เกษตรกรส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้ปลกน้อยหน่า, กล้วย, มะละกอ, ฝรั่ง, ชมพู่ ฯลฯ จะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายไปกับสารเคมีที่ใช้ในการป้องกันและกำจัดเพลี้ยค่อนข้างมาก และโดยเฉพาะเพลี้ยอ่อนและเพลี้ยแป้งนั้นวิธีการกำจัดค่อนข้างยาก เพราะเขารวมตัวทับซ้อนเป็นกลุ่มเป็นก้อน แถมยังมีผงฝุ่นแป้งสีขาว ๆ ทำหน้าที่ในการเป็นเกราะห่อหุ้มป้องกันมิให้สารเคมีหรือวัตถุใดเข้าถึงตัวได้ง่าย
ดังนั้นวิธีการฉีดพ่นสารเคมีและยาฆ่าแมลง จะต้องพยายามทำการฉีดพ่นอย่างช้า ๆ พิถีพิถัน จี้เน้นไปที่กลุ่มของตัวเพลี้ยต่าง ๆ เหล่านี้ให้เปียกชุ่มโชกจนสัมผัสและเข้าถึงตัวของเขา ขั้นตอนหรือ กระบวนการต่าง ๆ นี้ก่อให้เกิดปัญหาและนำมาซึ่งความสิ้นเปลืองต้นทุนเพิ่มให้แก่เกษตรอย่างมากโดยใช่เหตุ
วิธีการแก้ปัญหาควรเลิกใช้สารเคมีที่ออกฤทธิ์แรง เพราะนอกจากจะทำลายระบบนิเวศน์ให้เสียหายแล้ว, จุลินทรีย์หรือสิ่งมีชีวิตที่เป็นประโยชน์ต่อพืชและผืนดินก็จะตายพร้อมกันลงไปด้วย และที่สำคัญก่อให้เกิดการสะสมสารก่อโรคที่หลากหลายต่อผู้ฉีดและตกค้างต่อไปยังผู้บริโภคอีกด้วย
วิธีการที่นิยมและปลอดภัยในปัจจุบัน ควรใช้จุลินทรีย์ ทริปโตฝาจ ในปริมาณ 20 – 30 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งใต้ใบ บนใบ เพื่อให้เชื้อสัมผัสกับตัวเพลี้ยอย่างทั่วถึง ทุก ๆ 7 วัน ก็สามารถที่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ และช่วยแบ่งเบาภาระในเรื่องของเพลี้ยแก่เกษตรกรได้มาก
มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com