มิน่าเล่า...ภูเขาส่วนตัวหลังบ้านลูกนี้เจ้าของบ้านถึงได้หวงนักหวงหนา....ไม่รักกันจริงเธอไม่พามาเที่ยวเด็ดขาด..


ถ่ายภาพโดย "หัวหน้าไกด์ทัวร์"
.....

.....
 

เช้ามืดวันอาทิตย์ผมตื่นขึ้นพร้อมกับเสียงเทศน์ของพระอาจารย์ถาวร ทางทีวี...หลังจากพระเทศน์จบ ผมยังคงงัวเงียนัวเนียอยู่บนเตียงนอนนุ่มๆ...แต่แสงยามเช้าส่องไล่ผมให้ลุกจากเตียง ออกมานั่งชมบรรยากาศหน้าบ้าน บ้านไม้สองชั้น (เหลืออยู่เพียงชั้นเดียว) ที่ปลูกอยู่ท่ามกลางร่มครื้มตามธรรมชาติดูอบอุ่นน่าอยู่......และกาแฟร้อนถ้วยโต ปลุกให้ผมตาสว่าง....

 

กาแฟหมดถ้วยแล้ว...ผมกำลังจะเอาตัวไปเดินผ่านน้ำเรียกความสดชื่นสักหน่อย.... “อย่าเพิ่งอาบน้ำนะคะ..เราจะไปปีนเขากัน กลับมาค่อยอาบ”

 

หัวหน้าไกด์เรียกลูกทัวร์....ผมรีบเดินไปหยิบกล้องถ่ายรูปเพื่อตรวจสอบความพร้อม...แบตเตอรี่ใกล้หมดแล้ว...กล้องร้องเตือนเสียงดัง...แต่โชคยังดีที่ร้านค้าใกล้บ้านมีถ่านอัลคาไลน์ขาย...ผมเหมามาหลายแพ็ค...ตุนเอาไว้กลัวจะไม่พอใช้งาน...

 

แล้วเราก็รีบเดินตาม (ต้องเรียกว่าวิ่งสิ...เพราะเธอเดินเร็วมากๆ จนผมสปีดตามแทบไม่ทัน) หัวหน้าไกด์ทัวร์พาเรามุ่งหน้าไปทางภูเขาส่วนตัวหลังบ้าน....

  

วันนี้เราทั้งสามคนสวมหัวใจเด็กพากันเดินลัดเลาะป่าเชิงเขา...ท่าทางไกด์จะชำนิชำนาญเส้นทางเหลือเกินครับ หลังจากไต่เขามาได้สักพักหนึ่ง พอได้เหงื่อโทรมกาย (ผมคนเดียวที่มีเหงื่อ...!!) เราก็ขึ้นมาถึงลานหินซึ่งเป็นส่วนที่เรียกว่ายอดเขา....

 

โอโฮ....ภาพวิวบนเขาแบบพานอราม่าเกิน 360 องศา ทำให้หายเหนื่อย ลมเย็นๆบนยอดเขาบวกกับเหงื่อที่อาบอยู่เต็มหน้า ทำให้รู้สึกเย็นสบายสดชื่นขึ้นมาทันใด....แทบไม่เชื่อสายตาตนเองว่าภูเขาเนินเตี้ยๆ แห่งนี้จะมีเสน่ห์เย้ายวนไม่แพ้ภูเขาในที่ไหนๆ ที่ผมเคยเห็น.....

 

หยาดน้ำฝนที่เกาะบนใบไม้ใบหญ้ากระทบกับแสงอาทิตย์ยามเช้าดูระยิบระยับช่างเป็นภาพที่วิเศษ น่าประทับใจและช่วยเติมจินตนาการของผมให้กระเจิดกระเจิง...

 

วันนี้ดูเหมือนโลกจะหมุนช้าลง....เพราะผมมีเวลาหยุด....ดู....ดอกอะไรนะ...ต้นอะไรน๊า...และก็ถ่ายภาพๆๆๆๆๆ...และถ่ายภาพ (มีทั้งใช้ได้และดูไม่ได้) กล้องเริ่มจะทำท่ารวน...เริ่มงอแงกดไม่ลง...บางครั้งต้องปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่...ก็ผมกดรัวชัตเตอร์จนกล้องรับคำสั่งไม่ทัน...กล้องผมแทบพัง....

 

มิน่าเล่า...ภูเขาส่วนตัวหลังบ้านลูกนี้เจ้าของบ้านถึงได้หวงนักหวงหนา....ไม่รักกันจริงเธอไม่พามาเที่ยวเด็ดขาด....

 

เราเดินชมต้นไม้ใบหญ้ากันทั่วแล้วก็มาถึงทางลงเขา....ผมพยายามเดินทิ้งระยะสองสาวพอสมควร ทำนองเรียกร้องความสนใจว่า “อยู่ต่ออีกหน่อยเหอะนะๆๆๆ” แต่ดูท่าการเรียกร้องของผมจะไม่ประสบความสำเร็จ เธอยังคงก้มหน้าก้มตาเดินลงจากเขาไปทิ้งห่างผมไกลเรื่อยๆ ไอ้ครั้นผมจะทิ้งตัวลงนอนดิ้นบนลานหิน เหมือนหลานผมร้องกินขนมในห้างก็ใช่ที่.....ต้องเดินตามลงเขาแต่โดยดี...

 

เอาวะ....ครั้งหน้าค่อยมาอีก....ก็แล้วกัน...

 

สำหรับท่านที่ไม่สะดวกต่อการปีนเขา นครนายกมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งสวยงามน่าสนใจ และอยู่นอกเส้นทางการนำเที่ยวของทัวร์ทั่วๆ ไป....ลองติดต่อหัวหน้าไกด์ทัวร์ของเราได้...แต่ตอนนี้ทราบว่าคิวเธอถูกจองยาวเหยียดถึงปีหน้าปู๊นนนนนนน.....อิๆๆๆ

 

...

อีกวันต่อมาผมอยู่ที่บ้านแล้วครับ...ขณะที่นอนดูภาพความทรงจำจากนครนายกแบบสดๆ ร้อนๆ....ทีวีในบ้านร้องตะโกนเสียงดัง....ออกไปๆๆๆๆๆๆๆ.....

 

ฮือๆ...จะไล่ฉันไปไหน...นี่มันบ้านช้านนนนน.....