จากประสบการณ์ในการเป็นครูกว่า 26 ปีฉันมีความสุขกับการทำงานเสมอแม้ว่าบางครั้งฉันต้องพบกับปัญหาที่น่าปวดหัวมากมายหลายเรื่องแต่ฉันก็ไม่เคยท้อแท้  ปัจจุบันที่โรงเรียนเป็นโรงเรียนขนาดเล็กต้องสอนแบบรวมชั้น  ฉันสอนประจำชั้นป.1-2  และสอนวิชาภาษาอังกฤษชั้นป.1-6 และงานอื่น ๆ อีกมากมาย  ถามว่าเหนื่อยไหมกับการทำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำ (ตามแบบฉบับครูยุคปฏิรูปฯ)  ก็ต้องยอมรับว่าเหนี่อยแต่สิ่งที่ทำให้หายเหนื่อยก็คือกำลังใจ  โดยเฉพาะกำลังใจจากนักเรียนตัวเล็ก ๆ ที่เราสอน

          มีเรื่องที่อยากเล่าให้ฟังเมื่อปีการศึกษา 2549  ฉันได้รับมอบหมายให้สอนประจำชั้นป.1-2 ซึ่งเป็นครั้งแรกในการเป็นครูที่ต้องสอนชั้นป.1  มีนักเรียน 5 คน  น้องปูเป็นนักเรียนหญิงหน้าตาใส ๆ  แก้มยุ้ย  ตัวอ้วนน่ารัก  ข้อมูลที่ได้รับจากครูปฐมวัยคือ  น้องปูขาดความพร้อมในการเรียนรู้  อ่านหนังสือไม่ออก  เขียนหนังสือกลับหัว  ตัวหนังสือโย้เย้เท่าหม้อแกง  เขียนชื่อตัวเองไม่ได้  เป็นครั้งแรกที่ครูป.1 มือใหม่อย่างฉันต้องมาเจอปัญหาแบบนี้  วันแรกของการเปิดเรียนฉันเชิญผู้ปกครองน้องปูมาพบและชี้แจงทำความเข้าใจว่า  น้องปูขาดความพร้อมในการเรียนมีทางเลือกให้คุณพ่อ  2  ทางคือ  หนึ่งให้น้องปูเรียนชั้นอนุบาลอีกหนึ่งปีเพราะอายุยังน้อย  หรือสองให้น้องปูเรียนชั้นป.1 ไปก่อนถ้าอ่านหนังสือยังไม่ได้ก็จะให้เรียนซ้ำ  คุณพ่อน้องปูบอกว่า "ลองให้ครูดาสอนดูก่อนครับ  ถ้าเขาอ่านหนังสือไม่ได้จริง ๆ ก็ให้ซ้ำป.1 ผมไม่ว่าอะไร"  

         นับจากวันนั้นฉันเกิดคำถามกับตัวเองว่า  "ฉันจะสอนให้น้องปูอ่านออกเขียนได้ไหมนี่"  ฉันไม่แน่ใจในตัวเอง  ฉันรู้แต่ว่าฉันต้องพยายาม  โชคดีที่น้องปูเป็นเด็กน่ารักสอนง่ายไม่มีปัญหาเรื่องพฤติกรรม  ฉันเริ่มให้เขาเรียนจากง่ายไปหายาก  ใช้เทคนิคอ่านซ้ำ ๆ  อ่านจับเวลา  และอ่านหนังสือก่อนกลับบ้านทุกวัน

          โดยเฉพาะกิจกรรมอ่านหนังสือก่อนกลับบ้าน  จะให้นักเรียนเลือกหนังสือที่ตัวเองชอบจากมุมหนังสือในห้องเรียนมาอ่านให้ครูฟัง  พอถึงเวลาบ่ายสามโมงทุกวันเด็ก ๆ ชั้นป.1-2 จะเลือกหนังสือแล้วมายืนเข้าแถวที่หน้าโต๊ะครู  อ่านออกเสียงหนังสือที่ตนเองชอบให้ครูฟัง (ครูจดบันทึกการอ่านด้วยว่านักเรียนอ่านหนังสืออะไร  อ่านเป็นอย่างไร ถ้าใครอ่านยังไม่คล่องก็จะให้ยืมหนังสือกลับไปอ่านให้ผู้ปกครองฟังที่บ้าน)  ฉันสังเกตพัฒนาการด้านการอ่านของนักเรียนและน้องปูทุกครั้ง  น้องปูเริ่มอ่านหนังสือได้มากขึ้นเรื่อย ๆ  ทุกครั้งฉันจะกล่าวชื่นชม  สัมผัสด้วยการโอบกอดให้กำลังใจ  และบางครั้งก็ให้รางวัลทุกคนด้วยขนม 

             แววตาของน้องปูที่ใสซื่อเริ่มมีประกายแห่งความอยากรู้  ความกระตือรือร้น  น้องปูบอกว่า  "ครูขาโตขึ้นหนูจะเป็นครูเหมือนครูดา  หนูอยากเก่งเหมือนครูคะ"  ฉันรู้สึกเต็มตื้นอย่างบอกไม่ถูกความเพียรพยายามที่ฉันทุ่มเทไม่สูญเปล่า  จากวันนั้นจนถึงวันนี้  น้องปูกลายเป็นเด็กอ่านคล่อง  และมีพัฒนาด้านการเขียนดีขึ้น  ปัจจุบันน้องปูเรียนอยู่ชั้น ป.3  นอกจากน้องปูจะเป็นเด็กที่อ่านคล่องแล้วน้องปูกลายเป็นเด็กที่มีนิสัยรักการอ่าน  ผู้ปกครองจะบอกว่าอยู่ที่บ้านน้องปูจะชอบอ่านหนังสือให้พ่อแม่ฟังทุกวัน  และปัจจุบันแม้ฉันจะไม่ได้เป็นครูประจำชั้นน้องปูแล้ว แต่ถ้ามีเวลาว่างน้องปูก็จะมาหาและบอกว่า  "ครูขาหนูจะอ่านหนังสือให้ครูฟังนะคะ"  ฉันจะฟังและกล่าวชื่นชมเขาทุกครั้ง  เพราะฉันมีความเชื่อว่าคนเราจะทำอะไรให้สำเร็จได้ทุกอย่างถ้ามีกำลังใจ  หากวันนั้นฉันท้อแท้แล้วคิดว่าปูคงอ่านหนังสือไม่ได้แน่ ๆ  น้องปูก็คงไม่มีวันนี้

           ฉันอยากให้กำลังใจกับเพื่อนครูว่าอย่าท้อแท้เมื่อเจอปัญหา  เพราะยังมีคนที่ต้องการกำลังใจและความช่วยเหลือจากเราอยู่  และกำลังใจของเราก็จะได้จากเด็กของเราไงคะ

ขอเป็นกำลังใจให้คุณครูทุกคน

      จากครูดา