ริบบิ้นสีฟ้า (คุณคือ.....)


         เมื่อกัลยาณมิตรจากบ้านครูซัน  ซึ่งรู้ข่าวการตัดสินใจ ของผม ในครั้งนี้ หลายท่านได้ส่งความปราถนาดี และความห่วงใย มา ทั้งในเว็ปบอร์ดบ้านครูซัน ทางโทรศัพท์ และส่งเมลส์มาให้กำลังใจ มาตลอดช่วงที่ผ่านมา วันนี้ ได้มีกัลยาณมิตรท่านหนึ่ง ได้ส่งเมลส์ ชื่อเรื่อง เรื่องริบบิ้นสี้ฟ้า (คุณคือ......) ถึงผมเมื่อเปิดอ่านแล้ว เหมือนกับเตือนย้ำความคิดการชื่นชมคุณค่าตัวเองและชื่นชมผู้อื่น และผมเคยได้ร่วมกิจกรรมนี้ เมื่อ เข้าร่วมการอบรมสัมนาเจ้าหน้าที่โครงการ เรื่อง การสำรวจและทำแผนที่เดินดิน   ที่ศูนย์ทรัพยากรมนุษย์ล้านนา อ.สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่  วันสุดท้ายของการอบรมสัมนาทางทีมวิทยากรได้ทำกิจกรรม ริบบิ้นสีน้ำเงิน ขึ้น จะต่างจากเมลส์ที่ผมได้รับนิดหนึ่ง คือ กิจกรรมที่ผมเข้าร่วมกันใช้ริบบิ้นสีน้ำเงิน แต่เมลส์ ที่ผมได้รับ  ริบบิ้นสีฟ้า (คุณคือ...) แต่วัตถุประสงค์เนื้อหาสาระคงไม่แตกต่างกัน  ผมเกือบลืมกิจกรรมนั้นไปแล้ว เมื่อได้รับแล้วเห็นว่าเป็นบทความดีๆ จึงนำมาให้กัลยาณมิตรใน G2K ได้อ่านกัน  

         อนึ่งถ้ากัลยาณมิตรท่านใดเคยเขียนลงในบันทึกของท่านแล้ว เคยได้จัดกิจกรรมนี้หรือร่วมกิจกรรมนี้แล้ว ก็ถือว่าเป็นการเตือนย้ำความคิดในการชื่นชมตัวเองและชื่นชมผู้อื่น ก็แล้วกัน บทความขาดตกบกพร่องอย่างไร ก็ขออภัย ไว้ ณ ที่นี้ด้วย เพราะนำมาจากเมลส์ที่กัลยาณมิตรส่งมาให้โดยไม่มีการแก้ไขตัดตอนใดๆทั้งสิ้น 

        ขอบคุณในความหวังดีความปราถนาดี และกำลังใจที่กัลยาณมิตรจาก  บ้านครูซัน และจาก http://gotoknow.org ที่มอบมาให้ครูข้างถนนด้วยดีเสมอมา

 

 

ริบบิ้นสีฟ้า  (คุณคือ....)
> มีความรู้สึกดีๆมาให้>
> >>>
> >ครูคนหนึ่งที่นิวยอร์คตกลงใจจะแสดงความชื่นชมนักเรียนไฮสคูล
> >>>
> >ชั้นปีสุดท้ายที่เธอสอนด้วยการบอกเขาเหล่านั้นว่าแต่ละคนมีคุณค่า
> >>>
> >พิเศษต่างจากคนอื่นอย่างไรบ้าง
> >>>
> >เธอเรียกนักเรียนทุกคนไปหน้าชั้นทีละคน
> >>>
> >แรกสุดเธอบอกแต่ละคนว่าพวกเขามีคุณค่าเพียงใดทั้งต่อตัวครูและ
> >ต่อเพื่อนร่วมห้อง
> จากนั้นเธอก็มอบริบบิ้นสีฟ้าพิมพ์ด้วยตัวหนังสือสีทองเป็นของขวัญให้
> ข้อความบนริบบิ้นมีว่า
> 'ฉันเป็นคนมีคุณค่า
'
> >จากนั้นครูให้นักเรียนทำงานกลุ่มของชั้นขึ้นมาชิ้นหนึ่ง
> >>>
> >ด้วยวัตถุประสงค์
> >>>
> >เพื่อดูว่าการแสดงความชื่นชมยกย่องผู้อื่นส่งผลอย่างไรต่อคนในชุมชน
> >>>
> >เธอมอบริบบิ้นแก่นักเรียนคนละสามเส้น
> ให้นักเรียนเผยแพร่การรับรู้และชื่นชมคุณค่าผู้อื่นในวงกว้างออกไป
> จากนั้นนักเรียนจะต้องติดตามผลและดูว่าใครยกย่องใครบ้าง
> แล้วนำกลับมารายงานในห้องภายในหนึ่งสัปดาห์>
> >>>
> >นักเรียนชายคนหนึ่งเข้าพบผู้บริหารระดับรองที่ทำงานในบริษัทใกล้ๆ>
>เพื่อยกย่องที่ชายผู้นี้เคยช่วยเขาวางแผนอาชีพในอนาคต
> แล้วมอบริบบิ้นติดให้บนเสื้อเชิ้ต

> >จากนั้นก็มอบริบบิ้นอีกสองเส้นที่เหลือพร้อมกับกล่าวว่า...
> > 'เรากำลังทำงานกลุ่มของชั้นเรียนเกี่ยวกับเรื่องการแสดงความยกย่องชื่นชมผู้อื่นครับ
> ผมอยากขอให้คุณช่วยหาใครสักคนที่คุณต้องการยกย่อง
'
> >>>
> >แล้วให้ริบบิ้นเขา
> >ส่วนอีกเส้นก็ให้เขาไว้สำหรับมอบให้คนต่อไปเพื่อเผยแพร่การยกย่องชื่นชมนี้ให้กระจายต่อไป
> 'แล้วช่วยกลับมาบอกผมด้วยครับว่าผลเป็นยังไงบ้าง
'
> >>>
> >ต่อมาในวันเดียวกัน ผู้บริหารท่านนี้เเข้าพบเจ้านายเขา>
> >>>
> >ซึ่งเป็นคนที่ใครๆรู้กันดีว่าเกรี้ยวกราดอารมณ์ร้าย
> เขานั่งลงคุยกับเจ้านาย บอกเจ้านายว่า>
> >ลึกๆ
เขายกย่องชื่นชมเจ้านายว่าเป็นผู้มีหัวคิดสร้างสรรค์ระดับอัจฉริยะ
>
> >ดูเหมือนเจ้านายเขาจะประหลาดใจอย่างยิ่ง
> เขาถามเจ้านายว่าจะยินดีรับริบบิ้นสีฟ้าเป็นของขวัญแสดงความชื่นชม
> และอนุญาตให้เขาติดริบบิ้นให้ได้หรือไม่
> เจ้านายผู้ประหลาดใจตอบว่าได้>
> >เขาจึงติดริบบิ้นสีฟ้าเส้นนั้นบนปกเสื้อนอก บริเวณเหนือหัวใจ
> >>>
> >เมื่อเขามอบริบบิ้นเส้นสุดท้ายแก่เจ้านาย;เขาบอกเจ้านายว่า
> ช่วยอะไรผมสักอย่างได้ไหมครับ
> ผมอยากให้เจ้านายช่วยส่งต่อริบบิ้น
> เส้นสุดท้ายนี่ด้วยการยกย่องชื่นชมใครสักคน
> >พ่อหนุ่มที่ให้ริบบิ้นผมมาเป็นคนแรก
> กำลังทำงานกลุ่มของชั้นอยู่
> >เขาอยากให้ช่วยกระจายการยกย่องชื่นชมนี้ให้เผยแพร่
> >ในวงกว้างออกไป แล้วดูว่าการทำแบบนี้ส่งผลต่อใครๆ ยังไงบ้าง
> >>> >ค่ำวันนั้น
> ชายผู้เป็นเจ้านายกลับบ้านไปหาลูกชายวัยรุ่นอายุสิบสี่
เขาเรียกลูกชายให้นั่งลง

> แล้วกล่าวว่า
วันนี้เกิดเรื่องเหลือเชื่อที่สุดกับพ่อ
> ตอนอยู่ห้องทำงาน
ลูกน้องคนหนึ่ง เข้ามาบอกว่าเขาชื่นชมพ่อ
> >แล้วให้ริบบิ้นเส้นหนึ่งเป็นการยกย่องว่าพ่อเป็นอัจริยะเรื่อง
> > ความมีหัวคิดสร้างสรรค์
> >ลองนึกดูเขาคิดว่าพ่อมีหัวคิดสร้างสรรค์เข้าขั้นอัจฉริยะเชียวนะ
> >แล้วเขาก็เอาริบบิ้นเส้นนี้ที่เขียนว่าฉันเป็นคนมีคุณค่า
> >ติดให้บนปกเสื้อนอกตรงหัวใจนี่แล้วยังให้ริบบิ้นพ่อมาอีกเส้น
> >ให้พ่อมองหาใครสักคนที่จะยกย่องชื่นชมต่อ
> >>> >> >>>
> >ระหว่างที่พ่อ ขับรถกลับบ้าน
> ก็คิดว่าริบบิ้นเส้นนี้จะให้ใครดี
แล้วพ่อก็นึกถึงแก
> >พ่ออยากชื่นชมแกนะ
> วันๆ พ่อทำงานยุ่งเหยิงมาก
> >พอกลับมาบ้านก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจแกสักเท่าไร
> >บางทียังอาละวาดอีก เรื่องแกเรียนได้เกรดไม่ดี เรื่องทำห้องนอนรก
> >แต่ยังไงไม่รู้สิ
> วันนี้พ่อกลับอยากนั่งลงตรงนี้กับแก
> >อยากบอกว่าแกมีค่ากับพ่อมากแค่ไหน
> นอกจากแม่แกแล้ว
ก็มีแกนี่แหละที่เป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตพ่อ
> แกเป็นเด็กที่ยอดเยี่ยมเลยแหละ
> แล้วพ่อก็รักแกนะ...
> >>>
> >เด็กหนุ่มผู้ตื่นตะลึงเริ่มสะอื้น แล้วก็สะอื้น
> เขาไม่อาจหยุดร้องไห้
ร่างสั่นเทาไปทั้งตัว
> เขาเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อแล้วกล่าวทั้งน้ำตา
'พ่อครับ เมื่อตอนเย็นผมอยู่บนห้อง
นั่งเขียนจดหมายถึงพ่อกับแม่
> >เพื่ออธิบายว่าทำไมผมถึงฆ่าตัวตาย แล้วก็ขอให้พ่อยกโทษให้ผม
> >ผมตั้งใจจะฆ่าตัวตายคืนนี้ตอนพ่อหลับ ผมคิดว่าพ่อไม่เคยแคร์ผมเลย
> >จดหมายอยู่บนห้องครับ
แต่ผมคิดว่าผมคงไม่ต้องการมันแล้วล่ะ '
> >พ่อของเด็กหนุ่มเดินขึ้นไปบนห้องพบจดหมายข้อความสะเทือนใจ
> >บรรยายถึงความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน
> จดหมายฉบับนั้นจ่าหน้า
ถึงพ่อกับแม่


> >ชายผู้เป็นเจ้านายกลับไปที่ทำงานอย่างเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
> >เขาเลิกเป็นคนขี ้โมโหแต่จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้พนักงาน
> >ใต้บังคับบัญชารู้ว่าพวกเขามีค่าอย่างไรบ้าง
> >ส่วนชายผู้เป็นนักบริหารระดับรองก็ช่วยให้คำแนะนำเด็กหนุ่มอื่นๆ
> >ต่อมาอีกหลายคนเรื่องการวางแผนอาชีพในอนาคต
> >แล้วก็ไม่เคยลืมบอกเด็กเหล่านั้นว่าแต่ละคนมีคุณค่าต่อชีวิตเขาอย่างไรบ้าง
>หนึ่งในนั้นก็คือเด็กหนุ่มลูกชายเจ้านายเขา
> >ส่วนเด็กหนุ่มกับเพื่อนร่วมชั้นก็ได้เรียนรู้บทเรียนที่มีค่าเรื่องหนึ่งนั่นคือ

> >เราต่างเป็นคนที่มีคุณค่าด้วยกันทั้งนั้น
> >คุณไม่จำเป็นต้องส่งเมล์ฉบับนี้ต่อให้ใครแม้แต่คนเดียว..
> >อย่าว่าแต่สองคนหรือสองร้อยคนเลย
> >สำหรับฉัน(ผู้เขียนเรื่องนี้)
> คุณอาจจะลบเมล์ฉบับนี้ทิ้ง
แล้วไปเปิดดูเมล์ฉบับต่อไป

> >แต่ถ้าคุณมีใครสักคนที่มีความหมายกับคุณมาก
> >ฉันขอสนับสนุนให้คุณส่งข้อความนี้ไปให้เขาหรือเธอผู้นั้น
> เพื่อให้เขาได้รับรู้ความรู้สึกของคุณ
> >คุณไม่มีทางรู้หรอกว่า
> >การให้กำลังใจเล็กๆน้อยๆ มีคุณค่าแค่ไหนกับคนสักคน
> >>> >> >>>
> >ส่งเรื่องนี้ไปยังคนทุกคนที่คุณเห็นว่ามีความหมายต่อคุณ
> >มีความสำคัญต่อคุณ>
> >>>
> >หรืออาจส่งไปให้คนหนึ่ง..สอง..หรือสามคนที่มีความหมายต่อคุณมากที่สุด
> >>>
> >หรือคุณอาจจะแค่ยิ้มที่ได้รู้ว่ามีใครบางคนคิดว่าคุณเป็นคนสำคัญ
> >ไม่งั้น คุณก็คงไม่ได้รับเมล์ฉบับนี้แต่แรก
> >>> >> >>>
> >.........จำไว้นะ
> ฉันให้ริบบิ้นสีฟ้าแก่คุณแล้ว

คำสำคัญ (Tags): #ริบบิ้น#สีฟ้า
หมายเลขบันทึก: 209254เขียนเมื่อ 16 กันยายน 2008 20:49 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 02:09 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (4)

ขอสีอื่นไม่ได้หรือครับ สบายดีไหมครับคุณครู

อาจารย์ ขจิต ฝอยทองที่ปรึกษา~natadee

ผมไม่สบายครับเป็นไข้ 2-3 วันแล้ว

ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายและเจ็บไข้ตลอด

ไม่กล้าทานยาลดไข้แล้ว กลัวดื้อยาครับ

รักษาสุขภาพด้วยนะครับ

ขอบคุณที่แวะเข้ามาทักทายครับ

สวัสดี ผอ. นายประจักษ์~natadee

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

รักษาสุขภาพด้วยนัครบ

โชคดี มีความสุขเช่นกันครับผม

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี