จะสามัญชน หรือพระราชา ความรักอันวิเศษนี้ จะมีได้เสมอเหมือน และเท่าเทียมกัน

เมื่อวานกลับถึงบ้านดึกมาก เพราะต้องไปเป็นพี่เลี้ยงและวิทยากร ในการเข้าค่าย คืนคนดีสู่สังคม ทำให้ไม่ได้เล่าเรื่อง ของพระเจ้าพิมพิสารต่อ

 และเพราะเมื่อคืนวานนี้ ได้นิมนต์พระมาเทศน์ให้ ชาวค่ายฟัง ท่านได้บรรยายได้ลึกซึ้งยิ่งนัก โดยเฉพาะ การได้ชีวิตของพวกเรา ผู้ได้มายืนอยู่บนโลกนี้ ด้วยความเมตตา พระคุณบิดา มารดา โดยแท้

 ดังนั้นเรื่องราวของพระเจ้าพิมพิสารในบันทึกนี้ จึงขอเล่าถึงความรักของบิดา ที่มีต่อบุตร ผู้เป็นประดุจแก้วตา ดวงใจ ลองมาฟังดูนะคะ

  พระเจ้าพิมพิสาร มีอัครมเหสีชื่อพระนางเวเทหิ ต่อมาได้ทรงพระครรภ์ ซึ่งพระเจ้าพิมพิสารทรงโสมมนัสยิ่งนัก แม้ว่าจะต้องกรีดพระพาหา เพื่อนำพระโลหิต มาให้พระอัตรมเหสีเสวย เพื่อดับกระหายจาก อาการประหลาดของพระมเหสี ที่ทรงแพ้พระครรภ์ และมีความกระหายที่ีต้องการเสวยพระโลหิต ของพระสวามีโดยเฉพาะ 

    โหรหลวงได้ทำนายว่า พระองค์จะได้พระโอรส

ที่จะทรงการปิตุฆาตพระราชบิดา ในอนาคตกาลนี้

       แม้จะทรงรับรู้คำทำนายนั้น ด้วยดวงใจของพ่อ ที่มีความรักบริสุทธิ์ต่อบุตรของตนเสมอ ก็มิได้ทรงคิดทำลายพระโอรสตั้งแต่อยู่ในพระครรภ์แต่อย่างไร กลับทะนุถนอม บำรุงรักษา จนถึงวันประสูติ ได้ยลพระพักตร์ ก็ยิ่งรักใคร่เป็นหนักหนา ทั้งพระโอรสก็มีอัธยาศัย นุมนวล อ่อนโยน เป็นที่รักตลอดมา

     จะมีใครในโลกนี้อีกหนอ

ที่จะไม่เคยคิดหวาดระแวง

ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าอาจจะเป็นศัตรูในภายภาคหน้าได้

นอกจาก พ่อแม่ ของเราเท่านั้น

 พระเจ้าพิมพิสาร จะทรงเชื่อคำทำนายโหรหรือไม่ ไม่มีใครรู้ แต่ก็ทรงตั้งชื่อพระโอรสว่า "อชาตศัตรู" แปลความหมายว่า "ผู้เกิดมาไม่เป็นศัตรู"

  สายตาผู้ให้กำเนิดทั้งหลาย จึงมองบุตรธิดาของตน อย่างเลิศเลอกว่าใครๆ เป็นสายตาบริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว เปี่ยมล้นด้วยเมตตา จนต้องอภัยในความรักนี้ ที่อาจมองเหมือนความหลงโง่งมงาย เข้าข้าง และปกป้อง ทุกการกระทำของบุตร แม้จะกลายเป็นผู้ชั่วแล้ว แต่ลูกก็ยังมีสิ่งดี ที่ใครอาจมองไม่เห็น สำหรับพ่อแม่มองเห็นเสมอ

   มีเรื่องเล่าถึงความรักของพระเจ้าพิมพิสาร ที่มีต่อพระราชโอรสของพระองค์ ว่าครั้งหนึ่ง ทรงออกว่าราชการ แต่เจ้าชายอชาตศัตรู ซึ่งยังทรงพระเยาว์ เกิดเป็นฝีที่นิ้วมือ ทรงกันแสงด้วยความเจ็บปวด จนพระพี่เลี้ยง สุดความสามารถจะดูแล จึงได้อุ้มมาหาพระเจ้าพิมพิสาร ด้วยเห็นความทุกข์ทรมานของพระราชบุตรดังนั้น ได้ทรงใช้พระโอษฐ์ ดูดหนองออกจากนิ้ว จนสิ้นและระงับความเจ็บปวดให้พระโอรสได้ แต่เนื่องจากทรงว่าราชการอยู่ จึงมิได้ลุกออกจากพระที่นั่ง คราวนั้น พระองค์จึงทรงกลืนก้อนหนองนั้น โดยมิได้รังเกียจแต่อย่างใด

  ผู้เขียนเขียนบันทึกมาถึงตรงนี้ ให้นึกถึงความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกนั้นเหลือประมาณ และรู้สึกตื้นตันใจเป็นที่สุด จะสามัญชน หรือพระราชา ความรักอันวิเศษนี้ จะมีได้เสมอเหมือน และเท่าเทียมกัน

  แต่แรงกรรมของแต่ละคน ที่กระทำผูกพันต่อกันมา ก็ไม่เคยจะแยกแยะ หรืออ่อนข้อให้กับความสัมพันธ์ต่อกันใดๆเลย พระเจ้าพิมพิสาร ก็ทรงมีกรรมกับพระเจ้าอชาตศัตรู เช่นกัน กรรมที่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต

กรรมที่แม้แต่ความรัก เมตตา ก็ไม่สามารถทำให้พระราชบุตร คิดเปลี่ยนพระทัยได้

 คงต้องขออนุญาต เล่าเรื่องต่อในบันทึกหน้า เพราะจะได้เรียบเรียงเรื่องราว จากที่ได้ฟังจากพระอาจารย์ ของวัดไทยพุทธคยา ที่ได้บรรยายไว้ รวมถึงการจะได้ค้นคว้าเพิ่มเติม ในเรื่องต่อจากนี้ไป ระหว่างพระเจ้าพิมพิสาร และพระเจ้าอชาตศัตรู ให้ได้เห็นเส้นทางกรรม ที่ต้องเกิดขึ้น จนกระทั่งดับไป

 ก่อนจบ ของนำภาพหนึ่งมาฝากไว้ ให้ได้ชมก่อนนอนค่ะ

Img_1542

ภาพที่ประทับครั้งสุดท้าย ของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นมคธ

พระเจ้าพิมพิสาร

จะเฉลยความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ ในโอกาสต่อไปค่ะ

สำหรับวันนี้

สุปราตรี...ราตรีสวัสดิ์ค่ะ