เมื่อมีปัญหาค้างใจ จงวิ่งหาคำตอบให้ถึงที่สุด

เอาแก้วมาสองใบ     ใบหนึ่งใส่น้ำร้อน ใบหนึ่งใส่น้ำเย็น แล้วเอามันทั้งคู่ใส่ช่องแช่แข็ง (ช่องฟรีส)  น้ำในแก้วไหนจะกลายเป็นน้ำแข็งก่อน ?

 

ในปี 1963 เด็กนักเรียนมัธยมธรรมดาคนหนึ่ง ชาวแทนซาเนีย (Tanzania) นามอีราสโต้ บี เปมบ้า (Erasto B. Mpemba) กำลังง่วนอยู่กับวิชาทำอาหาร  ระหว่างที่กำลังทำไอศกรีมให้แข็งตัวอยู่นั้น เขาก็สังเกตพบว่า ส่วนผสมที่ทำไอศกรีมที่กำลังร้อนอยู่นั้นเมื่อเอาไปเข้าช่องแช่แข็งมันกลายเป็นไอศกรีมเร็วกว่าส่วนผสมไอศกรีมที่เย็นแล้ว 

 

แม้จะเป็นการสังเกตเล็ก ๆ และดูขัดกับความรู้สึก แต่เด็กชายอีราสโต้ ก็กล้าที่จะถามครู ว่า

"ทำไมน้ำร้อนกลายเป็นน้ำแข็งเร็วกว่าน้ำเย็น  เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?"

 

ด้วยว่ามันเป็นเหตุการณ์ขัดกับสามัญสำนึก คุณครูจึงตอบคำถามของอีราสโต้เชิงเย้ยหยันว่า


"สิ่งที่เธอพบนั้นมันไม่ใช่ปรากฎการณ์ธรรมชาติที่แท้จริงหรอก มันเป็นแค่เหตุการณ์บังเอิญของเธอเท่านั้น"

 

โชคยังดี ที่อีราสโต้ ไม่ลดละความพยายามที่จะหาความจริง

เขาเข้าไปพบ ศาสตราจารย์ทางฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัย และเริ่มทำการทดลองวิทยาศาสตร์ขึ้น

 

แก้วสองใบ บรรจุน้ำในปริมาตรเท่ากัน ใบหนึ่งมีน้ำเย็นอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส  อีกใบหนึ่งมีน้ำร้อนอุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส  เอาแก้วทั้งสองเข้าไปในช่องแช่แข็ง

 

และผลการทดลองก็ยืนยันตามที่อีราสโต้ค้นพบ

น้ำที่ก่อนเคยอุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส  เริ่มเป็นน้ำแข็งก่อน !!!!

 

ในปี 1969  อีราสโต้ ได้เผยแพร่ผลการทดลองนี้ และปรากฎการณ์ธรรมชาติที่ขัดความรู้สึกนี้ ก็ถูกเรียกขานตามชื่อของเขา

" Mpemba Effect "

 

 

เรื่องนี้  ทำให้ผมรู้ว่าให้รู้ว่า

  • อย่าเย้ยหยัน ความคิดของเด็ก ๆ
  • ความช่างสังเกต ทำให้เราค้นพบสิ่งต่าง ๆ
  • จงกล้าที่จะถามว่า ทำไม กับเรื่องพื้นฐาน เพราะมันทำให้เราค้นหา ความจริงแท้ของมัน
  • เมื่อมีปัญหาค้างใจ จงวิ่งหาคำตอบให้ถึงที่สุด
  • ที่ แทนซาเนีย เขาสอนเด็กทำไอติม ด้วย

ประเทศแทนซาเนีย (จาก wikipedia)

แล้วคุณหล่ะ คิดว่าอย่างไร ?

 

* ข้อมูลเรื่อง Mpemba Effect และประเทศแทนซาเนีย จาก wikipedia.org
* ภาพถ่ายสองรูปแรก ถ่ายเล่นเอง นานแล้ว เพิ่งจะหาวิธีใช้มันได้