอเดียที่ได้ จะลองเอาพยาบาลน้อยไปประยุกต์ใช้ ชอบมาก
- คาดหวังจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ที่ได้เกินคาด ได้เจอคนเยอะ ได้ฟังเรื่องแปลกๆ เยอะ มีความรู้สึกว่าไปเวที KM หลายที่ ก็เบื่อ เบื่อวิทยากร เวทีนี้ไม่เบื่อ ฟังแล้วมีความสุข ได้ไอเดียไปเยอะ พยาบาลน้อย เคยได้ยิน พอมาฟังแล้วก็ได้อะไรเยอะ บรรยากาศวันนี้มีความสุข
- ไอเดียที่จะกลับไปทำที่คณะ จะเชิญวิทยากรไปทำที่คณะ (คุณธวัชตอบว่า วงนี้ไม่ได้อยู่ๆ มาแบบฟลุ๊ค ทีมจะคัดเลือกคัดสรรว่าคนที่มาต้องมี story นะ แล้วไม่ต้องทำอะไรเลย story จะพาไปเอง เคยเจอไม่เอา story มาแล้วยังเอาปัญหามาอีก ที่สำคัญหัวปลาต้องชัดและมี story)
- เสริมเรื่องการเขียนสูตรเขียนอะไรบางอย่าง ต้องระวังในเรื่องลิขสิทธิ์

สมควรแก่เวลา หวังว่าพอจะได้ไอเดียและ concept หลักๆ ของ KM
KM มีหลายมุม เช่น Human KM, Digital KM

ที่เราเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของ Human KM ไม่ใช่ทั้งหมด คุณธวัชกล่าวส่งท้ายว่าวันนี้ถ้ามีอะไรที่ล่วงเกิน ทำให้ผู้เข้าประชุมไม่สบายใจ ก็ขออภัยไว้ด้วย

อ.นิตย์สนใจข้อสุดท้าย อยากให้เกิดข้อสุดท้าย โครงการที่จะไปทำต่อ

วัลลา ตันตโยทัย

วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๑

หมายเลขบันทึก: 209597เขียนเมื่อ 18 กันยายน 2008 06:12 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 19:34 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (1)

//สวัสดีครับ อาจรย์ วัลลา

บรรยากาศ น่าสนุก เรียนแล้วมีสุข ได้ความรู้

คงมีโออาส เข้าเรียนกับอาจารย์บ้าง

วันนี้ขอเรียนทางนี้ก่อน

ขอบคุณครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี