ในห้องแล็บ Chem ของเรามีโทรศัพท์อยู่ 2 สาย 3 เครื่อง (เป็นสายพ่วง 1 สาย) เราจะวางไว้คนละฟากของเคาท์เตอร์กลาง เราไม่ได้กำหนดว่าใครเป็นคนมีหน้าที่รับสาย ดังนั้นโดยทั่วไปคนที่จะรับก็คือคนที่อยู่ใกล้เครื่องมากที่สุด ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ สมัยก่อนคนที่ลงทะเบียนเป็นคนรับสายเสียเป็นส่วนใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นมนุษย์มหัศจรรย์ เพราะคีย์ข้อมูลไปด้วยรับสายไปด้วยได้ ตัวเองเคยอยู่ในจุดนี้และได้เรื่องตลกให้ขำได้ทุกครั้งที่คิดถึงอย่างที่เคยเล่าไปแล้ว

แต่ทุกวันนี้บอกได้เลยว่า ตัวเองจะเลี่ยงการรับสายมากที่สุด ถ้าไม่ได้อยู่ในจุดที่งานน้อยจริงๆจะไม่รับเลย โดยเฉพาะช่วงเวรเช้า คิดไปคิดมาแล้วก็สงสัยเหมือนกันว่าเรามีเหตุผลที่แปลกไปหรือเปล่า อยากเขียนบันทึกนี้เพื่อเก็บไว้คิดอีกที และเผื่อใครอ่านแล้วช่วยบอกได้ว่าสิ่งที่เราคิดมีมุมมองอื่นๆอย่างไรบ้าง เพราะจริงๆก็รู้สึกว่า ยังยอมรับความคิดตัวเองในเรื่องนี้ได้ไม่เต็มที่นัก เป็นความข้องใจที่รู้สึกอย่างที่เป็นชื่อบันทึกนี่แหละค่ะ

โทรศัพท์ที่เคยรับส่วนใหญ่จะเป็นการขอผลด่วน ขอเพิ่มแล็บ ตามผลแล็บ ซึ่งทั้ง 3 เรื่องนี้เราจะต้องมีกระบวนการในการรับเรื่องที่ต้องทำต่อ ซึ่งจะทำให้งานที่เราทำอยู่ชะงัก พอกลับมาเริ่มใหม่ก็จะเสียเวลาหรืออาจต้องเริ่มใหม่ ในกรณีที่ตัวเองติดงานแบบนี้อยู่จะไม่รับเลย เห็นมาแล้วว่า มีหลายๆคนทนเสียงไม่ไหวต้องหยุดจากสิ่งที่ทำอยู่มารับ บางครั้งก็เลยพะวักพะวงทั้งงานที่ทำอยู่ก็เดินช้า ทั้งสิ่งที่รับมาก็ตามได้ไม่ครบถ้วน เป็นเหตุให้เกิดกรณีอีกหลายๆเรื่องตามมา เช่น มีโทรต่อว่าว่ามีคนรับสายแล้วบอกว่าจะตามให้ แล้วก็หายไปเลย

สำหรับตัวเองแล้ว รู้สึกขอบคุณใครก็ตามที่ไปรับโทรศัพท์ เพราะส่วนใหญ่แล้วในเวลาที่เราอยู่ในรัศมีของโทรศัพท์ ก็จะเป็นเวลาที่เราทำงานต่างๆทั้งนั้น และคิดแล้วว่าเราไม่สามารถแบ่งภาคให้ทำงานที่ทำอยู่ได้ดี ถ้าหากเราต้องไปรับโทรศัพท์ และหากไปรับโทรศัพท์ก็อาจจะขาดตกบกพร่องเพราะสมาธิของเรายังคงจดจ่อกับงานที่ทำค้างอยู่ เลือกที่จะทำสิ่งที่ทำอยู่ให้ดี ถ้าไม่ใช่ช่วงที่ว่างเว้นงานจริงๆ เลือกที่จะไม่รับโทรศัพท์ เพราะคิดว่าทำได้ก็ไม่ดี และทำให้ดีก็ทำไม่ได้ จึงเลือกที่จะไม่ทำ....เราคิดถูกหรือผิดกันหนอนี่