การเมืองเรื่อง"เมกะโปรเจ็คต์"
ความสนใจของคนทั่วไป ต่อนโยบายรัฐบาลนายกฯสมัคร มิใช่อยู่ที่ประชานิยม แต่กลับพุ่งไปยัง "เมกะโปรเจ็คต์" ที่จะลงทุนด้วยเม็ดเงินกว่า 2 ล้านล้านบาท นักธุรกิจต่างก็ยกมือเชียร์กันสุดสุดเพราะเชื่อว่าเป็นวิธีเดียวที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นขึ้นมาได้ แต่ก็มีคำถามว่า รัฐบาลจะเอาเงินมาจากไหน ในการอภิปรายนโยบายรัฐบาล "กรณ์ จาติกวณิช" รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาของเงินโครงการเมกะโปรเจ็คต์ว่ามาจากแหล่งใด พบว่าต้องใช้เงินกว่า 2 ล้านล้านบาท ซึ่งรัฐบาลชี้แจงว่าจะออกพันธบัตร 5 แสนล้านบาท แต่ปัญหาสำคัญคือ กรอบวินัยการคลังกำหนดยอดหนี้สาธารณะไม่ควรสูงว่า 50% ของจีดีพี ปัจจุบันยอดหนี้อยู่ที่ 38% แต่มีกิจกรรมนอกเงินงบประมาณ รวมเป็นยอดหนี้ทั้งหมด 42% ยังมีช่องให้ก่อหนี้ได้เพียง 8% หรือคิดเป็นเม็ดเงิน 6-8 แสนล้านบาทเท่านั้น นี่คือข้อเท็จจริงทางการเงินที่มิอาจปฏิเสธได้ แต่อย่าลืมไม่มีอะไรที่นักการเมืองทำไม่ได้ แม้จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครอรรถาธิบายให้ประชาชนเข้าใจหรือเปิดเผยผลการศึกษาว่า รถไฟฟ้าทั้ง 9 สายภายใน 4 ปีเหมาะสมหรือไม่ ประหยัดการนำเข้าน้ำมันเท่าไหร่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเมกะโปรเจ็คต์ระบบน้ำ ที่ต้องขุดอุโมงค์วางท่อผันน้ำจากแม่น้ำโขงเพื่อแก้ปัญหาการน้ำขาดแคลนในภาคอีสาน ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่มีความสลับซับซ้อนกว่ารถไฟฟ้าหลายเท่า เกี่ยวพันตั้งแต่กฎหมายระหว่างประเทศ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาทางกายภาพ ล้วนเป็นปัญหาใหญ่ทั้งสิ้นลองคิดดู อุโมงค์ขนาดรถบรรทุก 3 คันวิ่งสวนกัน มีความยาวกว่า 3กิโลเมตร จะเอาดินที่ขุดได้จำนวนมหาศาลไปเทกองไว้ที่ไหน หรือถ้าช่วงที่แม่น้ำโขงแล้ง น้ำแห้งขอด จะผันน้ำจากที่ไหนลงท่อ ปัญหาน้ำเน่าเสียท่วมขังในท่อจะทำอย่างไรยังไม่รวมถึงเม็ดเงินที่ต้องใช้ลงทุนจำนวนมหาศาล ไม่รู้ว่าจะคุ้มกับเงินลงทุนหรือไม่ ถ้าจะเอาเม็ดเงินมหาศาลขนาดนั้นไปลงทุนในโครงการที่เป็นไปไม่ได้แถมยังมีปัญหามากมาย เทียบกับการเอาเงินไปแจกชาวบ้านตรงๆ เหมือนกับประชานิยม สมัยนายกฯทักษิณ อาจจะดีกว่าหรือไม่ ก่อนนี้นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำออกมาท้วงติงว่า ภาคอีสานไม่ได้ขาดแคลนน้ำแต่มีปัญหาเรื่องการจัดการให้มีประสิทธิภาพ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง การหาวิธีจัดการน้ำโดยเฉลี่ยน้ำจากพื้นที่ที่น้ำท่วมประจำไปยังพื้นที่แห้งแล้ง ด้วยระบบชลประทานแบบลำคลองย่อย หรือระบบอื่นๆ ก็ตาม น่าจะคุ้มและมีประสิทธิภาพมากกว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลจะแก้ปัญหา "น้ำ" ให้กับชาวนา เพราะมันเป็นภาพหลอนของคนอีสานมานาน นักการเมืองก็นำมาตีกินตอนหาเสียงและเงียบหายเป็นอย่างนี้มาทุกยุคทุกสมัย แต่การแก้ปัญหาต้องไม่เพ้อเจ้อ และไม่ใช่ "ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ (โขง)" ถามว่า ทำไมคนอีสานยากจน อยากจะบอกว่า เพราะผลผลิตที่ผลิตได้ต่ำทั้งคุณภาพและปริมาณผลผลิต/ไร่ ราคาก็ตกต่ำขาดทุนทุกปี (เพิ่งปีนี้แหละที่ราคาดีเพราะสถานการณ์โลก) คนอีสานมักพูดติดตลกแบบขื่นๆ ว่า "ชาวนาทำนาขายข้าวตั้งแต่เกิดจนแก่ ราคาเคยขายได้แค่ไหนก็อยู่แค่นั้นมาหลายปีดีดัก แต่น้ำปลาที่ซื้อจากพ่อค้านายทุนขึ้นราคาทุกปี แถมยังวงเล็บข้างขวดว่าซื้อแล้วคืนขวดด้วย แต่ชาวนาขายข้าวถูกกดราคาแถมไม่มีสิทธิแม้จะวงเล็บซื้อแล้วคืนกระสอบด้วย" ฉะนั้นถ้าจะแก้ปัญหาจริงๆ ต้องเกาให้ถูกที่คัน แต่อย่างว่าแหละ...เมกะโปรเจ็คต์เป็นโครงการการเมือง โครงการแม่น้ำโขงผลักดันออกมาเพื่อเอาใจคนอีสานฐานเสียงใหญ่ของพรรคพลังประชาชน แม้จะเพ้อเจ้อ ก็ยังหาเสียงได้ทุกครั้งส่วนรถไฟฟ้าก็แค่หาเสียงกับคนกรุงเทพฯ ยังไงๆ รถไฟฟ้าทั้ง 9 สายก็ไม่มีทางสำเร็จในรัฐบาลนี้ แต่นี่คือการปักธงตีตราจองความเป็นเจ้าของอย่างแนบเนียนในแวดวงผู้รับเหมาลือให้แซดว่า ตอนนี้ถึงขั้นว่าแบ่งกันแล้วกลุ่มไหนจะรับผิดชอบสายไหน แถมยังมีข่าวว่าสตรีนางหนึ่งเข้ามาเอี่ยวยื่นเงื่อนไขว่าขอ 15% แบบฟรีๆ จนทำให้แกนนำรัฐบาลไม่พอใจ กลายเป็นที่มาของความขัดแย้งทางการเมืองเวลานี้ ที่สำคัญ อย่าแปลกใจ ทำไมโครงการใหญ่ๆ อย่างนี้จะใช้วิธีระดมทุนในประเทศแทนเงินกู้ต่างประเทศ อ่านเกมกันไม่ยากก็เพราะเจ้าหนี้ต่างชาติจะกำหนดเงื่อนไขยุบยับ ถึงขั้นล็อคสเปคบริษัทรับเหมาไว้จนคนกู้ทำอะไรลำบาก แต่หากกู้ในประเทศ ทุกอย่างก็ง่ายขึ้น คล่องขึ้น จะกำหนดเงื่อนไข ล็อคสเปคอย่างไรก็ได้ แถมภาพดูดีว่า ไม่ต้องเป็นหนี้ต่างประเทศอีกต่างหาก
โดย ทวี มีเงิน
ให้โอกาสรัฐบาลในการคิดบริหารบ้านเมืองบ้าง ให้โอกาสคนไทยที่มีถิ่นฐานทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยบ้าง
ถ้าเปรียบเทียบกันระหว่างภาคแล้วภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้อยโอกาสในด้านปัจจัยพื้นฐานกว่าภาคอื่นอยู่มาก ผลผลิตต่ำด้อยทั้งคุณภาพและปริมาณก็มาจากปัญหาเรื่องน้ำ เพราะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการทำการเกษตร ซึ่งจุดเด่นของภาคคือมีพื้นที่ทำการเกษตรมากแต่ขาดแคลนน้ำ มีที่ไร่ที่นา ไม่มีน้ำทำการเกษตรประชาชนก็ทิ้งถิ่นฐานอพยพแรงงานหลั่งไหลเข้าเมืองใหญ่ แออัดอยู่ในกรุงเทพมหานคร
และชาวนาย่อมมีศักดิ์ศรีในความเป็นชาวนา มีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ อย่าได้ดูถูกเหยียดหยามกันโดยจะเอาเงินมาไล่แจกชาวบ้านเช่นนั้นเลย มันไม่ใช่การแก้ปัญหาอย่างถาวร
ให้เถิดครับให้โอกาสชาวนาผู้ได้ชื่อว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ การจัดการเรื่องน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือผู้ได้รับประโยชน์เต็มๆได้รับประโยชน์สูงสุดคือชาวนาผู้ซึ่งเป็นชนชั้นระดับรากหญ้า ขอได้โปรดมุทิตากับพวกเขาเหล่านั้นเถิดครับ