ในยุคกษัตริย์นามกนิษกะ และพระองค์สนับสนุนให้มีงานพุทธศิลป์เกิดขึ้นโดดเด่นมาก

เมื่อมองจากเมืองไทยขึ้นไปทางตะวันตกเฉียงเหนือผ่านทะเลอันดามันเข้าสู่เขตชมพูทวีปในอดีตอันแสนไกลตรงสุดขอบกั้นของแม่น้ำสินธูกับเทือกเขาสุไลมานติดเขตแดนอัฟกานิสถานนั้นคือแคว้นคันธาระ  ตั้งอยู่ที่หุบภูเขาเปศวาร์ในปากีสถานในปัจจุบัน 

 เดิมที่นี่ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมอินเดีย  และวัฒนธรรมกรีก  เพราะเป็นทางสายไหมที่ผู้คนทั่วโลกเดินทางผ่านจากเอเชียสู่ยุโรปและจากยุโรปสู่เอเชีย  ในยุคพุทธกาล ประมาณ พ.ศ. 800 มีรอยปรากฎว่าพุทธศาสนาได้เผยแผ่เข้าไปยังแคว้นนี้ 

ซึ่งมีจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราชเขียนด้วยตัวอักษรโขรษฐีไว้เป็นหลักฐานอยู่ที่ชาบาครฮี  แม้ในหนังสือเป็นคัมภีร์มิลินทปัญหา  ที่มีการโต้ตอบธรรมะกันระหว่างพระนาคเสนกับกษัตริย์นามอเล็กซานเดอร์มหาราชของกรีกหรือพระยามิลินท์ก็มีเป็นหลักฐานว่าพุทธศาสนาเข้ามายังแคว้นคันธาระ 

ในยุคกษัตริย์นามกนิษกะ และพระองค์สนับสนุนให้มีงานพุทธศิลป์เกิดขึ้นโดดเด่นมากนั้นคือ  การนำช่างฝีมือจากกรีกมาทำปติมากรรมพุทธรูปให้เหมือนเทพอพอลโลของกรีกนั้นเอง 

 ดังเราเคยเห็นพระพุทธรูปยุคคันธาระมีรูปร่างเหมือนมนุษย์กรีกใบหน้าคล้ายเทพเจ้า  ผมหยิกสลวยมีริ้วจีวรแนบเนื้อสวยงามอย่างศิลปะกรีก  แผ่ขยายไปทั่วอาณาเขตแถบนั้นนานหลายร้อยปีจนก่อเกิดพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่โตมากที่หน้าผาบามิยันในอัฟกานิสถาน

ซึ่งพวกตาลิบันใช้ปืนใหญ่ยิงถล่มทำลายไปเมื่อไม่นานนี้  นอกจากนี้ยังคงมีพระพุทธรูปอยู่ทั่วไปในอุซเบกิสถาน  และทาจีกิสถาน เป็นต้น  และนี่คือแคว้นคันธาระแหล่งเกิดพระพุทธรูปองค์แรกของโลกไงละ...