ปัจฉิมนิเทศ ครั้งที่ 2 ความเหมือนที่แตกต่าง


เห็นไหมคะ......ปัจฉิมนิเทศเหมือนกัน.....แต่มีความต่างกันคะ..............

อะ งง งง งง กันใหญ่

วันนี้เป็นวันปัจฉิมนิเทศของคณะวิทยาศาสตร์ ปัจฉิมฯครั้งที่ 2 สำหรับชีวิตมหาวิทยาลัย.....ในม.นเรศวร

ช่วงเช้า.......

                  อ.พูดเรื่อง การประกันคุณภาพ กับ นิสิต นานมากเหมือนสอนเด็กปี 1 แต่ที่น่าสนใจมากคือ เรื่อง Plan Do Check Act

                  ต่อมา (วิ่งหนีกันหมด) พี่อ้อ กับพี่บี(รุ่นพี่ที่ชมรมซอร์ฟบอล) แนะแนวเรื่องการเรียนต่อและการขอทุน ดีมากเหมือนกัน รู้เลยว่าชีวิตป.โท......ทำตัวแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว...........สำหรับการเรียนสายนี้ แหล่งทุนมากมายมีให้ เพียงรอให้เราพร้อมที่จะเข้าไปหามัน

                  และก่อนพักทานข้าวเที่ยง มีคณะตลก เอ้ย ศิษย์เก่า (จริงๆ เพราะรุ่นแรกๆๆเลย) มาพูดถึงประสบการณ์การเรียน การเลือกที่เดินทางหลังจากเรียนจบ การเตรียมตัวสมัครงาน การสัมภาษณ์งาน จนกระทั้งการเข้าไปทำงานในองค์กร

                  ช่วงนี้พี่ลิ้ม จาก SCG มาเอง ฮามาก และคิดว่าได้อะไรมากมายจากพี่ลิ้ม เช่น

- การตัดสินใจ จะเลือกเดินทางไหน.......ช้านละ  หุหุ (ณ.ตอนนี้คิดว่าเลือกจะทำงาน)

- ทำที่ไหน.....อะไร...........................(ณ.ตอนนี้ ไม่แน่ใจตัวเอง แต่ที่แน่ๆ ต้องสอบตั๋ว +เนติ+cer สักใบ (มากไปไหม) )

- เริ่มสมัครงานหรือยัง......................(ณ.บัดนาว NO!!) แล้วจาสมัครตอนไหน รอให้ฝึกงานเสร็จก่อนรึไง

- เตรียมตัวดีแค่ไหน ภาษาได้ไหม.......(ไก่ กา กะโหลก กะลา ตอนฝึกงานจะลง TOEIC สักครอสคะ --*)

                           FROM NOW ON !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ทำเลยนะ

และยังมีอีกมากมาย.......จุดประกายนะ.................เชๆๆๆๆๆเลย...................................หุหุ

อ่อ อีกอันเรื่องวางตัว เวลาไปฝึกงานผู้หญิงระวังตัวด้วยโดยเฉพาะที่ๆมีผู้ชายเยอะๆ ถ้าเล่นมากๆๆระวังมันจะเล่นเรา!!! แต่ถ้าไม่เล่นเลย เราอาจจะต้องทำงานคนเดียว......

                     &&&&&&&&&&&&& พักเที่ยง อิ่มอกอิ่มใจ&&&&&&&&&&&

ช่วงบ่าย.......

ยกห้องไป.....รุ่นพี่เอกมา....ขอบอกว่า ถามไรไป.....ตอบมาไม่ตรงประเด็นสักอย่าง และคนถามก็นะ ถามเรื่องเดิมๆ ที่พี่ลิ้มพูดแล้ว ฮานิบ่าเฮ้ยยยย

ถามว่า IT-LAW จะไปทำงานด้านไหน......ก็ตอบ กะโหลก กะลา ฮารมบ่าจอย --! ตอบแบบนี้ไม่ต้องตอบฮารู้แล้วบ่า

แล้วก็จบลงด้วยงานบายศรีสู่ขวัญศิษย์เก่า สู่อ้อมอกแห่ง SCIENCE (แต่ไม่ได้ร่วมนะกลับก่อน แล้วจาพูทำไม)

นี่คือ การปัจฉิมนิเทศครั้งที่ 2 ของชีวิต มหาวิทยาลัย....อบอุ่น...ในบรรยากาศพี่น้อง....แต่เราก็ไม่มีรุ่นพี่อะนะ ......และแทบไม่กล้าเรียกตัวเองว่าเป็น SC ไหนด้วยซ้ำ เพราะมานไม่ค่อยได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขามาแต่ไหนแต่ไร.....หุหุ

 

 

เห้ยยยยย แล้วปัจฉิมครั้งแรกล่ะ เกือบลืม

 

 

 

ปัจฉิมครั้งแรก...............ของนิติศาสตร์ เมื่อปีที่แล้ว

 

งานครั้งนั้นจัดขึ้นในช่วงบ่ายคะที่ห้อง slop คณะ อบอุ่น ไปด้วยเพื่อนๆ และคณาจารย์ (เพราะห้องเล็ก อะล้อเล่ง)

 

เริ่มต้นด้วยการแสดงความยินดี กับว่าที่ นิติศาสตร์บัณฑิต.....

และวันนี้มีบรรยายพิเศษ

                      เรื่อง "คุณธรรม จริยธรรม ของนักกฎหมาย "

                  โดย ท่านอาจารย์จรัล ภักดีธนากุล ( ปลัดกระทรวงยุติธรรมในขณะนั้น )

(very formal)

อาจจะใช้คำพูดผิด ต้องขออภัยก่อนนะคะ

เมื่อจบไปแล้ว และ

เข้ารับงานราชการจะต้องปฏิบัติงานราชการตามรอยพระยุคลบาท

โดยเริ่มจาก

>>ความรู้ ความสามรถทางวิชาการเสียก่อน

>> เรื่องรากฐานทางจิตใจ จิตวิญญาณ และสติปัญญาต้องดี ต้องทำให้ได้ว่า ใจมั่นคงพอไหม จิตใจสูงพอไหม

>> มั่นคงสุจริตธรรม ความสุจริตเปนพื้นฐานของทุกวิชาชีพ โดยเฉพาะ นิติศาสตร์

>> มุ่งมั่นสัมฤทธิ์ผล ตั้งใจ ตั้งใจ ตั้งใจ

>> มีกุศโลบายที่แยบยล .....นะ นะ (ชัดเจน)

>> เพื่อประโยชน์มหาชน และสาธารณะชนให้ยั่งยืน

 

และนอกจากนี้ยังได้กล่าวถึง อุดมการณ์กฎหมายและนักกฎหมาย  ดังนี้

>> เป้าหมายสูงสุดที่เป็นประโยชน์และความสุขของชาวสยาม (ยิ่งใหญ่ไหม)

>> วิธีการต้องบริสุทธ์ เป้าหมายแรกต้องยุติธรรม

  "     ไม่สุดโต่งทางควมคิด ไม่บ้าฤทธิ์ บ้าอำนาจ

        ไม่รุนแรงเด็ดขาดด้วยความเขลา  ไม่หูเบาความสอพรอ

        ไม่กลัวหงอต่อคนพาล กล้าหาญแต่ไม่บ้าบิ่น    " (เยี่ยมยอด)

>> เป็นนักไกล่เกลี่ย ประนีประนอมความ ---> ถนอมน้ำใจ สมานสามัคคี สรรหาทางออกที่ดีให้ทุกฝ่าย ทำเรื่องร้ายให้เป็นดี เจารจาด้วยวจีสุจริต (ถ้าบ้านเมืองตอนนี้ใช้วิธีนี้ คงจะดีเนาะ T_T)

>> รอบรู้กิจการบ้านเมือง และศาสตร์ใกล้เคียง

>> ต้องเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง คะ

และท่านก็ได้ให้บทกลอนสอนใจอีกบทคะ แต่ คิดว่า วันนี้ยังไม่ต้องก็ได้มั้งคะ หุหุ

รู้สึกดีใจมาก และนับความโชคดีมากๆที่ท่านได้มาบรรยายในวันนั้น (ประทับใจมากคะ ทั้งท่าที วาจา ทั้งภูมิความรู้ )

 

 

จากนั้นก็เป็นการให้โอวาทของคณะบดี จับใจความได้สั้นว่า

                                    "อย่าท้อ เพราะทุกอย่างไม่สมหวังดั่งใจนึก"

 

 

เห็นไหมคะ......ปัจฉิมนิเทศเหมือนกัน.....แต่มีความต่างกันคะ..............

 

ทำไมต้องปัจฉิมนิเทศสองครั้ง

 

ก็เค้าเรียนคู่ขนาน IT and Law เรียน สองคณะ ห้า ปี สอง ปริญญา เคลีย์บ่

 

ปล... ขออภัยหากใช้คำไม่สุภาพคะ และอาจใช้คำผิดคะ

หมายเลขบันทึก: 206525เขียนเมื่อ 7 กันยายน 2008 02:36 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 เมษายน 2012 02:16 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี