พี่น้องครับ ช่วงนี้นักเรียนโข่งลงไปศึกษา3จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรานัดเจอกันที่ดอนเมืองอากาศกำลังขมุกขมัว มีฝนปรอยๆเล็กน้อย ได้เวลาเราก็ทยอยไปนั่งเจี๋ยมเจี้ยมบนเครื่อง เมื่อทุกอย่างพร้อม ..นักบินประกาศเสียงอ่อยๆว่า..ต้องขออภัย เราไม่สามารถออกเดินทางได้ อ้าว..ขอให้นั่งรอประมาณ30นาที ท้องฟ้าเหนือสนามบินหาดใหญ่มีปัญหา

..ดีกว่าอยู่เฉยๆนางฟ้าแจกของว่าง

หวังว่าจะให้กินขนมระงับอารมณ์ระทึก อิอิ..

   

ช่วงที่รอๆๆ  เอากล้องมาตั้งโปรแกรมกะถ่ายภาพเต็มที่

   ผมนั่งติดหน้าต่างคู่กับลุงเอก..

   ได้เวลาฟ้าเปิด เจ้านกยักษ์ก็เคลื่อนคล้อยลอยละล่องโผบินออกจาก..ตึกไทยคู่ฟ้า

   เอ๊ย..ม่ายช่าย.. ออกจากดอนเมืองมุ่งลงใต้

   ช่วงที่รอ30นาที มีความหมายกับมือกล้องหัดถ่ายอย่างมาก

   ท้องฟ้าที่เคยสลัวเริ่มสว่างเรื่อเรืองอรุโณทัย

   มองลงไปข้างล่าง  เห็นเมืองฟ้าอมร แม่น้ำเจ้าพระยา สะพานพระราม8

   กดชัดเตอร์แหลกเลยละครับช่วงนี้

   เจ้านกยักษ์บินไต่ระดับขึ้นไปเหนือหมู่เมฆสูงจากพื้นดินประมาณ20,000ฟุต  พระอาทิตย์เป็นใจ ช่วยส่องสว่างให้ท้องฟ้าสวย แต่อยู่สูงระดับนั้นจะมีอะไรให้ถ่ายละครับ นอกจากเมฆๆๆ..ก้อนเมฆที่ลอยฟ่องอวดเราอยู่ห่างๆ บางช่วงพระอาทิตย์เล่นซ่อนหาไปอยู่หลังก้อนเมฆ ค่อยๆโผล่แสงลอดออกมา  ทำให้มุมกล้องมีสีสันแปลกตาไปอีกแบบ ช่วงที่ไม่มีภาพข้างนอกโดนใจ

ผมแอบถ่ายผู้โดยสาร

เห็นคนสวยควักเครื่องสำอางมาแต่งหน้าตาปาก ดัดขนคิ้วด้วยแหละ..

บางคนอ่านหนังสือ

ส่วนมากจะแข่งกันงีบ

ตื่นมาตั้งแต่ไก่โห่ก็คงงัวเงียกันละครับ

มีผมถือกล้องจ้องท้องฟ้าอยู่คนเดียว

  

   กัปตันบินไปผมก็ถ่ายรูปไป นี่ถ้าจ้างเครื่องบินลำใหญ่ขนาดนี้มานั่งถ่ายรูปใช้เงินมากแค่ไหนก็ไม่รู้ จึงถือโอกาสอย่างนี่แหละพี่น้อง ประหยัดแถมได้ประโยชน์ ได้เห็นอะไรๆในมุมกว้างแบบสายตาเหยี่ยว บางภาพบางมุมเกิดจินตนาการ เผลอนึกว่าเราบินเข้าไปในสวรรค์ แต่ช่วงที่บินฝ่าเมฆหนาก็ระทึกระทวยใจ นึกว่าจะตกสวรรค์เสียแล้ว

   ถ่ายภาพได้ประมาณ1ชั่วโมง เจ้านกเหล็กเริ่มลดเพดานบิน

   นักบินบอกว่าทัศนวิสัยมองเห็นไกลประมาณ2,000 เมตร

   ท้องฟ้าเหนือสนามบินหาดใญ่ มีแพเมฆหนาทึบลอยปกคลุมอยู่

   ต้องบินฝ่าลงไป ต่ำลงๆๆ เริ่มเห็นทะเล ภูเขา ..และแล้วก็จอด

 

   เราทยอยลง เอากระเป๋า ออกไปหาลูกหลานชาวใต้ที่มารับ

   ตามธรรมเนียมของชาวเฮฮาศาสตร์ เจอหน้าเป็นกอด และกอด

   แป๊ดกับหวานใจ ท่านอัยการชาวเกาะ โผมาเป็นชุดแรก

   น้าอึ่ง ลุงเอก อัยการ อุตลุดกับภารกิจเฉพาะนี้

   ยกเว้นหลวงพี่ติ๊ก ใครกอดอาบัติ ไหว้ได้อย่างเดียว

   แลกกอดยังไม่ทั่วถึงก็ถูกต้อนขึ้นรถตู้เข้าขบวน

   รถตำรวจทหารนำหน้า-หลัง เดินทางเข้าเมือง

   แวะกินอาหารเช้า แล้วบ่ายหน้าไปศาลากลางจังหวัดปัตตานี

  

   ทั้งวันครับพี่น้อง

   ไปชมโรงเรียนปอเน๊าะ

   ไปดูสถานที่จริงที่ยิงกันโป้งป่างดิ้นกระแด๋วเมื่อต้นเดือน

   ไปชมหมู่บ้านชาวประมง ชมมัสยิด ที่ฝังศพโบราณ

   ไปชมโบราณสถานกือเซะที่มีกรณีลุยแหลกอันลือลั่นไปทั่วโลกเมื่อปี47

    เดินๆๆๆ ฟังๆๆๆ ถามๆๆๆ ทั้งวัน

   จนกระทั่งยามเย็นถึงได้เข้าที่พักที่CS.PATTANI HOTEL

   ระหว่างรอรับกุญแจห้อง ผู้สันทัดกรณียังชี้ให้ดูตรงลอบบี้..

   ตรงนี้ก็เคยโดนระเบิด อ้าว! วันนี้จะมีสาธิตสักตูมไหมนะ ออิ..

   ระหว่างรับประทานอาหารเย็น สถาบันพระปกเกล้าเชิญผู้รู้มาบรรยายสถานการณ์ให้ฟัง

   มีผู้สันทัดกรณีในพื้นที่ นักวิจัย นักข่าว อาจารย์มหาวิทยาลัย และฝรั่งที่มาทำกรณีศึกษา

   จวนจะอิ่ม ..ก็มีข่าวออกมาว่า..

      สนามบินภาคใต้ปิดทุกแห่ง

      จะกลับรถไฟรึ  รถไฟก็หยุดวิ่ง

      จะไปทางรถยนต์รึ  ก็กล้วบึมส์

      จะเอายังไงละพี่น้อง จะไป จะมา จะอยู่ ยังไงละนี่

      จะอิๆรึ ยากที่ตัดสินใจ