สวัสดีเชียว gotoknow ทุกท่านนะจ้า
ขอสวัสดีอย่างเป็นทางการนะค่ะ วันนี้รู้สึกดีใจมาก (อิอิ) ที่สมัครเข้าบล็อกสำเร็จ เกือบแย่ๆๆ ถ้าไม่ได้ครูตุ้ม ช่วยชี้แนะ ขอบคุณมากๆๆ ค่ะ สมาชิกน้องใหม่คนนี้ขอเข้าร่วมชมรมคนชอบคิด ในการมองมุมมองการนำเสนอข้อคิดดีๆๆ เกี่ยวกับการทำงานของทุกท่านนะค่ะ พี่ๆเพื่อนๆมีข้อคิดอะไรดีๆๆช่วยชี้แนะ และแนะนำด้วยนะค่ะ
จุดประกายนักอ่านตัวน้อย ตอน “ห้องสมุดในฝัน”
“ถ้าโลกนี้ไม่มีหนังสือ เราจะ.....เศร้า อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ขาดความรู้ ไม่มีอนาคต ไม่ทันข่าวสาร เรียนไม่เก่ง ไม่ได้รับการพัฒนาการเขียน อ่าน ไม่มีความรู้ติดตัว” เป็นหนึ่งความคิดเห็นของกลุ่มเด็กๆ แกนนำ “ขบวนการหนอนหนังสือ” จากค่ายส่งเสริมการอ่าน “โครงการศูนย์สื่อเพื่อการพัฒนาเด็ก” มูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี.ซี.เอฟ.ในประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อสร้างแกนนำนักเรียนในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน พัฒนาโครงการขยายผลในโรงเรียนหลังจากอบรมเสร็จสิ้นโดยใช้ระยะเวลา 3 วัน 2 คืนต่อหนึ่งค่าย ดำเนินกิจกรรมโดยวิทยากรซึ่งเป็นพี่ๆ ใจดีจากมูลนิธิสื่อชาวบ้าน (มะขามป้อม)
ตลอดระยะเวลาการอยู่ค่าย เด็กๆ กว่าหนึ่งร้อยชีวิตจากต่างโรงเรียนในชนบทห่างไกลที่หลายคนเรียกพวกเขาว่าเด็กด้อยโอกาส วันนี้เขาได้รับโอกาสได้มาเรียนรู้การอยู่ร่วมกัน การทำงานเป็นทีมโดยผ่านกิจกรรมที่สนุกสนานหลากหลายไม่รู้เบื่อ กิจกรรมในวันแรกของการอยู่ค่ายที่น่าสนใจคือ กิจกรรมห้องสมุดในฝัน เป็นกิจกรรมที่ให้เด็กๆ ได้สามารถแสดงความคิด จินตนาการอย่างไม่จำกัดเพื่อออกแบบห้องสมุดในฝันผ่านงานศิลปะโดยให้แต่ละคนนึกถึงสถานที่ที่อยากอ่านหนังสือให้มากที่สุดแต่มีข้อแม้ว่าจะต้องเป็นที่พิเศษ แปลก มหัศจรรย์ แล้วนำมาวาดเป็นรูปภาพลงในกระดาษ A4 มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมในฝันกับเพื่อนๆ จากนั้นนำมุมในฝันของตัวเองมารวมกับเพื่อนในกลุ่มเพื่อสร้างเป็นห้องสมุดในฝันหนึ่งหลัง และมีข้อแม้เพิ่มเติมว่าต้องออกแบบห้องสมุดที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลกพร้อมตั้งชื่อห้องสมุดในฝัน เด็กๆ ทำกิจกรรมนี้ด้วยความสนุกสนานเต็มไปด้วยจินตนาการอย่างไม่น่าเชื่อ ห้องสมุดที่เด็กๆ ช่วยกันสร้างสรรค์ขึ้นจึงเป็นห้องสมุดที่ไม่ซ้ำใครในโลก เช่น
ห้องสมุดอะไรเนี่ย! “มีมุมดวงจันทร์ มุมพระอาทิตย์ มุมในใจ ภูเขาเรารักกัน อ่านบนหลังคา ในรูจมูกหนู บนหลังช้าง ในป่าช้า โคนต้นมะม่วง เมื่อเข้ามาจะรู้สึกสุข แปลกประหลาด ตื่นเต้น ตื่นตา ตื่นใจ มีความเหลือเชื่อและสนุกสนาน เห็นความเงียบสงบ” (โรงเรียนบ้านดอนกลาง จ.นครพนม)
ห้องสมุดรวมใจ “เราอยากเข้าไปอ่านในหัวใจพ่อแม่บนพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวของพระจันทร์ของโรงเรียนเรา มีตั้งสองดวงด้วยกัน เราอยากอ่านในตะเกียงแก้วที่มีหลากสี ห้องสมุดของพวกเรา มีพื้นที่หลากสีออกน่าดู มีแสงดาวระยิบระยับ สวยงาม ในท้องทะเลที่มีคลื่นใหญ่ยักษ์ด้วย อยากอ่านในห้องสมุดใต้ต้นไม้มากมาย ต้นไม้ที่ร่มรื่น ห้องสมุดของพวกเราชื่อว่าห้องสมุดรวมใจ หรืออีกชื่อหนึ่งคือห้องสมุดค่ายลูกเสือค่ะ” (โรงเรียนค่ายลูกเสือ จ.กาฬสินธุ์)
ห้องสมุดมหัศจรรย์ “ถ้าอ่านหนังสือบนท้องฟ้า จะทำให้มีความรู้สึกสบาย ถ้าอ่านหนังสือบนยอดเขาอ่านสบาย ถ้าอ่านหนังสือบันได เวลาพ่อแม่ไม่อยู่บ้านเราสามารถหยิบหนังสือมาอ่านได้ และเฝ้าบ้านด้วยถ้าอ่านหนังสือบนหลังควาย เวลาเราอ่านอยู่ควายก็จะนิ่ง ถ้าอ่านหนังสือในขวดจะทำให้ร่างกายเย็นสดชื่น ถ้าอ่านหนังสือในแก้วจะทำให้อบอุ่น ถ้าอ่านหนังสือใต้ต้นไม้จะมีอากาศ” (โรงเรียนบ้านกุดหมากเห็บ จ.ขอนแก่น)
วันนี้ความฝันของเด็กๆ ได้ถูกจุดประกายขึ้นแล้วดังจะเห็นได้จากผลงานภาพวาดและตัวหนังสือที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์รวมถึงแววตาที่มุ่งมั่นและมีความหวังว่าเมื่อกลับไปที่โรงเรียนเขาจะนำประสบการณ์และความรู้ไปถ่ายทอดให้กับเพื่อนๆ เพื่อสร้างนักอ่าน “ขบวนการหนอนหนังสือ” ให้เพิ่มมากขึ้นในโรงเรียน และชุมชน และในวันสุดท้ายของค่ายเด็กๆ ได้ร่วมกันเขียนโครงการ/แผนกิจกรรมโดยมีแกนนำครูคอยให้คำปรึกษาเพื่อทำกิจกรรมขยายผลต่อที่โรงเรียน ทั้งนี้ความฝันของเด็กๆ จะเป็นจริงหรือเป็นรูปธรรมได้หรือไม่นั้นคงต้องฝากความหวังไว้กับผู้ใหญ่ใจดีที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
กลอนจากคุณครู
การอบรมของนักเรียนในครั้งนี้ ชมว่าดีที่หนูนั้นทำได้
หนูทุกคนทำด้วยความเต็มใจ ต่างก็ได้ความสำคัญการแสดง
เมื่อกลับไปที่โรงเรียนของพวกหนู ช่วยคุณครูพัฒนาและตกแต่ง
ห้องสมุดของพวกเธอราคาแพง ทุกตำแหน่งสมบูรณ์พร้อมใช้งาน
การอ่าน คือ “ยาขม” หรือ “ขนมหวาน” กันแน่??
จากรายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติ ปี 2544-2547 พบว่าผลการประเมินคุณภาพการศึกษาของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในสาระการเรียนรู้ต่างๆ เช่น สาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ มีคะแนนเฉลี่ยเพียงร้อยละ 50 ของคะแนนเต็ม สอดคล้องกับสภาพจริงของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในสถานศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานศึกษาที่อยู่ในชนบทส่วนใหญ่ครูเน้นให้ผู้เรียนท่องจำ ครูเป็นผู้ให้ความรู้และขาดทักษะในการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สื่อการเรียนการสอนล้าสมัย และไม่เพียงพอ จึงส่งผลให้เด็กส่วนใหญ่ในชนบทและที่เป็นเด็กด้อยโอกาสไม่ใฝ่รู้ ไม่ชอบอ่านหนังสือ และไม่รักการอ่าน จากปัญหาดังกล่าวใช่ว่าผู้เกี่ยวข้องจะไม่ใส่ใจแต่ภาระงานของครูไทยในโรงเรียนประถมขนาดเล็กในชนบทช่างมากมายเกินกว่าจะมีเวลาทุ่มเทกับการสอนในห้องเรียนได้อย่างจริงจัง ที่สำคัญ “การอ่าน” ยังเป็นเสมือนยาขมสำหรับเด็กๆ อีกด้วย
โรงเรียนรัฐประชาสามัคคี อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เป็นตัวอย่างหนึ่งของความพยายามที่จะขจัดปัญหาดังกล่าวให้หมดไปจากเด็กในเรียนโดยความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ผนวกกับได้รับความสนับสนุนจากมูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี.ซี.เอฟ.ในประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้เข้าร่วม “โครงการศูนย์สื่อเพื่อการพัฒนาเด็ก” ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ผู้แทนจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู กรรมการสถานศึกษาได้เข้ารับการชี้แจงรายละเอียดโครงการ แกนนำครูได้เข้ารับการอบรม “การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน” และ “แนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้โดยใช้ ICT เป็นสื่อ” ทำให้เริ่มเห็นโอกาสและวิธีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ส่วนเด็กๆ แกนนำทั้ง 20 คนก็ได้เข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อนสร้างแกนนำด้วยเช่นกันคือ “ค่ายขบวนการหนอนหนังสือ” และ “ค่าย ICT สู่โลกกว้าง”
เมื่อเด็กๆ กลับไปถึงโรงเรียนได้ร่วมกันปรับปรุงห้องสมุดให้สวยงามตามที่ฝัน เช่น จัดหนังสือให้เป็นหมวดหมู่ มีที่นั่งอ่านที่แสนสบาย มีมุมคอมพิวเตอร์และ Internet นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนในโรงเรียนมีส่วนร่วมเช่น จัดตั้งชุมนุมรักการอ่าน กิจกรรมวางทุกงานอ่านทุกคน กิจกรรมเล่าประสบการณ์จากการเข้าค่ายให้เพื่อนๆ ฟังทั้งในชั้นเรียนและหน้าเสาธง มีการนำเสนอประโยชน์-โทษจาก Internet เล่านิทานให้น้องๆฟัง มีการจัดเวรให้บริการยืม-คืนหนังสือ และร่วมกันกำหนดระเบียบการใช้ห้องสมุดเช่น อ่านแล้วไม่เก็บเข้าที่เดิมหรือไม่ระวังรักษาหนังสือจะทำโทษโดยการให้อ่านหนังสือให้เพื่อนๆ น้องๆฟัง เป็นต้น มีการนำเพลงและ ท่าเต้นสับปะรดไปสอนให้น้องๆ เต้นตามได้รับความนิยมในหมู่เด็กๆ อย่างแพร่หลาย เด็กบางส่วนมีการจัดทำหุ่นหน้ากาก หุ่นก้านเชิด เก็บไว้ที่บ้าน และมีแผนจะดำเนินกิจกรรมห้องสมุดเคลื่อนที่ในชุมชนตอนนี้มีหนังสือเตรียมใส่กล่องไว้แล้ว (น้องขวัญ : เขตบริการ บ.รำเบอะ ต.เชื้อเพลิง) ส่วนของโรงเรียนเองมีกิจกรรมชุมนุมครูกำหนดให้ชุมนุมละไม่เกิน 30 คน แต่มีคนสนใจชุมนุมรักการอ่านเกินจำนวนแต่ไม่สามารถเข้าร่วมได้
ในภาคเรียนถัดมาทางโรงเรียนอยากขยายห้องสมุดให้กว้างขวางขึ้นแต่งบประมาณไม่เพียงพอจึงได้ได้เพิ่มพื้นที่สำหรับหนอนหนังสือที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยการทำซุ้มอ่านหนังสือเพิ่มเติม 4-5 ซุ้มนอกจากจะให้เป็นที่อ่านหนังสือและกิจกรรมที่เด็กๆ ดำเนินอย่างต่อเนื่องในเวลาว่างแล้วทางโรงเรียนยังได้จัดให้ทุกเช้าวันพุธเป็น ”วันรักการอ่าน” หลังเคารพธงชาติวันละประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อให้เด็กๆ ทุกระดับชั้นได้เข้าฐานการเรียนรู้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปโดยมีแกนนำนักเรียนเป็นผู้ขับเคลื่อนกิจกรรมเป็นหลัก ผอ.และครูในโรงเรียนที่มีทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ (รร.นี้มีครูผู้หญิงล้วน) เป็นเพียงที่ปรึกษาและเป็นผู้คอยให้ความสนับสนุนโดยเชื่อว่าเด็กๆ มีศักยภาพพอที่จะขับเคลื่อนกิจกรรมด้วยตัวเขาเองได้ลองผิดลองถูกเกิดการเรียนรู้โดยการปฏิบัติจริงตามที่กำหนดไว้ใน พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ผลที่ตามมาคือเด็กๆ เห็นความสำคัญของการอ่านและรักการอ่านมากยิ่งขึ้น มีความรักความผูกพันธ์ระหว่างกันและมีผลการเรียนดีขึ้นตามลำดับ
ฉะนั้นทุกฝ่ายจึงต้องร่วมด้วยช่วยกันส่งเสริมให้เด็กๆ รัก “การอ่าน” ที่นอกจากมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของทุกคนในโลกยุคปัจจุบันแล้ว การอ่านยังสามารถช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมได้ แต่การอ่านมิใช่ทักษะที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ต้องเรียนรู้และฝึกฝนจนเกิดเป็นนิสัย ดังนั้นการสร้างนิสัยรักการอ่านจึงเป็นสิ่งสำคัญและเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะช่วยกันส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียนเห็นความสำคัญและมีนิสัยรักการอ่านที่ยั่งยืน การอ่านจึงเป็นกิจกรรมที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องและไม่มีวันสิ้นสุด การอ่านจึงไม่ใช่ยาขมอีกต่องไปสำหรับ รร.แห่งนี้ แต่การอ่านเป็น “ขนมหวาน”ที่เด็กๆติดกันงอมแงม....
มาให้กำลังใจ คุณ Rattanaporn Chaichon
ว่าง ๆ ควรบันทึกในสิ่งที่ตนเองอยากบอกเล่ามากที่สุด และเป็นอิสระทางความคิด
การนำเสนอออกไปในแนวบวก หรือ ทางดี ทางสัมมาทิฏฐิจะดีมากครับผม
ขอบคุณมากค่ะ คุณ umi ที่มาให้กำลังใจ
แวะมาต้อนรับน้องใหม่ค่ะ เขียนมาอีกนะคะ อ่านจากงานที่ทำคิดว่าน่าจะมีเรื่องราวที่น่าประทับใจมากมายมาเล่าสู่กันฟังแน่เลย
สวัสดีค่ะ
จะรออ่านเรื่องราวที่ดีๆนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ ท่านอ.ลูกหว้า ที่แวะมาต้อนรับน้องใหม่นะค่ะ เดี๋ยวคงมีเรื่องเล่าอีกต่อไปค่ะ และท่านมณีแดง คนสวย แซ่เฮ ขอบคุณค่ะ ที่รออ่านเรื่องต่อไปนะค่ะ
สวัสดีครับ
มาให้กำลังใจอีกคนค่ะ
สวัสดีค่ะ ท่านอาจารย์ Handy
.. ขอบคุณมากค่ะ ที่ตามมาให้กำลังใจศิษย์ และช่วยชี้แนะ
สวัสดีค่ะครูแอน
.. ขอบคุณนะค่ะ ที่มาให้กำลัง
.. หากมีความคิดเห็น ประการใดช่วยชี้แนะด้วยนะค่ะ ยินดีน้อมรับค่ะ
ดีมาก
ชอบมาก