เนื่องจากเพิ่งกลับมาทำงานหลังจากที่พักงานไปประมาณสองเดือน ผมเจอส่งแปลกใหม่หลายอย่างที่คณะครับ อย่างแรกสุดที่เจอคือ เปิดประตูห้องทำงานวันแรกคือ มีโต๊ะทำงานมาตั้งอยู่หน้าห้องของผม ฮิฮิ เดิมทีคิดว่า มหาวิทยาลัยให้เลขาหน้าห้องกับเขาด้วย ที่ไหนได้ หน้าห้องผมกลายเป็นสำนักงานชั่วคราวของสาขาวิชาการจัดการ ฮาฮาฮา
ต่อมาก็เห็นเจ้าหน้าที่หน้าละอ่อนเดินเข้าออกห้องทำงานวันละหลายๆ รอบ ด้วยที่เห็นหน้าตายังเด็กๆ อยู่ก็เลยเข้าใจเอาเองว่า สงสัยเจ้าหน้าที่ธุรการ ฮิฮิ มารู้เอามาวันประชุมผู้บริหารคณะวันก่อนว่า ไม่ใช่ นั่นมันเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ซึ่งในวันนี้หัวหน้าสำนักงานคณะก็ชี้แจงการแบ่งงานให้กับเจ้าหน้าที่ใหม่ ซึ่งผมก็แย้งไปสองสามประเด็นครับ (รู้สึกจะพูดไปแล้วในบันทึกเมื่อหลายวันก่อน)
วันนี้ก่อนเข้าประชุมคณะกรรมการบริหารคณะ ผมก็เลยเชิญเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปในส่วนงานที่ผมรับผิดชอบคืองานวิชาการและวิจัยมาร่วมประชุม ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ที่ถูกเชิญงงครับ ผมก็เลยต้องถามว่า อ้าวแล้วหัวหน้าสำนักยังไม่แจ้งหรือว่า มีหน้าที่ต้องทำอะไร เจ้าหน้าที่ใหม่ก็ตอบว่า ยังครับ ยังไม่รู้เรื่องอะไร ฮิฮิ มิน่าละ เห็นแต่ทำงานธุรการ แล้วนี้มหาวิทยาลัยจ่ายค่าจ้างมากี่เดือนแล้วเนี๊ยะ ทำไมคนรับผิดชอบทำงานอย่างนี้
ผมตัดสินใจไม่รอใครแล้วครับ แบ่งงานให้เจ้าหน้าที่ใหม่ทันที แล้วก็ให้เวลาสองวันสำหรับการศึกษาข้อมูลจากเจ้าหน้าที่คนเดิม (ซึ่งรอบนี้คงหายใจสะดวกขึ้น เพราะมีงานรับงานไปช่วยแล้ว) สำหรับสัปดาห์หน้าก็ต้องเริ่มงานตามนโยบายแล้วครับ คราวนี้คิดว่า งานที่รับผิดชอบคงเดินหน้าได้ดีขึ้นครับ เพราะแยกงานออกมาชัดๆ แล้วว่า ใครจะช่วยผมเรื่องอะไรบ้าง
งานใหม่ที่ฝ่ายวิชาการต้องรับมาทำเพิ่ม คือ งานประชาสัมพันธ์ครับ เรียกร้องให้เคลือนไหวมาหลายรอบแต่ไม่เวิร์คสักที ก็รอบเสนอรับงานมาเองเสียเลย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จริงๆ ผมเดินงานนี้ตั้งแต่ก่อนคุยรับงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วครับ แถมเจ้าหน้าที่ฝ่ายก็รับลูกเร็วครับ สร้างบอร์ดข่าวหน้าห้องทันที ฮิฮิ อย่างนี้แหละถูกใจหัวหน้า
เสร็จจากการแจงงานให้เจ้าหน้าที่บริหารงาน ก็เข้าประชุมกรรมการคณะ ระหว่างรอเริ่มประชุมก็ถามรองบริหารว่า เว็บคณะเป็นงัยบ้างแล้วครับ ทำไมไม่เผยโฉมสักที ฮิฮิ โดนสวนกลับเลยครับ ที่จับประเด็นได้ก็คือ ท่านไม่ได้ทำงานนี้งานเดียว และที่สำคัญท่านต้องการให้ระบบมีความปลอดภัยสูงก่อน ฮือ ผมนึกภาพไม่ออกจริงๆ ครับ ว่า การใช้โปรแกรมเว็บสำเร็จแบบ membo joomla สร้างกลไกความปลอดภัยได้อย่างไร เพราะซอส์ดโคด์ของมันเผยแพร่ทั่วโลก ผมก็ยอมรับที่ท่านว่าแหละครับว่าผมมันประเภทคนใจร้อนครับ รออะไรนานๆ ไม่ค่อยจะได้ ฮิฮิ ผมเอาประสบการณ์ตัวเองมาวัดคนอื่นเป็นประจำ (อันนี้หัวหน้าสาขาวิชาตำหนิเอาครั้งหนึ่ง) ก็วันหนึ่งผมเกิดไปเช่าเว็บ จ่ายตังค์และติดตั้งโปรแกรม (ซึ่งไม่ได้ว่างแผนอะไรไว้เลย) และเว็บผมทำงานได้ทันทีภายในสองวัน แต่แน่นอนครับวันแรกจนถึงวันนี้เว็บผมเปลี่ยนไปเยอะ ก็ของอย่างนี้มันต้องพัฒนา จะเอาอะไรทีเดียวสมบูรณ์แบบ ผมว่าเป็นไปไม่ได้ อย่างน้อยถ้าออกมา แล้วได้รับคำติชม ก็นำไปสู่การพัฒนาได้ ผมยังรู้สึกว่า การติชมเป็นเรื่องจำเป็นของการพัฒนางานครับ
วันนี้มีวาระหลักๆ ที่ผมต้องใช้สมาธิในการพยายามทำความเข้าใจว่า ผู้เสนอว่าจะต้องการจะให้คิดอะไรกันแน่สองสามวาระครับ งงอยู่พักใหญ่ กว่าจะจับทางได้ว่าผู้เสนอวาระคิดอย่างไร และว่าจะทำอย่างไร ซึ่งผมยอมรับครับว่าวันนี้ผมค้านเยอะ ก็ผมไม่เห็นด้วยจริงๆ ทำงัยดีละจะให้นั่งนิ่งได้งัย ฮิฮิ ประชุมวันนี้เป็นครั้งแรกของผมครับสำหรับเทอมหนึ่ง
ผมอ่านบันทึกการประชุมครั้งที่ผ่านมา มีบันทึกเกี่ยวกับการรับอาจารย์ใหม่ของสาขาวิชารปศ. ก็เลยงงมากว่าเห็นในที่ประชุมครั้งที่แล้วมีการพูดถึงไปแล้ว ทำไมหัวหน้าสาขาวิชายังส่งหนังสือมาขออนุมัติอีก แล้วก็เป็นประเด็นให้ผมพิจารณาอีกรอบหนึ่ง แล้วทำไมไม่ให้จบในรอบนั้นเลย
อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องรีบค้านทันทีทันใด คือการแบ่งงานในเรื่องการเขียนรายงาน sar ในองค์ประกอบที่หนึ่งที่ฝ่ายบริหารโยนมาให้ผม ฮิฮิ ถึงผมไม่ค่อยได้อบรมหรือเข้าประชุมการประกันคุณภาพสักเท่าไร ผมก็ไม่สับสนเกี่ยวกับ kpi ของแต่ละองค์ประกอบอยู่แล้วครับท่าน รับรอง แม่น และงานส่วนใหญ่ของผมก็ส่งผลต่อผลการประเมินอยู่แล้ว งานนี้ผมกล้าท้าให้รองบริหารเปิดตำราดูได้เลย
มีปัญหาคาราคาซังอยู่สองเรื่อง แต่เป็นกรณีคล้ายๆ กัน ฟังท่านรักษาการคณบดีนำเสนอ เลยต้องถามใจท่านว่า จริงๆ ท่านอยากได้แบบไหน ผมจะได้คิดวิธีการออก ก็เลยได้ข้อสรุปสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อย งานนี้ผมว่าผมผิดอยู่ไม่น้อยเหมือนกันที่เทอมหนึ่งเซ็นหนังสือไม่รอบคอบ ปล่อยให้สาขาทำอะไรแปลก เลยทำให้การดำเนินการขั้นสุดท้ายทำได้ยากมากขึ้น
อีกงานหนึ่งที่รับมาจากการประชุมวันนี้คือ งาน km ของคณะ คิดว่าหากนิ่งดูดายเรื่องนี้คงสำเร็จยาก ฮิฮิ เขียนถึงเรื่องนี้แล้วนึกถึงคุณเอก จตุพร สงสัยลงมาปัตตานีรอบหน้า ขอเปลี่ยนจากการเป็นวิทยากรให้นักศึกษาป.โท เป็นคุยกับบุคลากรคณะเรื่อง km ดีกว่า (เห็นด้วยมัยคุณเอก)
ส่วนบรรยากาศในการประชุมครั้งนี้ ผมรู้สึกแปลกๆ ครับกับสไตล์การดำเนินการประชุมของรักษาการคณบดี แต่ก็ชอบครับ เร็วดี กระชับมาก เสนอและคุยเสร็จท่านสรุปเลย ผมเห็นด้วยกับใคร แล้วก็เอาตามนี้เลย ฮิฮิ คนรับงานก็รู้เลยว่า ต้องทำอะไรต่อ
ดีครับประชุมเร็ว แต่ กระชับ รัดกุม ครอบคลุมทุกประเด็น
ขอบคุณครับท่านอาจารย์JJ
เป็นการประชุมที่ครอบประเด็นและอยู่ในเวลาที่จำกัดดี
ผมเห็นด้วยที่จะให้พี่เอก มาบรรยายให้บุคลากรคณะบ้าง เพราะบางครั้งเราน่าจะดูมุมมองคนข้างนอกบ้าง มันจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีคิดกัน มิใช่อยู่กับสิ่งเดิมๆ ผมเห็นด้วยครับ
ขอบคุณครับอาจารย์เสียงเล็กๆ
งานนี้ก็ต้องถามไปที่คุณเอกละครับ จะว่างลงใต้มาเมื่อไรอีก จองคิวแล้วนะครับ
การประชุมกำหนดเป้าหมายของฝ่ายประกันฯ ที่มีชื่ออาจารย์อยู่ด้วย แต่จำได้ว่า อาจารย์ติดธุระสำคัญ ทำให้อาจารย์มาไม่ได้ (ต้อนรับสมาชิกใหม่)
ไม่อย่างนั้น อาจารย์ก็จะเห็นบรรยากาศการประชุมที่กระชับ และทำเวลาได้ตามกำหนดเช่นกัน เพราะเราต้องการประชุม เพื่อให้ได้มาซึ่งวัตถุประสงค์หลักคือ การกำหนดเป้าหมาย พูดคุย ว่าเราจะทำได้ ไม่ได้ ในระดับไหน สำหรับตัวแปรต่างๆ ที่มีอยู่ในระเบียบ
ส่วนจะทำอย่างไร ปรับปรุงแผนงานคณะฯ ปรับปรุงการทำงานอย่างไร เพื่อให้ได้ซึ่งเป้าหมายที่เราวางไว้นั้น เราก็คุยเหมือนกัน แต่หากใครเริ่มพูดมากไป เราก็จะเบรก และขอให้เป็นการพูดคุยในเวทีอื่น
สรุปแล้ว งานที่อาจารย์ควรมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายฯ ก็เสร็จเรียบร้อย
...
ที่อยากจะพูดในที่นี้คือ ในเมื่อเรามีเวลาประชุมที่จำกัด กว่าจะเชิญแต่ละคนที่ว่างตรงกัน มาประชุมก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะฉะนั้น เราก็อาจจะต้องวางแผนนิดนึง ไม่ว่าจะเป็นการทำความเข้าใจร่วมกันว่า วันนี้ เรามาประชุมเรื่องอะไร และเพื่อให้ได้มาซึ่งเรื่องอะไร
สุดท้าย เราก็จะได้ ในส่วนที่เราอยากได้ (ข้อสรุปในการประชุมนั้นๆ) ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่อาจจะต่อยอด จากเนื้อหาที่เราประชุม มันก็เป็นไปได้ แต่ประธานที่ประชุม ก็ต้องคุมดีดี (วันนั้น ก็เข้าใจว่า นายของอาจารย์นั่นล่ะค่ะ ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม) หากเราคุมไม่ได้ มันก็จะยึดเยื้อ แถมเนื้อหาก็ไม่จบ แล้วอาจจะต้องนัดประชุมครั้งต่อไป ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ปล. ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ด้วยคนนะคะ (เพิ่งอ่านเจอ)
น่าสนใจครับ
ประเด็น KM นี่ หากเราเคลื่อนได้ องค์กรก็เติบโตไปในทิศทางที่ยั่งยืน ผมจะนำประเด็นนี้ ลองไปปรึกษาหลายๆท่านดูครับ ในส่วนตัวผมคิดว่า "ท้าทายดี"
ส่วน แลกเปลี่ยนกับ นศ.ป.โท นั้น ผมยินดีครับ ขอเน้น การทำวิจัย ทำ Thesis ครับ ผมคิดว่า ตรงนั้นเป็นผลผลิตของวิธีคิดที่เป็นจุดแข็งของ มอย.
หาก มอย.สามารถผลิตงานวิชาการที่มีคุณภาพสูง ตอบโจทย์พื้นที่ได้ ตรงนั้นถือว่าสำเร็จครับ
ผมขอเวลาคิด ทบทวนก่อนนะครับ
ขอบคุณครับอาจารย์ ดร.ซอบีเราะห์
-ความจริงตั้งใจจะเข้าประชุมให้ได้ครับ แต่พยายามเจรจาแล้วว่า ขอให้ประชุมชั้นล่างๆ หน่อยได้มัย เพราะช่วงนี้ผมขึ้นบันไดได้แต่ลงลำบากมาก แต่ไม่ทราบเป็นงัยทางงานประกันไม่ยอมครับ ก็ยิ่งได้เป็นชั้นสี่ด้วย ยิ่งลำบาก จึงต้องส่งตัวแทนไป อีกสาเหตุหนึ่ง ก็อย่างที่อาจารย์บอกนั่นแหละครับ
-ตัวแทนที่เข้าประชุมได้มารายงานสรุปผลแล้วครับ แต่ยังไม่ได้ดูรายละเอียดมากนัก
ขอบคุณครับคุณเอกจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
-ตกลงครับ เนื่องแลกเปลี่ยนกับป.โทนะไม่เปลี่ยนแน่
- โจทย์พื้นที่สามจังหวัดเป็นโจทย์ที่สำคัญมากครับสำหรับนักวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักวิชาการที่อยู่ในพื้นที่ ผมตั้งเป้าไว้ตรงนี้เหมือนกัน แต่ความสำเร็จคงต้องใช้เวลาครับ
อาจารย์พี่เอกมาวันไหน รบกวนช่วยแจ้งด้วยนะครับ ผมเองก็อยากรับฟังไอเดีย ในฐานะนักศึกษา ป.โท แม้จะไม่ได้เรียนที่ ม.อ.ย. ก็ตามนะครับ
ขอบคุณครับอาจารย์เสียงเล็กๆ
แล้วจะประชาสัมพันธ์ครับ