ไปไต้หวัน
ผมวางแผนที่จะเข้าร่วมประชุมนานาชาติในสาขาวิชาเฉพาะทางนรีเวชทางเดินปัสสาวะมานานกว่าครึ่งปีแล้ว International Urogynecology Association (IUGA) ซึ่งครั้งนี้ เขาจัดที่ไต้หวัน ซึ่งผมได้จัดการลงทะเบียนในวันสุดท้ายของค่าลงทะเบียนส่วนลด (1 สค. 51) เฉียดเส้นยาแดงผ่าแปด โดยเริ่มต้น ต้องสมัครเป็นสมาชิกของสมาคมก่อน 80 เหรียญ เพื่อที่จะได้ลงทะเบียนในราคาสมาชิกได้ 550 เหรียญ (หากเป็นคนนอกจะเสียเงิน 650 เหรียญ) หากลงทะเบียนช้ากว่านี้ก็จะเป็น 775 เหรียญ แถมเมื่อเป็นสมาชิกแล้ว ผมยังได้รับวารสารของสมาคมอีก 1 ปี เป็นอันว่าหนทางนี้คุมทุน จึงได้จัดการจ่ายเงิน online ไปเรียบร้อย โดยหลวงเสียเงินในส่วนที่เกี่ยวกับการประชุมให้
เรื่องของการจัดการวีซ่าเข้าประเทศนั้น มีคนกระซิบบอกมาว่า ให้ผมใช้ passport ทั่วไป อย่าใช้ของราชการ เพราะเกรงว่า เรื่องการเมืองข้ามชาติระหว่างจีนกับไต้หวันและประเทศพันธมิตรอื่นๆของจีน จะทำให้อีกหลายประเทศไม่อนุญาตให้ผมเข้าประเทศ แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับผม เพราะก็มีแค่ passport เดียวนี้นี่แหละ ส่วนเรื่องวีซ่าก็วานให้บริษัททัวร์ที่กรุงเทพฯจัดการ คุณอัมพา เลขาภาควิชาของผมแนะนำบริษัทสกาเดียร์ แอร์ เอ๊กเพรส ให้เป็นผู้จัดการให้ทั้งหมด ซึ่งก็เป็นที่น่าประทับใจ เพราะเพียงไม่กี่วันผมก็ได้เอกสารทุกอย่าง พร้อมการอนุญาตเข้าประเทศ โดยเอกสารที่ต้องส่งไปให้เขาก็คือ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน เอกสารรับรองเงินเดือน การทำงาน และเอกสารการเงินจากธนาคาร 6 เดือน ปัญหาอีกเรื่องก็คือที่ซุกหัวนอนในไต้หวัน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ยากนัก เพราะได้โทรศัพท์คุยกับที่พี่ชัยที่อยู่ศิริราช ว่าจะขอสิงสู่ในโรงแรมด้วยได้ไหม เมื่อท่านตอบมาว่าไม่มีปัญหาเลยแม้แต่น้อย ผมก็ได้โล่งใจ
จัดการเรื่องเอกสารของการเดินทางเรียบร้อย เมียจัดกระเป๋าเสื้อผ้าให้เรียบร้อย อธิบายให้ลูกสาวทั้งคู่เข้าใจว่าพ่อมันจะหายไปไหน นานกี่วัน เครียดมานานว่าพันธมิตรจะหยุดประท้วงและเปิดให้เข้าสนามบินหรือไม่ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนก็ไม่มีปัญหา มองดูข่าวทีวีก็เห็นรำไรว่ามีพายุหมุนนอกฟิลิปปินส์ ใกล้ๆไต้หวัน ก็คิดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาของการเดินทาง (มั้ง) แล้วก็มาถึงวันเดินทาง 13 กันยายน 2551
รถคณะฯนำผมไปส่งที่สนามบิน และหลังจากที่จัดการ check in เป็นที่เรียบร้อยก็เดินมาที่จุดบริการลูกค้าของสนามบิน เพื่อขอ itinerary receipt ประกอบการเบิกจ่ายค่าเดินทาง จึงได้เกิดเรื่อง
โดยปกติ ผมซื้อตั๋วโดยสารผ่านทางบริษัทที่เป็นเอเยนซี่ ก็จะได้ e-ticket พร้อมกับใบเสร็จ ในอดีตผมยังจะต้องใช้ itinerary receipt อีกใบเพื่อประกอบการเบิกจ่ายพร้อมทั้ง boarding pass ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่ามันจะเอาอะไรกันนักหนา ราวกับว่าเราจะสามารถทุจริตคดโกง ซื้อตั๋วแล้วไม่เดินทาง หรือว่าซื้อตั๋วผีได้ในราคาที่ถูกกว่าหรือว่ากระไร เอาเป็นว่าผมต้องมีไอ้เจ้า receipt นี่ด้วยก็แล้วกัน ซึ่งผมก็มาขอรับที่จุดบริการลูกค้านี่แหละ เลยได้เกิดเรื่องขึ้นมา เพราะครั้นเมื่อผมแจ้งพนักงานบริการถึงความต้องการ...
เธอมองหน้าผมด้วยความสงสัยเชิงตำหนิ แล้วบอกผมว่า “ทางหัวหน้าได้เวียนหนังสือมาแจ้งให้ทราบว่า บริษัทที่เป็นเอเยนซี่ มีหน้าที่ต้องออก itinerary receipt ให้ลูกค้าเอง ทำไมผมจึงไม่ขอจากบริษัทนั้น เอเยนซี่ได้รับเงินจากผมไปแล้ว เขาควรจะออก itinerary receipt ให้ ไม่ใช่มาขอรับจากการบินไทย ที่เป็นเช่นนี้ก็คงเป็นเพราะว่าเขาขี้เกียจดำเนินการหรือส่งให้ผม ซื้อตั๋วครั้งหน้า กรุณาขอที่เอเยนซี่ได้เลย หัวหน้าแจ้งมาอย่างนี้” แต่ก็ยังดี ที่เธอได้จัดการเอกสารให้ผมหลังจากที่ได้บ่นให้ผมฟังจนสมบูรณ์ ฮ่า ฮ่า แล้วผมจะไปรู้เรื่องของเขาได้อย่างไรกัน จึงได้ลองหาประเด็นว่า เรื่องของปัญหามันอยู่ที่ใด ในวงเล็บ ในมุมมองของผู้รับบริการนะครับ
1. พนักงานมีกิริยาไม่สุภาพ ผมหมายความว่า มีการแสดงท่าทางหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด และมีท่าทีตำหนิลูกค้า
2. การที่ผมไม่ทราบระเบียบข้อบังคับของการร้องขอ itinerary receipt ไม่ได้เป็นความผิดของผม ซึ่งเป็นลูกค้า พนักงานไม่ควรตำหนิผม
3. การสื่อสารที่ออกมา เป็นเหมือนการพร่ำบ่น โดยมีผมเข้าไปอยู่ร่วมในเหตุการณ์ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องไม่สมควร
4. กฎเกณฑ์ที่มีขึ้นมานั้น เป็นกฎเกณฑ์ที่ผมคิดว่า เป็นเรื่องภายในหรือเป็นเรื่องราวที่รับรู้ร่วมกันระหว่างบริษัทการบินไทยฯ กับเอเยนซี่ ผมเป็นคนนอกครับ ทำงานเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย จึงหาได้มีส่วนรู้เห็นในประกาศดังกล่าวได้เลย
เอาเถอะ ค่อยมาว่ากัน ผมขึ้นเครื่องก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องเตรียมขึ้นเครื่องเวลา 7.10 น.
เฟิร์น เพื่อนของจิ๋มมารับที่สนามบินครับ เธอวางแผนจะพาผมไปทานอาหารเย็นก่อน ซึ่งเมื่อได้รับข้อเสนอมาว่าจะพาไปกินอาหารเกาหลี ผมจึงตอบตกลงในบัดดล ฮ่า ฮ่า
เสียดายอย่างสุดซึ่ง ที่ลืมดูชื่อร้าน ลืมถามชื่อร้าน รู้แต่ว่าอยู่ในซอยทองหล่อ อาหารอร่อย เครื่องเคียงมากมายเติมได้ไม่อั้น ผมสั่งเนื้อก้อนใหญ่มา 1 ที่ พนักงานบริการมาย่างให้ ตัดเนื้อให้ กลิ่นหอมโชยมา ผมใช้ตะเกียบคีบเนื้อขึ้นมาเคี้ยว สัมผัสความนุ่มหอมและอร่อยจากผมได้เลยครับ มื้อนี้ผมสั่งเนื้อมา 2 จาน กินกันจนพุงเกือบแตกตามประสา meat lover กะว่า กลับถึงบ้าน จะต้องดื่มน้ำตามสักลิตรหนึ่ง เพื่อขับแอมโมเนียออก
ออกจากร้านมาได้สักพัก พี่พิชัยก็โทรศัพท์เข้ามาแจ้งว่า สายการบินได้ยกเลิก flight พรุ่งนี้เช้า เพราะว่าตอนนี้ไต้ฝุ่นเข้าไทเป การเดินทางของผมจึงต้องหยุดและเฝ้ารอไปก่อน มาดูซิว่า ผมจะได้ไปไต้หวันไหม
ขอให้เดินทางปลอดภัยนะคะ
สรุปว่าคุณหมอยังนอนเล่นอยู่ที กทม.ใช่เปล่าครับ ปีนี้อากาศแปรปรวนมากเลย มรสุมเยอะ และแต่ละลูกก็รุนแรงทั้งนั้น
ก็กินขนมที่ไต้หวันแบบแปลกๆเยอะๆเลยหน่ะครับ วันนี้ก็เป็นวันไหว้พระจันทร์พอดี คุณหมออาจจะได้ไปชิมขนมไหว้พระจันทร์ที่ไต้หวันด้วย ถ้ายังไม่หมดซะก่อน
น้องแป้งไปบอกน้องหนุนที่โรงเรียนว่า คุณพ่อจะไปเมืองจีน ที่แท้ก็จีนไต้หวันนี้เอง แล้วรอบนี้ไปกี่วันหล่ะครับ ไปนานๆเดียวน้องแป้งก็ต้องเอารูปคุณพ่อไปดูที่โรงเรียนให้หายคิดถึง
พี่อุบลครับ
กลับมาครบเลยครับ
อ้าวคุณหมอกลับมาถึงหาดใหญ่แล้วเหรอ
อย่าลืมรวมเล่มตะลุยไต้หวันหน่ะครับ
พี่หนึ่งครับ
กำลังรวบรวมเขียนอยู่ แต่เขียนยากเหลือเกิน เพราะสองสาวเธอต้องการให้นอนพร้อมๆกัน มารู้ตัวอีกทีก็เช้าซะแล้วครับ
ฮ่าฮ่า ลูกๆเค้าคิดถึง อยากนอนกอดคุณพ่อมากๆ
โอยพี่หนึ่ง
คิดถึงกันทุกวันเลยครับพี่
คุณหมอ...
พี่กำลังมีโปรแกรมไปไต้หวันเหมือนกัน
แต่ไปเที่ยนะไม่ได้ไปประชุม ที่เลือกไต้หวันเพราะยังไม่เคยไป แต่เคยแวะพักเครื่องอ่ะ
นอกจากนี้เวลามีน้อย และไม่อยากนั่งเครื่องนาน
สุดท้ายเปิดมาเจอคุณหมอ....ซึ่งเป็นน้องสถาบัน (มอ.)
ดี่ใจเลยเข้ามาคุย
พี่ตุ๋ย
มาอ่านเรื่องราวไต้หวัน ... คุณหมอสบายดีนะคะ
แหม กำลังฟังเพลง นี้พอดีเลย รำลึกความหลังค่ะ
รออ่านและชมภาพตอนต่อไป ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับพี่ตุ๋ย
พี่อยู่รุ่นที่เท่าไหร่ครับ ผมรุ่น 18
สวัสดีครับ poo