ก้าวสู่ความเป็น E
(จาก E-Department สู่ E-Faculty และ E-University)
รศ.ดร. มธุรส จงชัยกิจ
ขอเริ่มบทแรกด้วยการเตรียมใจ เพราะใจเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของคำว่า “ความสำเร็จ” เมื่อใจพร้อมกายก็มักจะพร้อมตาม ด้วยถ้ากายโอเคแต่ใจไม่พร้อม กายก็มักจะเริ่มรวนเรตามไป จริง ไหมท่านผู้อ่าน
หัวใจของความสำเร็จในการก้าวสู่ความเป็น E นั้นท่านผู้รู้กล่าว ไว้ว่ามี 4 ดวง คือ ผู้เรียน ครู/ผู้อำนวยคอร์สหลักสูตร และเทคโนโลยี
หัวใจดวงแรก: ผู้เรียน (The Students)
ทัศนคติ ทักษะ และพันธะสัญญาต่อตน คือตัวกำหนดที่จะทำให้ใจดวงนี้ประสบความสำเร็จในการเรียนแบบออนไลน์ ลักษณะที่ต้องมีจึงได้แก่ ความพร้อมด้านวุฒิภาวะ จิตใจที่เปิดกว้าง การสนับสนุน และรู้จักให้กำลังใจตนเอง การยอมรับความคิดในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ ความพร้อมที่จะทำงานแบบร่วมมือ และท้ายที่สุด ความเชื่อมั่นต่อการเรียนแบบออนไลน์ ทักษะพื้นฐานสำคัญที่ต้องมี ได้แก่ การสื่อสารด้วยการเขียนและพิมพ์ และประสบการณ์ การใช้งานเทคโนโลยีในระดับต้นๆ ในส่วนของการมีพันธะสัญญาต่อตนนั้น ได้แก่ การสละเวลา 4-6 ชม. ต่อสัปดาห์ให้แก่การทำงาน การติดตามงาน และการจัดเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีทั้งนี้ได้มีการค้นพบว่า การเรียนแบบออนไลน์นั้นช่วยส่งเสริมผู้เรียนที่ไม่ชอบแสดงออกทางคำพูด ซึ่งมักจะหลบซ่อนตัวในชั้นเรียนการเรียนในลักษณะนี้ จะเปิดโอกาสให้พวกเขาได้มีการคิดทบทวนตรวจ แก้ก่อนส่งข้อมูลออกไปได้มากกว่า กำแพงแห่งการแสดงออกที่มักขวางกั้นผู้คนกลุ่มนี้จึงหมดไป
หัวใจดวงที่2 : หลักสูตร (The Curriculum)
จำเป็น และควรอย่างยิ่งที่รายวิชาออนไลน์ หรือ Online Course จะต้องอยู่ในหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่ง เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง ยั่งยืน และมีหลักประกันด้านคุณภาพและมาตรฐานของหน่วยงานหรือสถาบันอย่างคณะ และภาควิชารองรับ ทั้งนี้
ควรมีการออกแบบหลักสูตรมาโดยเฉพาะ เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์ ที่ใช้ระยะเวลาสั้นๆ และเน้นการทำ งานแบบร่วมมือโดยอาจปรับมาจากหลักสูตรเดิมๆ และจัดทำให้เข้า กับบริบทของการออนไลน์ถ้าทำได้อย่างเหมาะสม
เนื้อหารายวิชาควรอยู่ในรูปของหน่วยสำเร็จ หรือโมดูล ซึ่งมีการ กำหนดงานการส่งงานในแต่ละส่วนอย่างเรียบง่าย ชัดเจน และไม่ ซับซ้อน การบรรยายหรือเล็คเชอร์ควรมีให้น้อยลง และแทนที่ด้วยการตั้งคำถามประเภทปลายเปิดที่เปิดกว้างจริง มีการให้อภิปรายวิจารณ์และแสดงข้อคิดเห็นได้อย่างหลากหลายแทน
ควรเน้นการประยุกต์ใช้ความรู้ในโลกและชีวิตจริง โดยขุดค้นทักษะการคิดวิเคราะห์ขึ้นมาแลกเปลี่ยนกันกับหมู่เพื่อนและ/หรือครูผู้อำนวยคอร์ส
ตัวแปร 2 ประการของหลักสูตรออนไลน์ที่ต้องคำนึงถึงจึงได้แก่ กระบวนการ (process) และผลการเรียนรู้ (Outcomes) โดยที่ กระบวนการ ต้องเน้นการบูรณาการชีวิตงาน และประสบการณ์ทางการ เรียนเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดความต่อเนื่องและความเชื่อมโยงระหว่าง ความคิดรวบยอดกับการปฏิบัติการจัดสรรเวลาให้ทำงานอย่างพอเพียง กับงานที่มอบหมายให้ใช้การท่องจำเพียงเล็กน้อย พยายามให้เกิดความ สมดุลย์ระหว่างเทคโนโลยีครูผู้อำนวยคอร์ส และผู้เรียน และมีการแทรก ใส่กิจกรรมกลุ่มและทีมในส่วนของผลการเรียนรู้นั้น ควรจะต้องวัดได้และเปิดโอกาสให้นำไปใช้จริงในชีวิตประจำวันหลักสูตรออนไลน์ควรมีวัตถุประสงค์เด่นชัดที่บรรลุได้ มีการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมตามความต้องการของหลักสูตร มีเนื้อหาสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน และควรออกแบบให้เกิด การสื่อสารสนทนากันระหว่างผู้เรียนให้มากที่สุด ให้ผลการเรียนรู้ต้องขึ้นอยู่กับตรงส่วนนี้ บรรยากาศของห้องเรียนเสมือน (Virtual Classroom) ที่มีทั้งความเปิดเผย ซื่อสัตย์ จริงใจ มุ่งการเรียนรู้ ต้องเกิดขึ้นเพื่อการนี้ ภายใต้ความรับผิดชอบดูแลของครูผู้อำนวยคอร์ส
หัวใจดวงที่3 : ครู/ผู้อำนวยคอร์ส (The Facilitator)
ควรผ่านการฝึกอบรมและถือเป็นส่วนประกอบสำคัญยิ่งของ โครงการโดยปกติจะเป็นผู้ออกแบบและดูแลรายวิชาด้วย จึงมีส่วนต่อความล้มเหลวหรือสำเร็จของโครงการเป็นอย่างมาก การฝึกอบรมบุคลิก ภาพส่วนตนและท่าทีทัศนคติ ล้วนมีผลต่อบริบทการเรียนออนไลน์ทั้งสิ้นครู/ผู้อำนวยคอร์สที่ประสบความสำเร็จ มักจะรู้จักประสานประสบการณ์ ในชีวิตความสามารถทางการสื่อสาร ความชำนาญในวิชาชีพ และเนื้อหา เข้าด้วยกันในการจัดบริบทการเรียนการสอน บุคลิกของครู/ผู้อำนวย คอร์สนับเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดบรรยากาศห้องเรียนเสมือนโดยเฉพาะการมีท่าทีในเชิงบวก และให้กำลังใจที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึกอบอุ่นและปรับตัวได้เร็วยิ่งขึ้น
หน้าที่หลัก 2 ประการของครู/ผู้อำนวยคอร์ส จึงได้แก่ การออกแบบหลักสูตรให้เหมาะสม และอำนวยการเรียนให้เกิดความพร้อม และความสะดวกโดยหลักการแล้วจึงไม่ใช่แค่การแปลงเนื้อหา คอร์ส เดิมๆ มาสู่รูปแบบดิจิตอลเสียงและวิดีโอ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่ง ได้แก่การจัดให้เกิดการมีปฏิสัมพันธ์กันและกันในระหว่างผู้เรียน ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน และระหว่างผู้เรียนกับสื่อและอุปกรณ์การเรียน รวมไปถึงชุมชนโลกขนาดใหญ่อย่างเวิลไวด์เว็บ บทบาทของครูจึงเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญจากผู้ถ่ายทอดความรู้ในห้องเรียนแบบเป็นศูนย์กลาง มาสู่การอำนวยการให้ผู้เรียน ค้นพบวิถีทางทางการเรียนของตนเองในบริบทที่เขาเองก็เป็นศูนย์กลางด้วยครู/ผู้อำนวยคอร์สจึงต้องเป็นผู้ที่มีความเชื่อในเรื่องของประสิทธิภาพด้านต่างๆ ของการเรียนแบบออนไลน์และ คุณค่า ของการคิดวิเคราะห์การนำเพียงวิธีสอนแบบเดิมมาสวมในบริบทใหม่ทางการเรียนไม่อาจก่อให้เกิดผลสำเร็จได้ การเผชิญกับความเครียด และเตรียมพร้อมรับมือกับการปรับเปลี่ยน ตั้งแต่วิถีทางแนวการสอน การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน ตลอดจนการบริหารจัดการคอร์สแบบ 24 ชม. จึงเป็นสิ่งที่ครู/ผู้อำนวยคอร์สต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวอย่างความรับผิดชอบต่างๆ ได้แก่
การวางแผนและจัดทำรายวิชา
การสร้างบรรยากาศการร่วมมือทำงานเป็นทีม ให้ผู้เรียนต้องพึ่งพากันเป็นส่วนใหญ่ โดยครู/ผู้อำนวยคอร์สต้องสามารถเป็นทั้งส่วนหนึ่ง ของทีมและสนับสนุนให้ผู้เรียน พึ่งพากันและกัน
การสร้างคำถามปลายเปิด ที่นำไปสู่การใช้สติปัญญาในการตอบ ในระดับต่างๆกันได้อย่างหลากหลายตามเป้าประสงค์ของการสอน
การกำหนดปฏิทินการทำงาน สร้างความเป็นผู้นำ และรับผิดชอบโดย ไม่ควบคุมและพยายามหาสมดุลย์ระหว่างการนำทางกลุ่ม กับการสร้างบริบทแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้นพบเป้าหมายด้วยตัวผู้เรียนเองซึ่งนำไปสู่รูปแบบประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น
การพัฒนาวิธีการเสริมแรงและให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียน
การจัดลำดับเนื้อหาและหน้าการนำเสนอต่างๆ ที่ย้อนดูได้เพื่อไม่ ให้จำนวนเนื้อหาหนักเกินไป
การออกแบบและจัดการ ให้การเรียนการสอนสอดคล้องกับความ ต้องการรายบุคคลของผู้เรียน
หัวใจดวงสุดท้าย: เทคโนโลยี (The Technology)
การคัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมได้กลายมาเป็นสิ่งที่ท้าทาย เนื่องมาจากการเติบโตอย่างเร็วรวดของ สื่อ/เครื่องมือ/โปรแกรมที่เกี่ยว ข้องหรือผ่านทางอินเทอร์เน็ต เช่น ห้องสนทนา (Chat rooms) จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) กระดานข่าวแบบฟอรั่ม (Forum) ซึ่งมีการจัดหัวข้อให้ในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนการเข้าค้นคว้าบนอินเทอร์เน็ตได้ด้วยความเร็วที่สูงและสะดวกยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การคัดสรรเทคโนโลยีควรขึ้นอยู่กับความต้องการ และจุดมุ่งหมายของโครงการออน ไลน�และควรคัดเลือกโดยยึดหลักให้ใช้งานง่าย (User Friendly) เชื่อถือได้ (Reliable) เข้าถึงได้ (Accessible) และลงทุนได้ (Affordable) ผู้สอนที่หลงไหลเทคโนโลยีมักจะชอบใช้สิ่งใหม่ๆ ที่ดูท้าทาย เช่นภาพสวยงามขนาดโตที่แสดงผลช้า และบดบังกระบวนการ เรียนมากกว่าที่จะส่งเสริมจึงควรเลือกใช้เทคโนโลยีโดยเน้นที่สามารถช่วยในการถ่ายทอดเนื้อหารายวิชาได้ดีที่สุดก่อนเสมอ
การใช้เทคโนโลยีให้ประสบความสำเร็จ จึงขึ้นอยู่กับลักษณะสำคัญคือ ความง่ายในการใช้ความเป็นเครื่องมือส่งผ่านที่แยกส่วนกับเนื้อหาและการเรียนการสอนได้อย่างไร้รอยต่อ สิ่งเหล่านี้จะมั่นใจและรู้ได้จากความรู้สึกของครู/ผู้อำนวยคอร์สเมื่อเริ่มเรียนรู้ใช้งานก่อนที่จะพัฒนา รายวิชาและจากการปฐมนิเทศผู้เรียนให้คุ้นเคย และใช้เป็นก่อนเริ่มการ เรียนการสอนอีกจุดหนึ่งของการเลือกใช้เทคโนโลยี จะอยู่ที่การเตรียมความพร้อมตํ่าสุดในการใช้ เช่น เรียกร้องเพียงแค่การมีโมเด็ม และคอมพิวเตอร์เท่านั้น (ซึ่งก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ทุกคนมีได้อยู่แล้ว)
ความเสมอภาคหรือพร้อมในการเข้าถึงเทคโนโลยี เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเสมอในการออกแบบการสอนทางไกล และท้ายที่สุดสิ่งที่พึงระวังและต้องคำนึงถึงเสมอคือ การเตรียมพร้อมแก้ปัญหาทางเทคนิคและเทคโนโลยี ในเวลาที่ระบบรวนและไม่ทำงานตามปกติ ทั้งๆ ที่ องค์ประกอบ อื่นๆเช่น ผู้เรียน ผู้สอน หลักสูตร ดีหมดแล้ว เพื่อไม่ให้เทคโนโลยีกลายมาเป็นอุปสรรค ที่ก่อกวนกระบวนการเรียนการสอนนั่นเอง
ที่มา : http://www.edu.ku.ac.th