สนามรบ คือชัยชนะ

วันนี้ไปอบรมสบายไปหนึ่งวันไม่ต้องรบกับเด็ก อิอิ

รบกับเด็กๆ  เรามักจะใช้คำนี้เสมอในกาลเวลาที่ผ่านมา

นั่นเป็นเพราะเราตั้งใจสอนแต่เด็กไม่ตั้งใจเรียน

เหมือนเราเทน้ำใส่แก้วที่ตั้งไม่ตรง หรือแก้วคว่ำ

เรามาเปลี่ยนทัศนคติใหม่เพื่อความสุขในบั้นปลายของชีวิตครูกันดีไหม

นึกย้อนอดีตไปถึงชีวิตเราตอนเด็ก

เด็กก็คือเด็กอยู่วันยังค่ำ  เด็กมิใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก

เขาบริสุทธิ์  ไม่ได้คิดอะไรมากมาย

การได้เล่น  ได้ซุกซนสนุกยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้นใช่ไหม

ในเมื่อเด็กชอบเล่น เราก็สอนแบบเล่นๆ ดีกว่าจะดีไหม

จะได้สนุกทั้งเด็กและครู  เราก็พลอยได้ย้อนอายุลงด้วย

คราวนี้ละ  ใบหน้าเราจะต้องโดนเพื่อนทักว่า 

 "เอ! ทำไมเธอดูอ่อนกว่าวัยไปตั้งหลายปี"  อิอิ

เรามาใช้กระบวนการ KM สร้างกระบวนการเรียนรู้กะเด็กกันดีกว่า

รับรองเด็กต้องสนุกสนานและเราจะมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกทีเดียว

อีกอย่างเราก็เบาแรงให้เขาคิดเอง  ปฏิบัติเอง  ส่วนเราเหรอเป็นแค่ผู้ช่วย

เอาชื่อสวยหน่อย  ครูที่ปรึกษา  ก็แล้วกัน  เอาละได้เวลาสนุกแล้วซี

ทำโรงเรียนของเราให้เป็นสนามรัก  กีกว่าสนามรบนะคะ

วันนี้จะไปรักกับเด็ก  มิใช่รบกับเด็ก  ฟังดูเข้าท่าและสร้างสรรค์กว่าเยอะๆเลยน้อ

ครูไทยหัวใจนักสู้  สู้ๆๆๆ

กระบวนการจัดการความรู้

องค์ประกอบ
๑.ข้อมูล
๒.เวทีวิเคราะห์ข้อมูล
๓.กระบวนการเรียนรู้

๑.ข้อมูล.ที่สำคัญคือข้อมูลศักยภาพและปัญหา..ประกอบด้วย
๑.ข้อมูลของเด็ก 
  ๒.ข้อมูลความรู้
  ๓.ข้อมูลทรัพยากร..
ข้อมูลของเด็ก  ในขอบเขตนั้นๆเช่น..อายุ..เพศ..อาชีพ..สุขภาพความรู้ความขัดแย้ง
๒.ข้อมูลความรู้...องค์ความรู้ที่มีอยู่ทั้งหมดใจขอบเขตพื้นที่นั้น 
ข้อมูลทรัพยากร..ทรัพยากรธรรมชาติทรัพยากรผลิต
๒.เวทีวิเคราะห์ข้อมูล..
การนำข้อมูลทั้งที่เป็นศักยภาพ..และปัญหา.. นำมาสู่เวทีวิเคราะห์เพื่อหาความชัดเจนและแม่นยำและหาทางออกร่วมกัน
 .กระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน
คือกระบวนการเอาผลการวิเคราะห์มาทดลอง..เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่แท้จริง