นึกในใจ... มันใหญ่มาจากไหน(วะ) มาตะโกนว่าคนอื่นกลางร้านอาหาร...ให้ได้อาย...

 

เช้าวันนี้พ่อของฉันโทรฯมาชวนฉันและเด็กๆไปทานปลาเผาเป็นอาหารมื้อเที่ยง...ประมาณ(อ้างว่า) แม่ของฉันอยากกิน...

 

โทรฯมาอีกทีตอน11โมงกว่า  ฉันยังอยู่บนต้นน้อยหน่าที่ปลูกไว้ข้างบ้าน  ขึ้นไปเก็บเพราะพ่อชอบมากๆ

 

จะออกไปรึยัง...บ้านนั้นโทรฯมาบอกว่าจะออกไปแล้วนา....คนในบ้านรับโทรศัพท์ แล้วตะโกนบอกฉัน

 

ฉันปีนลงจากต้นน้อยหน่า  หัวหูยุ่งเหยิง  หน้าตาไม่แต่ง  ดูไม่ได้  ใส่เสื้อยืด  กางเกงขาสั้น...ไปมันทั้งอย่างงี้แหละ  สบายๆดีออก... ร้านนี้ง่ายๆ สบายๆ... คงไม่โชคร้ายเจอคนรู้จักหรอกน้า...ได้น้อยหน่าไปฝากพ่อถุงนึงก็ดีใจแล้ว...

 

 

และขณะกำลังนั่งทานอาหารอยู่ในร้าน  ก็ได้ยินเสียงคนที่นั่งโต๊ะด้านหลังตะโกนเรียก

 

ตาๆ......

 

ไอ้ฉันก็นึกว่าเขาเพิ่งจำกันได้  ดีใจเลยเผลอทักทายกันซะเสียงดัง  ฉันเลยไม่ได้สนใจว่าคุยอะไรกันบ้าง  สุดท้ายได้ยินเสียงตะโกนว่า

 

ตาฮู้บ่  ว่าเขาบ่ให้สูบบุหรี่ในร้านอาหาร มันผิดกฎหมาย...

 

ฉันจึงหันไปดู  พอดีกับที่เขาหันมา  เป็นผู้ชายตัวใหญ่...ยืนติดโต๊ะคุณตาแก่ๆที่นั่งเงียบๆกับญาติอยู่ 3 คน  ส่วนโต๊ะของผู้ชายตัวใหญ่คนนั้น...มีหญิงชายกลางคนนั่งอยู่สัก 8 คนได้มั้ง  ท่าทางดูจะเป็น(เหมือน) ผู้ (อวด) รู้... คงทำงานสำนักงานอะไร....น่ะแหละ

 

นั่นเบิ่งดู๊... เขาชี้มาที่โต๊ะฉันและโต๊ะของเขาเอง

 

โต๊ะไหนๆเขาก็บ่สูบยากัน  มันทำให้คนอื่นเหม็น  รำคาญ  มันเป็นอันตราย  ฮู้บ่...

 

พอดีผมเองทำงานอยู่ที่ (เอ่ยชื่อหน่วยงานนึง...ฉันไม่ได้ใส่ใจจำ...) ผมรู้เรื่องกฎหมายดี  เขาห้ามสูบในร้านอาหาร  ถ้าตาอยากสูบ  พู้น...ออกไปสูบข้างนอกพู้นไป๋เขาว่า

 

ฉันสงสารคุณตาคนนั้นจับใจ ไม่กล้าหันไปดูหน้า กลัวคุณตาคนนั้นอาย  นึกในใจ... มันใหญ่มาจากไหน(วะ)  มาตะโกนว่าคนอื่นกลางร้านอาหาร...ให้ได้อาย...

 

 

สักพักคนโต๊ะใหญ่โต๊ะนั้นก็ลุกออกไป  ก่อนออกไปเขามองมาที่ฉันคงคิดว่าฉันจะยกนิ้วโป้งให้มั้ง... เสียใจ... หากเขาอยากบอกตาให้รู้  ก็พูดดีๆเบาๆก็ได้  ไม่เห็นต้องตะโกนให้ได้อายเลย

 

 

จากนั้นโต๊ะคุณตาคนนั้นก็คุยกันงึมงำๆ...ได้ยินแว่วมาว่า...

 

มาแต่ไส  บ้านไหนน้อ คือเว่าข่มกันแท้ เป็นเสียงผู้หญิงตัดพ้อ

 

จะว่าไป...ไอ้ร้านอาหารที่ทานนี่ก็เป็นเพิงไม้ธรรมดาๆนี่เอง... ไม่ใช่ห้องติดองติดแอร์อะไร...

 

จะว่าไป...ไอ้ควันบุหรี่ที่คุณตาคนนั้นสูบน่ะ  น้อยกว่าควันปลาเผาหน้าร้าน...ที่มันรมหัวฉันอยู่เนี่ยเสียอีก

หรือคุณตาคนนั้นพ่นควันบุหรี่ใส่โต๊ะเขาจนเขาหมดความอดทน(หว่า)...

 

 

จะว่าไป... ฉันสงสารตาคนนั้นแฮะ  หมดกัน...ความสุขจากการสูบบุหรี่...

นับจากนี้ไป  หากตาจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบอีก  คงนึกถึงหน้าไอ้หมอนั่นติดตาและจำเหตุการณ์นี้จนติดใจ   งานนี้มีให้ได้เจ็บปวดบ้างละ  เผลอๆ...จะงดสูบบุหรี่เพราะงานนี้ซะก็ไม่รู้

 

อืมม....จริงๆก็ดีเหมือนกันนะคะคุณตาขา... เลิกสูบบุหรี่ซะ....มันเป็นตัวพาซวยค่ะ...เชื่อหนู....

 

แต่ให้อดสงสัยไม่ได้ค่ะว่า...ผู้ชายคนนั้น  ทำแบบนั้นกับคุณตาน่ะ... มันเหมาะสมมั้ยน้อ....

 

(นำมาเล่าให้เพื่อนฟังค่ะ เพื่อจะได้ทราบว่า  สังคมเราเดี๋ยวนี้คนเปลี่ยนไปเยอะค่ะ  เผื่อใครมีเพื่อนหรือญาติที่ยังงดบุหรี่ไม่ได้  ไปสูบให้เขารำคาญ  อาจจะเจอกับเหตุการณ์แบบนี้เข้าสักวันก็ได้...)