เช้าวันศุกร์ ตื่นมาปลุก กระตุก ต่อมคิด

 วันนี้ตื่นเช้า เพราะนอนแต่หัวค่ำ

 เมื่อคืนไปนั้งสนทนาธรรมกับ ท่านอาจารย์หมอพรเจริญ และ ผบ.ทบ ท่าน ใต้ที่พัก ได้ฟังเพลงเก่าๆ ได้ทานอาหารที่ทำให้นึกถึงกีฬาระดับโลก คือ "เป็ดปักกิ่ง"

 จำได้ว่า ได้เคยไปทานที่ กรุงปักกิ่งเมื่อปี ๒๕๓๐ ร้านเป็ดปักกิ่ง ขนานแท้และดั้งเดิม

 หนังเป็ดที่โน่นไม่กรอบ ไม่ไร้มันเช่นเมืองไทยครับ

 แถมไม่ได้นำเนื้อไป "ผัดเมี่ยง" และ ตามด้วย "ลาบเป็ด" 

 ก็ต่างกันครับ

 เป็ดปักกิ่งเหมือนกัน

 คนไทยนำมาพัฒนา ปรับ ปรุง ให้หนังกรอบ ไร้มัน แถมเนื้อนำไปปรุงได้ เมื่อคืน ปรุงได้สามจาน ลาบเป็ดมีทั้งแบบเผ็ด และ ไม่เผ็ด มีข้าวเกรียบกรอบๆแกล้มด้วย

 ทานแล้ว "เปรี้ยวปาก" นึกถึง "บักจอนย่าง" แต่อดใจไว้ ช่วงมาทำงานไม่ให้ "ยอดข้าวเข้าปาก" เกรงว่า "กลิ่นปาก" จะไม่เหมาะ

 เล่าให้ฟัง เพื่อเป็นตัวอย่างกรณีศึกษา

 อย่างนี้แหละ

 การจัดการความรู้ นำมา "ต่อยอด พัฒนา ปรับ ให้เข้ากับ บริบท ไทยครับ

 เช้าวันศุกร์ นำข้อคิดจากท่าน ขงจื่อมาฝาก

 ท่านว่า

 "ผู้รู้ ย่อมไม่สับสน

 ผู้มีเมตตาธรรม ย่อมไม่วิตก

 ผู้กล้าหาญ ย่อมไม่หวั่นกลัว"

 ประเด็นที่สอง

 "รู้ก็บอกว่ารู้ ไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้  จึงเป็นผู้รู้"

 แปลว่า

 To Knowledge what is known as known,and what is not known as not known,

 is KNOWLEDGE.

 และสุดท้าย ตติยัมปิ คือ

 ผู้ที่เพียงแต่เรียนรู้วิชา

 ย่อมเปรียบมิได้กับผู้ที่ชอบการเรียนรู้

 และ ย่อมเปรียบมิได้กับ "ผู้ที่รักการเรียนรู้"

JJ2008 ฅ ฅน ธรรมดา