แล้วก็ชี้แจงให้เห็นว่า "ปัญหาจะเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา" และ การจัดการความรู้แบบธรรมชาติจะเกิด และมีพลังได้อย่างไรบ้าง

         23 สค.51

    วันนี้เป็นครั้งที่สองที่ผมไปสอนนักศึกษาป.บัณฑิตวิชาชีพครู ของ มรภ.พระนคร ที่ศูนย์สมุทรปราการ  ออกจากบ้านประมาณ 7.20 น. กะเวลาว่าขับรถไปไม่เกิน 20 นาที แล้วก็เป็นไปตามคาดหมาย ผมใช้เส้นพหลโยธิน  ผ่านม.เกษตร โดยวิ่งบนทางต่างระดับ เลี้ยวเข้าวัดพระศรีฯเข้าทางประตูด้านข้าง ไม่ต้องอ้อมไปทางสี่แยกหลักสี่ ทางถนนแจ้งวัฒนะ  มาถึงอาคาร 15 ชั้นเมื่อเวลา 7.45 น.
 
    ก่อนพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับงานวันนี้  ขอเพิ่มเติมรายละเอียดบางประการของครั้งที่แล้ว จากที่เล่าไว้ใน บันทึกนี้  และ บันทึกนี้ ครับ
         เรื่องที่ตกหล่นไปได้แก่
  - การทดลองทำ Tele-lecture แบบลูกทุ่ง กับครูบาสุทธินันท์
  - เรื่องราวเกี่ยวกับการสอนในภาคบ่ายวันนั้น
  - ผลสืบเนื่องและการต่อรองของนักศึกษา

    เรื่อง Tele-lecture แบบลูกทุ่งนั้น เกิดขึ้นแบบไม่ได้ตั้งใจ ตอนที่ผมใช้สถานการณ์และปัญหาจริงๆเรื่องการใช้โสตทัศนูปกรณ์ประเภทเครื่องเสียง พูดถึงเครื่องสำรอง คือวิทยุทรานซิสเตอร์ ธานินทร์ ที่ผมดัดแปลงให้ใช้ไมโครโฟนได้ และขยายเสียงจาก Notebook เครื่องเล่น MP-3 และโทรศัพท์มือถือได้ และนำไปกันเหนียวในวันนั้น  ได้พูดถึงว่าเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือฟังได้ชัดเจนทั่วห้องเรียน ผ่้านทางลำโพงของวิทยุ  เราก็สามารถจัดการบรรยายทางไกลได้ทันที อยากฟังใครในเครือข่ายของผมให้บอกมา  พอผมเอ่ยชื่อไป 3-4 ชื่อพร้อมแนะนำสรรพคุณคร่าวๆ ปรากฏว่าเขาอยากฟัง ท่าน ครูบาสุทธินันท์ ครับ  โดยไม่ได้นัดหมาย ผมรีบต่อสายไปยังท่าน .. ความจริงไม่ได้ต่อสายหรอก  ว่าไปตามความเคยชิน  ใช้มือถือมันไร้สายอยู่ชัดๆใช่มั้ยครับ .. โชคดีมากที่โทรติด และท่านก็ได้พูดคุยให้ข้อคิดในช่วงเวลาสั้นๆกับนักศึกษา(ครู)ทั้ง 35 คน .. เป็นการทดลองเพื่อแหย่ให้เขาเห็นช่องทางการประยุกต์ใช้สื่ออย่างประหยัดและเหมาะสมเท่านั้นครับ  ไม่ได้ทำจริงจังเป็นเรื่องเป็นราวแต่อย่างใด  แต่ดูแล้วทุกคนสนใจมากครับ

     เรื่องการสอนภาคบ่ายเมื่อเสาร์ที่แล้ว ผมใช้ปัญหาสดๆอีกเรื่องหนึ่งมาเป็นสื่อการเรียนรู้ครับ  ด้วยพบว่า Internet ที่นั่นช้ามาก ทดสอบดูตอนครูเขาไปทานข้าวกลางวัน  จึงได้ต่อมือถือเข้า Notebook ใช้ GPRS แทน และพบว่า เร็วกว่ามาก อยู่ในระดับที่ใช้สอนได้  ตอนขึ้นเรียนภาคบ่ายจึงเริ่มด้วยปัญหานี้ โดยมีจุดมุ่งหมายในใจว่า เพื่อให้เขารู้กว้างๆว่า Internet ไร้สายนั้นทำได้อย่างไรบ้าง  ผมรื้อสายที่ต่อเชื่อมไว้ออกหมดเพื่อให้อยู่ในสภาพที่จะใช้ประกอบการพูดคุยกันตั้งแต่จุดเริ่มต้น ว่าจะ Connect มือถือเข้ากับ Notebook ด้วยวิธีไหนได้บ้าง  แต่พอจะสอนเรื่องนี้ผมกลับโยนคำถามสู่เวทีใหญ่ว่า ห้องนี้มีใครใช้ Internet ไร้สายมาแล้วบ้าง ปรากฏว่ามีผู้ยกมือ 4 คน ผมก็ได้ที สวมวิญญาณคุณอำนวย (Facilitater) ทันที  ดำเนินการซักถาม ปุจฉา-วิสัชนา  โดยไม่ลืมใช้หลักการของ AI (Appreciative Inquiry)ได้คำตอบหลากหลายครับ  บางรายจ่ายถึงเดือนละ 7-800 บาท และบอกว่าเลิกใช้ไปแล้ว  ที่น่าสนใจมีอยู่หนึ่งรายบอกว่า  ผมใช้ Aircard ครับ เสียบต่อเข้าช่อง PCMCIA .. และทำท่าจะเล่าต่อถึงประสบการณ์ที่มี  ผมเห็นว่าผู้ฟังส่วนใหญ่น่าจะเริ่มงง ก็เลยสวมวิญญาณคุณหม่ำ  ขัดจังหวะขึ้นว่า .. เดี๋ยวก่อนครับอาจารย์  ใช้อะไรนะ .. Aircard เหรอ เอ๊ะ เจ้า Aircard เนี่ย มันเหมือน หรือต่างกับ Airhostess อย่างไรครับ .. ได้รับเสียงฮาจากผู้ฟังพอประมาณ แล้วงผมก็เล่นกันต่อแบบ คอยจัดการให้ความรู้จากผู้เล่าไหลออกมาให้มากที่สุด และไม่พรั่งพรูออกมาเร็วจนคนฟังรับไม่ทัน  เราเลยได้เรียนรู้ว่า Aircard เป็นอย่างไร  ใช้เป็นโทรศัพท์ด้วยได้หรือไม่ ราคาเท่าไร  ค่าบริการแพงมั้ย .. ฯลฯ  สิ่งที่ผมรู้ก็ทำเป็นไม่รู้บ้าง แกล้งยิงคำถามเพื่อดึงความรู้จากนักศึกษาออกมา  จนสุดท้ายก็ถึงคิวของผู้สอน  ผมเล่าเรื่อง GPRS เหมาจ่ายเดือนละ 99 บาท ใช้ได้ 20 ชั่วโมง ของค่าย D-Tac ที่ผมใช้อยู่ และต่อใช้งานจริงๆให้ดู พร้อมชี้แนะว่า  ไม่ต้องรอระบบใหญ่เป็นแสนเป็นล้าน  เราก็สามารถดึงข่าวสาร สารสนเทศจากอากาศ เข้าสู่โรงเรียน หรือห้องเรียนได้  ลองไปคิดไปทำดู

    แล้วก็มาถึงเรื่องการแบ่งกลุ่มทำงานครับ  ผมวิเคราะห์ประเด็นจาก Course Description ออกมาได้ 9 ประเด็น  จึงแบ่งสมาชิกเป็น 9 กลุ่ม ให้เป็นเจ้าภาพ กลุ่มละหัวข้อ  หาแหล่งความรู้ หาข้อมูลมาจัดทำสื่อเพื่อนำเสนอต่อกลุ่มใหญ่ ในวันนัดหมาย  และจะได้ใช้ งาน เป็นแกนหลักในการฝึกทักษะทางการใช้ ICT เพื่อการสื่อสาร สืบค้น จัดเก็บ สร้างสรรค์ และเผยแพร่ความรู้ไปด้วยพร้อมๆกัน  จะมามัวแยกหัวข้อฟังผมบรรยายแห้งๆไม่ได้เป็นแน่แท้ 
  
     เรื่องแบ่งกลุ่มนี้ผมคิดล่วงหน้ามาแล้วว่าจะใช้แบบไหน เพื่ออะไร มีหลักการ ทฤษฎีอยู่เบื้องหลังชัดเจน  นั่นคือ ผมจะให้นับ 1-9 วนกันไป แล้วให้คนนับเลขเดียวกันเป็นสมาชิกร่วมกลุ่มการทำงานกัน  เป็นดังคิดครับ  หลังจากแบ่งไปแล้ว  ตอนเย็นมีการต่อรองว่า ขอให้พวกมาจากโรงเรียนเดียวกันอยู่ด้วยกันน่าจะดีกว่า  ผมก็เลยช่วยพูดต่อให้ว่าดีกว่าอย่างไรบ้าง  แล้วก็สรุปว่าผมรู้ว่ามันเป็นเช่นนั้น  แต่ขอให้ผมได้ทำตามที่ผมคิดหน่อยเถอะ  ขอเผด็จการเพื่ออะไรที่ดีกว่า  แล้วก็ชี้แจงให้เห็นว่า "ปัญหาจะเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา" และ การจัดการความรู้แบบธรรมชาติจะเกิด และมีพลังได้อย่างไรบ้าง  แล้วผมก็ชี้แจงเรื่องงานที่ต้องทำว่าอยู่ในขอบข่ายอะไรบ้าง  โดยจะมาคุยกันต่อในเสาร์หน้า คือวันนี้ครับ
  
     ขณะนี้รถกำลังจะเลี้ยวเข้าโรงเรียนแล้วครับ 9.00 น. พอดิบพอดีที่รถจอดให้ลงครับ  เดินผ่านเข้ามาก็พบว่านักศึกษาบางส่วนมาจับกลุ่มรอกันอยู่แล้วที่ใต้ตึก  นี่ไงครับ

      

   ผมเดินขึ้นบันไดไปห้องพักชั้น 4 เตรียมเครื่องเสียงชุดเดิม ทดสอบอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ก่อนยกไปใช้ที่ห้องเรียน คือห้องคอมพิวเตอร์ 3 ที่ชั้น 6 ครับ