เปิดอ่าน นิตยสาร Secret ฉบับที่ 3 หน้าปกเป็นมอส ปฏิภาณ ติดใจบทความ "ข่าวการเมือง" เขียนโดย ทันตแพทย์สม สุจีรา ผู้เขียนหนังสือ THE SECRET อันโด่งดัง

เหตุที่สนใจนอกจากความวุ่นวายทางการเมือง แล้วทำให้ประชาชนแตกความสามัคคีอย่างไม่ฉลาดกันแล้ว การเมืองในมหาวิทยาลัยท้องถิ่นก็กำลังร้อนแรง ยิ่งไปเห็น Secret Box ที่ทางนิตยสาร เน้นไว้ว่า

"...หิริโอตตัปปะ หิริ คือ ความละอายต่อบาป และโอตตัปปะ คือ ความเกรงกลัวในผลของบาปนั้น ๆ ถ้าปราศจากธรรมนี้แล้ว ไม่ควรแม้แต่จะคิดเข้ามาบริหารประเทศ..."

ได้แต่ร้องในใจว่า ใช่เลย ถูกใจฉันเลย ... แคเราได้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่มี "หิริโอตัปปะ" ไฉนเลย การเมืองในมหาวิทยาลัยจะวุ่นวายเลียนแบบการเมืองระดับประเทศฉะนี้

ลองอ่านนะครับ :)

 

:) ............................................................................................................................... (:

 

ผมนั่งอ่านข่าวการเมืองด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ ลำพังเฉพาะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มจะซวนเซเพราะราคาน้ำมันก็น่าเป็นห่วงมากพออยู่แล้ว เรายังแตกความสามัคคีกันถึงขนาดประชาชนและทหารแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน

การเลือกตั้งที่ผ่านมา เสียงส่วนใหญ่เลือกให้พรรคหนึ่งมีสิทธิ์ในการบริหารประเทศ แต่เสียงส่วนน้อยซึ่งอยู่ในกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ ๆ มีมติไม่ยอมรับรัฐบาลชุดนี้ และแม้จะเป็นเสียงส่วนน้อย แต่เงินภาษีทั้งหมดของประเทศร้อยละแปดสิบมาจากประชาชนในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพมหานคร ดังนั้นจึงเป็นสิทธิ์ของพวกเขาเช่นกันที่จะต้องออกมาปกป้องเงินของตัวให้รอดพ้นจากการคอร์รัปชันของนักการเมือง

ไม่มีครั้งใดในประวัติศาสตร์ไทยที่ประชาชนจะแบ่งแยกออกเป็นสองฝ่ายอย่างสุดขั้วเช่นนี้ ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ ได้ผ่านปรากฎการณ์แบบนี้ไปแล้ว เช่น จีนกับไต้หวัน เกาหลีเหนือกับใต้ เวียดนามเหนือกับใต้ มาเลเซียกับคนจีนและสิงคโปร์ หรือแม้แต่ประเทศต้นตำรับประชาธิปไตยอย่างสหรัฐอเมริกา ก็เคยเกิดสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้จนบาดเจ็บล้มตายไปจำนวนมาก ตอนนี้สงครามกลางเมืองของประเทศอื่น ๆ จบไปนานแล้ว แต่ประเทศไทยเพิ่งมีเค้าจะเริ่มต้น

ต้นกำเนิดของความขัดแย้งนี้มาจากโลภะและความหลง ในหมู่กิเลสอันยิ่งใหญ่ของมนุษย์ อันได้แก่ รัก โลภ โกรธ หลงนั้น กิเลสที่น่ากลัวที่สุดสองอันดับแรก คือ หลงและโลภ กฏหมายของประเทศที่พัฒนาแล้ว จึงห้ามผู้นำทางการเมืองดำรงตำแหน่งเกินสองสมัยติดต่อกัน เนื่องเพราะว่าความหลงอำนาจและความโลภเป็นกิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในขันธสันดานของมนุษย์ทุกผู้ทุกคน

ธรรมะที่นักการเมืองทุกคนควรมีประจำใจก็คือ หิริโอตตัปปะ  หิริ คือ ความละอายต่อบาป และ โอตตัปปะ คือ ความเกรงกลัวในผลของบาปนั้น ๆ ถ้าปราศจากธรรมนี้แล้ว ไม่ควรแม้แต่จะคิดเข้ามาบริหารประเทศ

ในประเทศสหรัฐอเมริกา ทหารระดับนายพลผู้หนึ่งนำเหรียญกล้าหาญมาติดโดยที่ไม่ได้รับจริง ๆ เมื่อนักข่าวจับได้ เขารู้สึกละอายใจมากจนต้องฆ่าตัวตาย รัฐมนตรีประเทศที่พัฒนาแล้วที่ทำผิดพลาด แม้เรื่องเล็กน้อย เช่น ไปตีกอล์ฟในวันที่เกิดแผ่นดินไหว ถึงจะเป็นวันหยุดและเหตุการณ์ภัยพิบัติเกิดขึ้นทีหลัง แต่เขาก็รู้สึกละอายใจและประกาศลาออกจากตำแหน่งทันที

จุดอ่อนที่สำคัญจุดหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทยก็คือ เราไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใคร ไม่เคยถูกทำร้ายอย่างเจ็บปวดแสนสาหัสเหมือนเกาหลี จีน เวียดนาม ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ ฯลฯ ความรู้สึกรักชาติของนักการเมืองและคนไทย เมื่อเทียบกับประชาชนในประเทศเหล่านั้นน้อยกว่ามาก สามสถาบันหลักที่ทำให้ประเทศคงอยู่ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สถาบันแรกไม่พลังเพียงพอ เพราะความรักชาติของคนไทยยังไม่เข้มข้นเท่าที่ควร

สถาบันหลักที่สอง คือ ศาสนา ก็ไม่แข็งแกร่งเพียงพอในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นคาทอลิก มีผู้นำทางธรรมเป็นศูนย์กลาง ทำให้ประเทศนี้คงอยู่ได้ รวมไปถึงผู้นำทางศาสนาในอินโดนีเซีย มาเลเซีย หรือประเทศใหญ่หลากเชื้อชาติอย่างอินเดีย เมื่อเกิดวิกฤติ ผู้นำทางศาสนาก็จะออกมาเป็นผู้นำในการกู้ชาติ แต่สำหรับประเทศไทย พลังธรรมะไม่มีอำนาจพอที่จะพาชาติผ่านวิกฤติการณ์ได้

สถาบันหลักสถาบันเดียวที่ทำให้ชาติไทยคงอยู่ทุกวันนี้ได้ นับตั้งแต่อดีตกาล ก็คือ สถาบันพระมหากษัตริย์ แม้นับเพียงช่วงเวลาห้าสิบปีที่ผ่านมา ประเทศไทยหวุดหวิดจะเกิดสงครามกลางเมืองอยู่หลายครั้ง แต่เพราะพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม เราจึงรอดพ้นและสร้างชาติมาได้จนถึงทุกวันนี้

ปัจจุบัน มีการแบ่งฝ่ายในวงการทหารเป็นสองฟากอย่างชัดเจน ประชาชนก็แบ่งภาคอย่างชัดเจนเช่นกัน จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีการจุดประกายสงครามกลางเมืองขึ้น ถ้าประเทศอื่นที่วางเกมการเมืองเก่ง ๆ ต้องการแบ่งให้ไทยแยกเป็นไทยเหนือและไทยใต้ การจะวางแผนยุยงให้แตกประเทศด้วยเงื่อนไขในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

จะมีประโยชน์อะไร เมื่ออยู่บนเรือลำเดียวกันแล้วทะเลาะกันจนเรือแตก หรือ รบกันจนเผาเรือตัวเอง ในที่สุดก็จะเสียทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครได้อะไรเลย

 

:) ............................................................................................................................... (:

 

ขอบคุณแนวคิดของคุณหมอนะครับ เปิดความคิดดีจัง :)

บุญรักษา ทุกท่าน ครับ

 

 

แหล่งอ้างอิง

สม สุจีรา, ท.พ.  "ข่าวการเมือง",  Secret.  1, 3 (สิงหาคม 2551) : หน้า 28 - 29.