แม่คะ

 

หนูไม่ได้เขียนจดหมายถึงแม่เสียนานเลยนะคะ ไม่รู้ว่าแม่จะลืมหนูไปแล้วหรือยัง ช่วงนี้หนูเหนื่อยกับงานหนูจังเลยค่ะ เหนื่อยทั้งกายและใจค่ะแม่ วันๆหนูเจอแต่สภาพคนไข้ที่อาการเพี๊ยบหนัก บางคนหากจะพูดกันตรงๆซื่อๆก็คือการชลอความตายไม่ให้เกิดขึ้นเร็วเกินไปเกินกว่าที่ญาติจะรับได้ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงมันทำให้จิตใจหดหู่ค่ะ

 

อย่างเช่นวันก่อน ชายหนุ่มรูปงามอายุเพิ่งจะสี่สิบกลางๆ มาโรงพยาบาลด้วยอาการไอเป็นเลือด อยู่โรงพยาบาลมานานกว่า 10 วัน มาวันก่อนอยู่ๆก็หายใจเร็วขึ้นๆจนเป็นหอบ หมอต้องใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ ดูคนไข้ทรมานมากเลย 

 

หนูเพียรพยายามภาวนาให้เขาสามารถเผชิญกับความตายให้ได้ หนูพยายามจะหาเทปธรรมะมาเปิดให้คนไข้ฟัง เพราะหนูเคยอ่านใน gotoknow มีใครนะบอกว่า หากใครที่มาถึงวาระสุดท้ายของชีวิตให้เขาได้ฟังเสียงพระเทศน์ได้ฟังธรรมะ ได้มองเห็นพระพุทธรูป เขาจะไปสู่ภพหน้าที่ดี

 

หนูหาเทปหรือซีดีไม่ได้ หนูจึงเอาเพลงบรรเลงไปเปิดให้เขาฟัง น้องๆมองหนูอย่างแปลกใจ จนหนูไม่กล้าจะเปิดเพลงต่อ แต่  แม่คะ คนไข้ที่ดิ้นทุรนทุลายเริ่มสงบลง ลืมตามองหนูได้ หนูได้แต่ภาวนาว่า ต่อสู้ให้ได้นะยังมีคนข้างหลังรอเราอยู่ แต่ในที่สุดเขาก็จากไป

 

เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องของธรรมชาติ แต่เราจะทำอย่างไรให้จิตใจสงบ จากโลกนี้ด้วยความสงบ ถึงเวลาที่ต้องเตรียมตัวแล้วมังคะแม่

 

ฝนตกบ่อยระวังสุขภาพด้วยจ๊ะ

รักแม่

ลูก

16 ก.ย. 51 : 22.00 น.