(๑) เดินทางไปนราธิวาส...
หลังจากระเบิดคาร์บอมบ์ที่สุไหงโกลก ผมไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบที่นราธิวาส ทราบจากสื่อเพียงว่า เหตุระเบิดครั้งนี้เกิดขึ้น ๒ ครั้งห่างกันภายใน ๒๐ นาที ครั้งแรกเป็น“มอเตอร์ไซค์บอมบ์” ๑ ครั้ง และ “คาร์บอมบ์” อีก ๑ ครั้ง ในเวลาห่างกันเพียงไม่ถึง ๒๐ นาที เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างหนักไม่ว่าจะเป็นผู้คนหรือทรัพย์สิน อีกทั้งยังทำให้นักข่าวอาวุโสต้องสังเวยชีวิตเป็นครั้งแรกในเหตุการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย เป็นรูปแบบการระเบิดแบบ second bomb ที่เกิดขึ้นได้เสมอๆในพื้นที่ดังกล่าว

หากตัดความรุนแรงที่รับรู้ออกไป ภารกิจของผมที่นราธิวาสบวกกับความตั้งใจที่อยากไปเยือนเมืองเขตแดนทำให้ผมมีความรู้สึกตื่นเต้นการเดินทางมาก
ใครจะรู้ว่าผมเก็บตัวที่หาดใหญ่มากกว่า ๓ วัน เพื่อนั่งเขียนงานเงียบๆในโรงแรมเล็กๆที่มีฉากวิวสวยของเมืองหาดใหญ่อยู่ข้างหน้า ท่ามกลางเดินทางของเมืองใหญ่ เมืองท่าหลักของเมืองใต้ ผมนั่งสังเกตวิถีผู้คนอยู่ริมกระจก เมื่อทุกอย่างเคลื่อนไปข้างหน้า แน่นอนว่าปัญหาต้องเกิดขึ้น สิ่งที่ท้าทายของนักพัฒนาสังคมก็คือ จะใช้ทางเลือกใดในการแก้ไขปัญหา และการแก้ปัญหานั้นจะส่งผลต่อคนหมู่มากอย่างไร...เสียงของ ASTV ดังกลบเสียงเงียบในบางคราที่ผมเบื่อๆละสายตาจากงานมองไปยังทีวีในห้อง “ที่กรุงเทพยังวุ่นวายดูเหมือนไม่มีวันจบ”
ภายใต้ปรากฏการณ์ทางการเมือง ภาพของผู้ชุมนุม ใครจะรู้ได้ว่าเขารู้สึกอะไร เขาคิดอย่างไร ที่ต้องไปกรำแดด ตากฝน เพียงเพื่อขับไล่ความไม่ชอบธรรมที่ครองเมือง
เช้าอีกวัน ที่ผมต้องเดินทางไปนราธิวาสแล้ว...เสียงโทรศัพท์บังเลาะห์ดังขึ้น เขามารับผมที่โรงแรมตามที่นัดหมายไว้ ผมตั้งใจออกเดินทางเช้าๆเพื่อไม่เร่งรีบและอากาศร้อนมากนัก ก่อนไปขอนั่งจิบกาแฟก่อนออกเมืองหาดใหญ่
บังเลาะห์ พาผมลัดเลาะซอยแคบๆ ไปโผ่ลอีกที่ซึ่งผมไม่ทราบ เราพากันไปนั่งร้านน้ำชาเล็กๆริมน้ำร้านหนึ่ง คนไม่พลุกพล่านมากนัก เสียง ASTV ยังดังกระหึ่มในร้าน มุมเงียบๆข้างร้าน ทำให้ผมคิดไปว่า ตลอดเวลาผมบริโภคเรื่องราวการเมืองมากไปหรือเปล่า...แต่ผมก็อยากรู้ความเป็นไปของบ้านเมือง หนังสือพิมพ์ที่วางพับไว้บนโต๊ะก็ไม่มีข่าวอะไรเด่นไปมากกว่าข่าวการเมืองในห้วงนี้ เสียงผู้คนข้างโต๊ะน้ำชาก็คุยเรื่องการเมือง...
ผมมองว่าหากเราจะสื่อสารสิ่งใดกับพี่น้องประชาชน “สื่อ” มีอิทธิพลมากที่สุดกับความรู้สึก นึกคิด รวสมถึงการตัดสินใจดำเนินชีวิตของสังคม สื่อจึงเป็นมากกว่าช่องทางการสื่อสารจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง รสชาติกาแฟยามเช้าของผมขมๆมากไปบ้างเมื่อคิดถึง “สื่อของรัฐที่ไม่เป็นกลาง” แต่ผมก็จำเป็นต้องดื่มให้หมดถ้วยก่อนออกเดินทางไปนราธิวาส
ก่อนขึ้นรถผมโทรไปแจ้งการจองห้องพักกับโรงแรมใหญ่แห่งหนึ่งของเมืองนรา พร้อมยืนยันเวลาที่จะเดินทางไปถึง เธอ(คนรับสายปลายทาง) ถามผมว่า ผมออกจากหาดใหญ่กี่โมง และน่าจะไปถึงนราสักกี่โมงด้วยรถยนต์ส่วนตัว
เราเดินทางออกจากหาดใหญ่ไม่เร่งรีบ ค่อยๆไปตามสไตล์ผม บทสนทนาในรถบทแล้วบทเล่าผมและบังเลาะห์ เราแลกเปลี่ยนเรื่องราวของชีวิตระหว่างกัน เขาเล่าเรื่องได้สนุก บ่อยครั้งที่ผมต้องหัวเราะออกมาดังๆ หลายคำที่ฉุกใจคิดที่ทำให้ผมต้องอึ้งๆไป ชีวิตของคนหนึ่งคนมีเรื่องเล่ามากมาย เห็นการก้าวข้ามผ่านสิ่งต่างๆอย่างน่าสนใจ
ประเด็นที่เราคุยกันอย่างถูกคอ คือ เรื่องราวการเมือง ผมสนใจทัศนะของบังเลาะห์ หนุ่มใหญ่หัวใจรักความยุติธรรม เขาสนใจการเมืองเช่นเดียวกับพี่น้องชาวใต้ที่ติดตามตลอดเวลา เขาวิเคราะห์ประเด็นให้ผมฟังอย่างเจาะลึก และทำนายอนาคตของปรากฏการณ์อย่างน่าสนใจทีเดียว...
ผมได้แต่เออออ ..พร้อมพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่เขาพูด มีบางคำที่บังพูดขึ้นมาท่าทางจริงจัง บังบอกผมว่า “ผมสงสารพระเจ้าอยู่หัวที่ท่านต้องมารับรู้เรื่องเหล่านี้”
คุยกันเพลินรถของเราผ่านปัตตานีมาแล้ว เราเบี่ยงรถเข้าเลนซ้ายเพื่อบายพาสไปยัง อ.สายบุรี ก่อนเลียบไปตามชายฝั่ง ไปยังนราธิวาส เห็นด่านตรวจที่ถี่ขึ้นตามระยะทางที่เราผ่านเข้าไป หาดใหญ่ – นราธิวาส ไม่ไกลมากในความคิดของผม หรือว่าเราคุยกันจนเพลินเลยรู้สึกว่าใกล้นิดเดียว
เรามาถึงนราธิวาสแล้ว...แดดแรงได้ใจเลยทีเดียว บังเลาะห์ พาผมหลงทางในเมืองไปพักใหญ่ ก็ดีเหมือนกัน การหลงทางทำให้ผมเห็นสภาพบ้านเมือง มากขึ้นก่อนเข้าโรงแรมผมตั้งใจว่า อยากจะถ่ายรูปในบางจุดของเมือง ตาม บุคไกด์ ที่ผมนำติดตัวมา การหลงทางยิ่งทำให้ผมรู้สึกสนุกมากขึ้น
เราขับรถลัดเลาะซอยเล็กๆ โผล่อีกทีก็ถึงโรงแรมที่พักแล้ว...
ก่อนลงจากรถบังเลาะห์ ถามผมว่า "อยู่ได้มั้ย” บังคงเป็นห่วงผมที่ดูเป็นคนแปลกหน้ามาสำหรับที่นี่
“สบายมากครับบัง ...บังกลับเถอะครับ” ผมย้ำให้ความมั่นใจกับบัง ผมรู้ว่าหลังจากมาส่งผมที่นราแล้วเขามีงานต่อที่ปัตตานี หลังจากเช็คอินเสร็จบังก็ขอลากลับ
ผมนั่งที่ล็อบบี้สักครู่ ก่อนขึ้นห้องพัก กะว่าขอพักผ่อนสักพักใหญ่ๆ ก่อนจะผมเดินออกมาเก็บภาพและบันทึกเรื่องราวความทรงจำที่เมืองนรา เมืองสวยแห่งหนึ่งของสามจังหวัดชายแดนใต้ จากวันเป็นคืนที่เมืองชายแดน ผมได้เรียนรู้เรื่องราวของคนที่นี่ผ่านภาพชีวิตที่ต่างออกไปจากที่ผมคุ้นชิน อาหารท้องถิ่นที่ผมชิมจนอิ่มแป้ล ...

(อ่าวมะนาว นราธิวาส)
กลับมาถึงโรงแรมก็เหนื่อยพอสมควร
คืนนี้หลังจากอาบน้ำให้สดชื่น ผมนอนหลับอุตุบนเตียงใหญ่ หนานุ่มอย่างมีความสุข
เช้าวันนี้มีตำรวจสองสามนาย มารับผมที่โรงแรมเตรียมตัวสำหรับภารกิจรอรับผู้ใหญ่หลายท่านที่สนามบินบ้านทอน นราธิวาส
ต่อจากนี้ภาระกิจของผมยังอีกยาวใกลที่เมืองใต้...
ติดตามตอน (๒) ต่อไปครับ
ถ้าผ่านเข้ามาในตัวเมืองยะลา อย่าลืมแวะมาทักทายกันหน่อย
ขอบคุณมาก
เขียนได้ดีมาก ๆ เลยครับ..ชีวิตมีคุณค่ามากเลยนะครับ..ศรัทธา และห่วงใยนะครับ......พี่ชาย ชยพร แอคะรัจน์
เป็นเรื่องราวเดิมเมื่อสัปดาห์ก่อนครับผม รบกวนพี่ ยาว เกษตรยะลา โทรศัพท์โชว์เบอร์ที่เครื่องใหม่ ซิมเดิมผมด้วยครับ ผมจะได้บันทึกเก็บไว้
ขอให้เมืองลังกาสุกะ จงกลับมาสู่ความสันติเหมือนเดิม
ขอให้เมืองลังกาสุกะ จงกลับมาสู่ความสันติเหมือนเดิม
อาจารย์ชยพร แอคะรัจน์ ครับ
ต้องขอบพระคุณในความห่วงใยและเอื้อเอ็นดูผมเสมอมาครับ ด้วยภารกิจของงานและความตั้งใจของผม ทำให้งานสนุกและมีความสุขทุกที่ทุกเวลา
ยิ่งมีกำลังใจดีๆแบบนี้ ผมมีพลังขึ้นมากเลยครับ
ให้กำลังใจอาจารย์เช่นกันครับผม
คุณ จำเริญ
ลูกชาย น่ารักน่าชังมากครับ...
ทุกคนก็หวังให้เกิดมี "สันติสุข" ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ครับ ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ รวมถึงผู้ปฏิบัติงานด้วยความตั้งใจและมีปณิธานดีงามที่จะกอบกู้สันติเข้ามาในพื้นที่เช่นเดิม
สวัสดีค่ะ พี่เอก...
แวะมาติดตามการเดินทางของพี่เอกค่ะ
เป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ทุกๆคน...รวมถึงพี่เอกด้วยนะค่ะ
มีความสุข เดินทางปลอดภัย ....นะค่ะ
ด้วยความห่วงใยคะ
เป็นคนใต้อีกคนที่อยากห็นสามจังหวัดชายแดนภาคใต้สงบสุขค่ะ
ขอบคุณครับ น้องkittyjump~เลขา~natadee(มากๆ)
ซีรีส์การเดินทางใต้ครั้งนี้ มีหลากหลายมากมายครับ คิดว่าจะทยอยออกมาเขียนเป็นตอนๆไป
ขอบคุณกำลังใจที่ดีเสมอมาครับ สู้ๆครับ
สวัสดีครับ คุณ เด่นนภา แตงอ่อน โปฏกะรัตน์ เราต่างมีจุดมุ่งหมายเหมือนกัน ช่วยกันคนละไม้คนละมือนะครับในภารกิจของเรา
สวัสดีครับ ไม่ได้มีโอกาสเข้ามาพักใหญ่ ๆ แล้ว เลยแวะเข้ามาติดตามการเดินทางครับ
ขอให้คุณเอกปลอดภัยและบรรลุจุดมุ่งหมายนะครับ
เป็นกำลังใจให้ (ห่าง ๆ )(อย่าง..สม่ำ)เสมอครับ
สวัสดีครับ คุณหมอanalyst ครับ
ผมยังเดินทางสม่ำเสมอเช่นเดียวกัน และส่วนหนึ่งได้รับกำลังใจจากเพื่อนๆตลอดเวลา
อบอุ่นครับ
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะ พี่เอก ...ดูแลตัวเองด้วยนะคะ เอาใจช่วยค่ะ ขอให้พี่ทำงานอย่างมีความสุขและปลอดภัยนะคะ พี่..... ทำไมต้องไปด้วยคะ แต่คิดว่าคำตอบคงยาว ไม่เป็นไรพอลล่าเข้าใจค่ะ ที่สถาบันฯ ก็มีอาจารย์บางท่านที่ยินดีไปเยี่ยมรพ. ในสาม สี่ จังหวัดภาคใต้ ค่ะ ความสุข ศรัทธา ที่แตกต่างของคน เคารพความเห็นของกันและกันค่ะ
สวัสดีครับ
เมื่อคืนนี้ผมดูรายการพิเศษเกี่ยวสถาบันพระปกเกล้า มองหาพี่เอกในละครอยู่เหมือนกันครับ อิอิ
ขึ้นต้นด้วยรูปที่น่ากลัวนะครับ ฮิฮิแต่จบลงด้วยความสวยงาม
สวัสดีครับ อ.เอก
1)พี่ดีใจที่มีคนปายคนหนึ่งได้เป็นส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ได้ทำอะไร ๆเพื่อในหลวงของเรา
2)อ่านบล็อกแล้วได้บรรยากาศเหมือนเดินทางไปเองเลยเนี่ย...เคยไปนานมาก ๆแล้ว
3)สื่อ...มีผลต่อความคิดของคน สื่อมีผลส่งให้เกิดเหตุการณ์สถานการณ์ต่าง ๆได้มากจริง ๆ
4)อยากให้สื่อทุกแขนงทั้งภาครัฐและเอกชนทำตัวเป็นกลาง...สร้างสรรค์ให้เกิดความสงบ..ทั้งที่ กทม.และ 3 จังหวัด
น้องpaula ที่ปรึกษา~natadee
ผมทำงานด้วยความสุขและปลอดภัยด้วยครับ เพราะเราเชื่อมั่นในความดีที่เราทำ และชัดเจนว่าทำเพื่อใครทำอะไร
เราต่างหวังสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ...
ถามว่า ทำไมต้องไป ทำไมต้องเดินทาง ผมมองว่า เป็นเรื่อง ธรรมะจัดสรร ให้ผมต้องทำ ดังนั้นหน้าที่นี้ ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ
ผมมีงานอีกชิ้นที่ถอดบทเรียน "จิตปัญญา" ของทางภาคใต้ ได้เรียนรู้ซึมซับเอาความรู้สึกดีๆจากคนทำงานที่ก้าวข้ามผ่านความกลัว ความหวาดระเเวง จนกระทั่งแปรออกมาเป็นพลังบวกในการทำงานสาธารณสุข
ให้กำลังใจน้องพอลล่าในการทำงานด้วยเช่นกันครับ
คุณdanthai
ผมคิดถึงหลานๆมากครับ เห็นรูปในบันทึกน้องนุ้ยเด็กน้อยกระโดดน้ำ ยิ่งคิดถึงเขาคงพูดเก่งและน่ารักเหมือนเดิมนะครับ
ช่วงที่ผมอยู่ค่ายนาวิกโยธินที่นราธิวาส (ค่าจุฬาภรณ์) ช่วงงานเลี้ยงตอนเย็น ก็ได้คุยกับหลาน แดนไท เขาหัวร่อที่ผม เว้าอีสาน ไม่เป็น...อยากเว้าอยู่ดอก กลัวเว้าบ่ถึก เดี๋ยว เจ้าหลานจอมซนแดนไทจะหัวเราะเยาะผมอีก
ขอบคุณกำลังใจจากครอบครัว "แผ่นดิน แดนไท" อบอุ่นเสมอครับ..
ขอบคุณมากๆครับ