คนเราต้องฝึกให้มีปัญญา คารวะธรรม และความสามัคคี..

ยามเช้าวันหนึ่งบรรยากาศเย็นสบาย ๆ เพราะมีเม็ดฝนปรอย ๆ ล่วงหล่นลงมาเพียงบางเบา  ในที่ทำงานมอทักษิณเมืองสงขลา  ผมได้มีโอกาสเข้าไปนั่งคุยกับปราชญ์ทางภาษาอังกฤษ 

 ผู้ที่แปลผลงานอภิมหางานวิจัย  โดยมีเมธีวิจัยสกว.  คือศาสตราจารย์สุธิวงศ์  พงศ์ไพบูลย์  เป็นประธานในชุดโครงการวิจัย เรื่อง  โครงสร้างและพลวัตวัฒนธรรมภาคใต้กับการพัฒนา ( SOUTHERN  THAI  CULTURAL  STRUCTURES  AND  DYNAMICS ) Translated  into  English  by  Banlue  Tinpang-nga 

 นับจากการเข้าไปพบบอกลารัฐบาลยุคจอมพลผ้าขาวม้าแดงในปี พ.ศ. 2502 ซึ่งบอกว่าเมื่อเรียนจบแล้วจงกลับมารับใช้ประเทศชาติเพราะประเทศชาติต้องการอย่างมากสำหรับผู้ได้รับทุนไปเรียนในยุโรปจบแล้วกลับมาช่วยชาติบ้านเมือง

เมื่อพ.ศ. 2511 อาจารย์ท่านนี้ได้ล่องใต้มาทำหน้าที่ผู้บริหารมีอำนาจเต็มดูแลกิจการผลิตครูมาโดยตลอด  จนวัยเลย 60 ปีไปนานแล้วและเปลี่ยนแปลงกลายมาเป็นมหาวิทยาลัยทักษิณในบัดนี้แล้วแต่ท่านยังคงสามารถทำหน้าที่สอนนิสิตตลอดมาอย่างน่าชื่นชม  คำกล่าวที่น่าจดจำอาจารย์นำมาบอกคือ  ...คนเราต้องฝึกให้มีปัญญา  คารวะธรรม  และความสามัคคี...บ่อยครั้งที่ผมเห็นท่านมักจะเดินไปในสถานที่ต่าง ๆ เหมือนจะเป็นการออกกำลังกายไปในตัวทั้ง ๆที่การไปอย่างนั้นคนหนุ่มสาวหลายคนต้องขับรถไปนะ

อาจารย์กำลังนั่งคุยกับยูมินะ...

ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสที่คุยกับอาจารย์เหมือนเราได้มุมคิดใหม่ ๆที่สร้างสรรค์อยู่เสมอเลยละ  และอาจารย์ท่านที่ผมขอชื่นชมนั้นก็คือประธานคณะกรรมการผู้รับผิดชอบปรัชญาดุษฎีบัณฑิต  สาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา  ของ ม. ทักษิณคนปัจจุบันนี้ ชื่อ ผู้ช่วยศาสตราจารย์  ดร.  บันลือ  ถิ่นพังงา .