สิ่งที่ต่อชีวิตให้กับพวกเขาไม่ใช่ ออกซิเจน แต่เป็น...น้ำใจ.... คำพูด.. รอยยิ้ม ของเจ้าหน้าที่ที่มีให้กับผู้ป่วยทุกคนค่ะ

พี่เสถียร... พอลล่าจำนามสกุลไม่ได้ค่ะ..(ไม่ใช่เสถียร ทำมือ แน่ๆ..) เป็นหนึ่งในบุคลากรของศูนย์มหาวชิราลงกรณ ธัญญบุรี ที่ท่านผอ. ศูนย์ฯ กล่าวถึงอย่างภาคภูมิใจ พี่เขาผ่านการบวชเรียนมาหลายพรรรษา ได้รับมอบหมายให้อยู่หน่วยสังคมสงเคราะห์ ที่ศูนย์ฯแห่งนี้มีผู้ป่วยมะเร็งในเขต พื้นที่ 5 จังหวัดมารับการรักษา พี่เสถียรเล่าว่า ผู้ป่วยที่นี่นอกจากจะป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ เป็นโรคที่ต้องเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานและ ส่วนใหญ่มักจะหมดหนทางรักษาแล้ว แต่ผู้ป่วยยังมีความพิการร่วมด้วย  เช่น ตาบอด หูหนวก หรือไม่ก็มีฐานะยากจน ไม่มีเงินค่ารถที่จะกลับบ้าน ส่วนค่ารักษาใช้ 30 บาท รักษาทุกโรคค่ะ  เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่มักให้การช่วยเหลือ บริจาค เงิน ค่ารถให้ผู้ป่วยกลับบ้าน โดยเฉพาะหน่วยงานการเงินของรพ. นี่เป็นเหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องมีหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ และมีมูลนิธิ เพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ป่วยกลุ่มนี้ ที่รพ.แห่งนี้มีทางเดินของผู้ป่วยที่ไม่เหมือนที่อื่นเพราะจะมีแนวสีเหลืองนูนๆ ไว้เป็นทางเดินสำหรับคนตาบอด และมีพยาบาลประชาสัมพันธ์ที่สามารถใช้ภาษามือได้ เพราะมีผู้ป่วยหูหนวกด้วยค่ะ การดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องของที่ศูนย์ไม่เหมือนที่อื่น นอกจากจะดูแลผู้ป่วยมะเร็งแล้ว ยังต้องดูแลด้านจิตใจของญาติหลังผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว อย่างต่อเนื่องอีกไม่น้อยกว่า 3 เดือน เพื่อประคับประคองความทุกข์ของญาติที่มีต่อการสูญเสีย

มาเล่าเรื่องพี่เสถียร ต่อดีกว่าค่ะ พี่เสถียรเล่าว่า หอผู้ป่วยหนึ่งได้แจ้งพี่เสถียรให้ไปพูดคุยกับผู้ป่วยมะเร็งคนหนึ่ง เป็นหญิงอายุ 41 ปี เป็นมะเร็งที่กระพุ้งแก้ม มีแผลมะเร็งบริเวณปาก แก้ม จนทานอาหารไม่ได้...เมื่อพี่เสถียร เข้าไปในห้องได้กลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วห้อง แต่ในห้องนั้นก็ยังมีสามีของเธอ เฝ้าดูแลอยู่ ได้สอบถาม พูดคุย เธอเล่าให้ฟังว่า เป็นสามีใหม่เนื่องจากสามีเก่าได้เลิกราไปแล้วหลายปี มีลูกชายกับสามีเก่าด้วยกัน 1 คน ตอนนี้อายุ 5 ขวบแล้ว พี่เสถียรได้ไปเยี่ยมที่บ้าน พบเป็นเพิง สภาพผุพัง ไม่มีที่ดินของตนเอง.. เมื่อให้การดูแลรักษาที่รพ.จนแผลที่ปากทุเลาลงได้ระยะหนึ่ง ถึงเวลาที่ผู้ป่วยต้องกลับมาดูแลที่บ้าน ต้องให้อาหารทางสายยาง พี่เสถียรตามมาดูแลที่บ้าน มาเยี่ยมบ้านพร้อมกับทีม Home health care พี่เสถียร ได้จัดหาเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัวนี้ อยู่ สองเดือน ผู้ป่วยจึงได้เสียชีวิตลง ทิ้งให้ลูกชาย อยู่กับพ่อเลี้ยง ซึ่งพ่อบุญธรรมก็ได้ดูแลเป็นอย่างดี พี่เสถียร ยังติดตามช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ผู้ป่วยจะเสียชีวิตแล้วก็ตาม พี่เสถียรช่วยเหลือและแนะนำ การขึ้นทะเบียนรับรองบุตรให้ และซื้อของไปฝากน้องทุกครั้งที่ไปเยี่ยมค่ะ พอลล่าจึงฝากเงินซื้อขนมให้น้องเขาเล็กน้อยค่ะ น่าสงสารจังค่ะ ชื่นชมพี่เสถียรที่ทำหน้าที่ของเขาด้วยหัวใจอย่างแท้จริงค่ะ ........

พยาบาลท่านหนึ่งกล่าวว่า ผู้ป่วยมะเร็งท่านหนึ่งเคยพูดให้ฟังว่า

 "สิ่งที่ต่อชีวิตให้กับพวกเขาไม่ใช่ ออกซิเจน แต่เป็น...น้ำใจ.... คำพูด.. รอยยิ้ม

ของเจ้าหน้าที่ที่มีให้กับผู้ป่วยทุกคนค่ะ "