เรื่องเล่าเร้าพลัง

วันนี้ต้องหยุดเรื่อง ความทรงจำในแดนกิมจิ ตอน 3 ไว้ก่อน เนื่องจากได้รับมอบหมายจากผู้บริหารให้ครูทุกคนเขียนเรื่องเล่า เร้าพลังส่งวันพรุ่งนี้ เพื่อไปนำเสนอ งาน ตลาดนัดวิชาการ  สร้างสรรค์นวัตกรรม น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง  คู่เคียงลพบุรีมหานครแห่งการเรียนรู้ ”ใช้เวลา 30 นาทีเขียนจากความทรงจำ ความรู้สึก ณ เวลานั้น

ชื่อเรื่องเล่า       สานฝัน...กับ วันนี้ที่รอคอย
ผู้เล่า                 ครูระวิกุล   นิลสกุล   โรงเรียนวัดใดใหญ่   อำเภอเมืองลพบุรี    จังหวัดลพบุรี     สพท.ลบ.1

                 โรงเรียนวัดใดใหญ่เป็นโรงเรียนขยายโอกาสที่อยู่ชายแดน เพราะห่างจากอำเภอดอนทองจังหวัด 

สระบุรีประมาณ  500 เมตร มีนักเรียนประมาณ 250 คน สภาพของโรงเรียนและวัฒนธรรมในองค์กรเป็นแบบเรียบง่ายมีความพร้อมในการปฏิบัติตามนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัดเป็นอย่างดี ในปี  2547 ดิฉันได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการโรงเรียนให้เข้ารับการอบรมโครงการIntel@ Teach เนื้อหาการอบรมเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบูรณาการการเรียนการสอนโดยมุ่งเน้นให้นักเรียนมีทักษะการคิดขั้นสูง และมีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21  ดิฉันกลับมาด้วยความไม่มั่นใจเพราะภาระผูกพันว่า ต้องขยายผลให้เพื่อนครู 20  คน ปัญหาคือ คอมพิวเตอร์ สถานที่ ไม่พร้อม  แต่ด้วยคำพูดที่มักจะพูดกับตัวเองอยู่เสมอว่า คนฉลาดมักมองเห็นโอกาสในทุกปัญหา ดิฉันจึงวางแผนการทำงานร่วมกับเพื่อนครูและใช้เวลาภายใน 2  เดือนขยายผลได้สำเร็จซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย ตั้งแต่ ผู้บริหารโรงเรียน ประธานศูนย์เครือข่ายฯ และเพื่อนครูที่เปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ มาพัฒนาวิชาชีพของตนหลังจากนั้นดิฉันต้องนำความรู้มาใช้ในการสอนนักเรียน ปัญหา คือไม่มีคอมพิวเตอร์ที่จะให้นักเรียนใช้ ซึ่งก็เป็นปัญหากับการสอนของดิฉันมากเพราะแผนการสอนของโครงการเน้นให้นักเรียนต้องใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการเรียน ดิฉันคิดว่า ถ้าไม่มีก้าวแรกก็จะไม่มีก้าวที่สอง ดังนั้นจึงตัดสินใจเลือกเด็ก 1 คนที่มีแววการเรียนรู้ได้เร็วไปฝึกการใช้คอมพิวเตอร์ที่บ้านของดิฉันและนำคอมพิวเตอร์แบบพกพามาโรงเรียนให้เด็กที่เรียนรู้จากดิฉัน ไปขยายผลต่อกับเพื่อนอีก 2-3 คน เมื่อให้นักเรียนทำชิ้นงานจะต้องแบ่งนักเรียน เป็นกลุ่มที่ใช้กระดาษผลิตชิ้นงาน กับกลุ่มที่ใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งบางครั้งก็สงสารเด็ก ๆ ที่มักจะถามอยู่เสมอว่าเมื่อไรโรงเรียนของเราจะมีคอมพิวเตอร์ใช้ในการเรียนสักที ดิฉันก็ได้ตอบเด็ก ๆ ในใจ ว่าคงจะมีสักวันถ้าครูมีโอกาสครูจะสานฝันให้พวกเธอเป็นความจริง ดังนั้นเมื่อดิฉันเดินทางไปประชุมการทำงานกับโครงการIntel@Teach หรือไปเป็นวิทยากรอบรมครูในแต่ละภูมิภาค(เนื่องจากได้รับตำแหน่งวิทยากรอาวุโสของโครงการ) ก็จะนำโครงงาน ชิ้นงานที่บ่งบอกว่านักเรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ได้โดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ ไปนำเสนอ และก็จะเล่าเบื้องหลังของการทำงานของเด็ก ๆ ให้ผู้ใหญ่ในโครงการ และผู้เข้ารับการอบรมที่เป็นครูโรงเรียนเล็ก ๆ และประสบปัญหาคล้าย ๆ ดิฉันฟัง  ดิฉันจะพูดติดตลกกับทุกคนเสมอว่าปัญหามีไว้แก้ไม่ใช่มีไว้กลุ้ม หลายคนมักจะหัวเราะ แต่ดิฉันก็เชื่อว่าสิ่งที่ดิฉันบอกพวกเขาจะเป็นแนวทางให้หลาย ๆ คนมองเห็นว่าทุกปัญหามีทางแก้ของมัน และข้อสำคัญในยามที่พบปัญหาดิฉันจะบอกกับตัวเองเสมอว่า การทำงาน ที่ประสบความสำเร็จ ท่ามกลางความขาดแคลน  เป็นการพิสูจน์ค่าของคนทำงาน

                   หลังจากนั้นไม่นานดิฉันก็ได้รับข่าวดีจากโครงการ  Intel@  Teach ว่าโรงเรียนวัดใดใหญ่ได้รับคอมพิวเตอร์ใหม่จำนวน 23 เครื่อง เนื่องในวโรกาส 80 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโครงการIntel ได้เห็นความมุ่งมั่นในการทำงาน เลยให้โอกาสกับเรา และวันที่ทุกคนรอคอย ในวันที่ 7 พฤศจิกายน  2550 (ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของดิฉัน)เครื่องคอมพิวเตอร์ก็เดินทางมาถึง นับเป็นของขวัญที่ดีที่สุดเท่าที่ดิฉันเคยได้รับมาในชีวิต ดิฉันได้เห็นรอยยิ้มของเด็ก ได้เห็นแววตาที่ฉายแสงของความสุขในเวลาที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เด็ก ๆ หลายคนสารภาพว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสคอมพิวเตอร์จริง ๆ  ดิฉันรู้สึกตื้นตันใจ และภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของความสุขอันยิ่งใหญ่ของเด็ก ๆ ต้องขอขอบคุณสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน(สทร)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน บริษัทอินเทลไมโครอิเล็กทรอนิกค์ประเทศไทย จำกัด ที่ร่วมกันสานฝัน...กับวันนี้ที่รอคอย ให้กับนักเรียนโรงเรียนวัดใดใหญ่