รากเน่า โคนเน่า

โรครากเน่าโคนเน่า จัดเป็นโรคที่พบกันมากในสวนพืช ผัก ผลไม้ ของชาวไร่ ชาวสวน ไม่ว่าจะเป็น เงาะ ทุเรียน  ลองกอง ลางสาด  พริก  มะเขือ  มะนาว  แตงกวา ลำไย ปาล์ม ยางพารา ฯลฯ ซึ่งนำมาซึ่งความสูญเสียรายได้และผลผลิตของเกษตรเป็นอย่างมาก เพราะจัดว่าเป็นโรคที่ทำให้พืชนั้นขาดสารอาหารเพราะระบบรากถูกทำลาย เน่า ถอดปลอก และอาจจะติดเชื้อแบคทีเรียลุกลามเข้าไปในท่อน้ำท่ออาหารจนบางครั้งพืชบางชนิดก็ตายได้อย่างฉับพลันทันทีทั้ง ๆ ที่ความเขียวยังคงอยู่ จนชาวบ้านบางแห่งที่พบโรคนี้ต่างเรียกกันว่า “โรคเหี่ยวเขียว” ซึ่งสาเหตุจริง ๆ อาจจะไม่เกี่ยวกับเชื้อราโรคพืชที่ก่อให้เกิดโรครากเน่าโคนเน่าแต่ก็ถือว่าเป็นเหตุที่ต่อเนื่องกันได้

การดูแลรักษาโรครากเน่าโคนเน่านี้ ไม่ควรที่จะใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายรุนแรงทั้งต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เพราะเมื่อเรานำยาหรือสารเคมีมาฆ่าและทำลายชื้อโรคหรือจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดรากเน่าโคนเน่านั้น  นั่นอาจจะหมายถึงได้ด้วยว่าเรากำลังฆ่าจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ที่ยังคงดำรงรักษาระบบนิเวศน์ให้กับสภาพแวดล้อมนั้น ๆ ด้วย ทำให้ระบบนิเวศน์ขาดความสมบูรณ์ของการพึ่งพาอาศัยเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกันได้  ทำให้ในระยะยาวพืชที่นำมาปลูกใหม่นั้นก็ขาดภูมิคุ้มกันที่ได้จากธรรมชาติและต้องพึ่งพาสารเคมีที่เป็นอันตรายอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถที่จะดำรงชีวิตได้โดยที่ไม่มีสารเคมีได้ เราสามารถที่จะสังเกตุดูเพื่อนบ้านหรือเกษตรกรทั้งหลายที่ยังคงใช้สารเคมีกันอยู่สืบไปนั้น มักจะต้องเปลี่ยนแปลงพันธุ์พืช หรือย้ายแหล่งผลิตกันอยู่บ่อย ๆ เพราะเมื่อนำสารเคมีมาใช้ก็ได้ผลในระยะสั้น ๆ แต่ถ้าดูกันยาว ๆ แล้ว   ต้นไม้ที่เป็นพืชหลักนั้นจะตายจนหมด แต่เชื้อโรคและสารเคมียังคงอยู่เช่นเดิม และอาจจะมากขึ้นกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำไป เพราะมิฉะนั้นพวกเขาทั้งหลายเหล่านั้นคงมิต้องอพยพย้ายแหล่งปลูกกันอยู่ร่ำไป แต่ถ้าเราดูแลรักษาโรคโดยใช้ระบบชีวภาพนั้นจะทำให้ระบบนิเวศน์กลับมาสมบูรณ์และยั่งยืนตลอดไป

จุลินทรีย์หรือราเขียวที่ชื่อว่า “ไตรโคเดอร์มา” คือจุลิทรีย์ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเชื้อราโรคพืช เช่น ฟัยท็อพธอร่า, ฟิวซาเรี่ยม, พิทเธียม, สเคอร์โรเธียม และ ไรซอคโทเนีย  ถ้าเราสามารถสร้างสภาพแวดล้อมให้เชื้อราเขียว ไตรโคเดอร์มา อาศัยอยู่ในดินได้นานๆ โดยการใส่ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกอย่างสม่ำเสมอ หรือนำเศษซากของหญ้า พืช ผัก ไม้ผล มาคลุมไว้ใต้โคนต้น ก็จะช่วยทำให้อุณหภูมิและสภาพแวดล้อมบริเวณนั้นมีความเหมาะสมต่อจุลินทรีย์ที่จะเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนและยาวนาน หรือไม่อย่างน้อยก็เปรียบเสมือนกับว่าเรามีทหารยามที่ทำหน้าที่ในการเฝ้าระวังรักษาเชื้อราโรคพืชที่จะเข้ามาทำลายพืชของเรา

มนตรี   บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com