วันนี้มีเรื่องให้ผมปิ๊งความคิดขึ้นมาได้หลายอย่างครับ บางทีเพราะความคุ้นเคยกับสิ่งที่เป็นอยู่ เลยทำให้มองข้ามหลายๆ อย่างที่สำคัญไป ฮิฮิ เกริ่นนำแบบนี้หลายคนอาจจะเอียนได้ ต้องขออภัย ฮิฮิ

ผมตั้งใจจะว่าวันนี้จะนั่งทำงานส่วนตัวให้เสร็จครับ ปรากฏพอไปนั่งเก้าอี้ทำงานตัวเก่า งานบริหารก็มาให้คิดตั้งแต่เช้าเลย ผมรู้สึกว่าเวลาในช่วงเช้ามันยาวนานมากครับ นั่งคิดนั่งเขียนนั่ง เดินไปชงกาแฟ กลับมาซดกาแฟ แล้วก็เขียนงานไป สักครู่ก็ลุกขึ้นไปเติมน้ำร้อน แวะแซวๆ คนทำงานในห้องเดียวกัน นั่งทำงาน ลุกไปเติมน้ำร้อน ฮือ...... หลายรอบแล้ว ก็เหลียวมองไปที่ฝาผนังจะดูนาฬิกา เออ. ไม่มีนาฬิกาแล้ว เจ้าหน้าที่ถอดไปใส่ถ่านใหม่ สามเดือนแล้วยังไม่เอากลับมา แต่ผมก็ยังไม่เลิกที่จะเงยหน้ามองนาฬิกาที่ตรงนั้น ฮาฮา ส่วนนาฬิกาข้อมือ ปกติเวลานั่งทำงานจะถอดออก เนื่องจากรู้สึกเกะกะ พิมพ์งานไม่สะดวก ออ.ความจริงอาทิตย์นี้ยังไม่ได้ใส่นาฬิกาเลย เพราะสายมันขาด ฮาฮาฮา

สี่โมงครึ่งเอง ทำไมเวลาผ่านไปช้าจัง รู้สึกว่านั่งทำงานมานานแล้วเนี๊ยะ (ที่แน่ๆ งานก็ไม่เสร็จสักอย่างหนึ่ง) มีนักศึกษาเปิดประตูห้องเข้ามา เหมือนจะเดินมาที่ห้องผม แต่ปรากฏเลี้ยวไปที่โต๊ะเจ้าหน้าที่ด้านหน้า แปลกใจเล็กน้อย มีอะไรเกิดขึ้น ดูเหมือนนักศึกษาจะรู้สึกกล้าๆ กลัวๆ จะเข้ามาในห้องผม

เวลาผ่านไปไม่นานครับ ผมได้ยินนักศึกษาคนดังกล่าวคุยปรึกษากับเจ้าหน้าที่ว่า เอาไงดี จะเข้าไปดีมัย อาจารย์จะช่วยหรือเปล่าเนี๊ยะวันนี้ ผมได้ยินอย่างนั้นก็พูดด้วยเสียงดังๆ ว่า มีอะไรก็เชิญเข้ามาสิ ผมไม่กัดหรอก ฮาฮาฮา

นักศึกษาเดินเข้ามาแล้วก็ยื่นพวงกุญแจให้ผม พร้อมบอกว่า เห็นอาจารย์หน้าเครียดๆ ดุๆ ยังงัยก็ไม่รู้วันนี้ เลยไม่กล้าเข้ามาค่ะ จริงๆ หนูมาขายพวงกุญแจจะหางบสมทบทุนโครงการ.... ของพวกหนูค่ะ อันละยี่สิบห้าบาทค่ะอาจารย์

ผมรับพวงกุญแจมา ให้เงินไปห้าสิบบาท แล้วก็บอกว่า ขอบใจนะที่ช่วยเตือนว่า หน้ากำลังดุอยู่ ดังนั้นเอาไปทั้งหมดไม่ต้องทอน

ใกล้จะเที่ยง อ.เกษตรชัย เพื่อนร่วมรุ่น เพื่อนร่วมงาน (แถมเป็นพ่อสื่อของผมอีกด้วย) เดินเข้ามาในห้องทำงาน คุยกันไปหลายเรื่อง และก็จบลงที่เรื่องสาขาวิชา ผมถามไปว่า ที่สาขาวิชาชีพครู (ต้นสังกัด) ไม่มีคนหรือ ทำไมเดินผ่านมาตอนเช้าเห็นมืดๆ อ.เกษตรชัยก็ตอบว่า มีๆ อยู่สามคน ซึ่งสองคนในนั้นเป็นอาจารย์ใหม่ ผมก็เลยเอ๋ยปากไปว่า งั้นโทรชวนทั้งสามคนไปทานข้าวเที่ยงกันดีกว่า

อ.เกษตรชัยเป็นคนโทรครับ ปรากฏอาจารย์ใหม่ที่สุดทั้งสองท่านเสริฟอาหารที่ร้ายประจำของพวกเขาอยู่แล้ว อ.เกษตรชัยก็เลยบอกว่า อ.จารุวัจน์ให้โทรมาชวนไปทานข้าว ก็ไม่เป็นไร เดี่ยวผมกับอ.จารุวัจน์จะตามไปที่ร้านเลยแล้วกัน ยังเดินไม่ทันพ้นตึกก็เห็นสมาชิกอีกท่านหนึ่งของสาขาวิชาจึงชวนกันไปด้วยกัน

ใกล้ๆ จะเสร็จจากมื้อเที่ยง อาจารย์ท่านหนึ่งก็ถามว่า "เอ๋ที่มาชวนทานข้าวด้วยกัน ท่านรอง (หมายถึงผม) มีเรื่องอะไรจะคุยหรือเปล่า" แฮะแฮะ ผมนึกว่าอาจารย์ท่านคุยเล่น แต่ผมก็ตอบความจริงไปว่า ไม่มีอะไร แค่จะมาทานข้าวด้วยกัน จนกระทั่งเสร็จมื้อเที่ยง ผมก็จะขึ้นรถกลับแล้ว อาจารย์ท่านก็ถามย้ำว่า ตกลงว่าไม่มีอะไรแน่นะ ที่มาทานข้าวด้วยกันมื้อนี้ นึกไม่ถึงว่าท่านรองจะมาทานข้าวด้วยกัน ผมละนั่งเดาว่าท่านจะบอกข่าวอะไร?

เอาละสิ เพิ่งรู้ตัวว่า ไอ้ตำแหน่งนี้มันแกะไม่ออกเสียแล้ว ขนาดมาทานข้าวกับเพื่อนร่วมงาน ก็อาจจะสร้างบรรยากาศตึงเครียดบนโต๊ะอาหารได้ด้วย ต้องขออภัยจริงๆ หน้าตาที่แสนจะหล่อเหลา พร้อมกับตำแหน่งที่เพื่อนเขาเอามาสวมให้มันแกะไม่ออกจากความเป็นผมไปเสียแล้ว ฮาฮาฮา