ในการประชุม “การนำเสนอการวิจัย เรื่อง คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยระยะสุดท้ายในโครงการกัลยาณมิตรโรงพยาบาลแม่สอด  ในโครงการพัฒนาต้นแบบการสร้างเสริมสุขภาพในบริบทพยาบาล ระยะที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๒”    ที่โรงพยาบาลแม่สอด เมื่อวันที่ ๑๑ ส.ค. ๕๑   ท่านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตาก นพ. ปัจจุบัน เหมหงษา มาเป็นประธานในพิธีเปิด และกล่าวเปิดแบบพูดปากเปล่า มีใจความจับใจผมมาก    เพราะท่านโยงให้เห็นภาพใหญ่ของบริการสุขภาพอย่างหนึ่งคือความขัดแย้งระหว่างคนไข้กับหมอ หรือกับโรงพยาบาล   จนมีการฟ้องร้องขึ้นศาลและมีการตัดสินจำคุกแพทย์ ซึ่งไม่มีประเทศใดในโลกเขาทำกัน


          ผมปิ๊งแว้บทันที ว่ากิจกรรมการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ที่มีการสื่อสารความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ ระหว่างผู้ให้บริการกับผู้ป่วยและญาติมิตรนี่แหละ คือเครื่องมืออย่างหนึ่งในการป้องกันความขัดแย้งที่กล่าวถึง  

 
          เพราะกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมจากใจถึงใจ   เป็นกิจกรรมที่จะสร้างความเห็นอกเห็นใจ ไว้วางใจ ซึ่งกันและกันระหว่างโรงพยาบาลกับชุมชน   ในกรณีเช่นนี้หากทางโรงพยาบาลพลาดพลั้ง (ซึ่งย่อมมีได้เป็นธรรมดาแม้จะป้องกันอย่างดีแล้ว) ชุมชนจะช่วยกันปกป้อง    โรงพยาบาลจะไม่โดดเดี่ยว


          ผมจึงเกิดความคิดเรื่องโจทย์วิจัย R2R (ไม่ทราบว่าเป็นโจทย์ที่ดีหรือไม่) ว่า “การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย กับการป้องกันความขัดแย้งระหว่างผู้รับบริการกับผู้ให้บริการในโรงพยาบาล”    โดยที่ผมมองที่ risk management หรือการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ โรงพยาบาล   มองการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายเป็นเครื่องมือสร้างโรงพยาบาลให้คนรัก   มองว่าเป็นเครื่องมือสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ   ทำวิจัยตอบโจทย์ว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้คนรักและหวงแหนโรงพยาบาล    มีวิธีสร้างปัจจัยเหล่านั้นขึ้นมาได้อย่างไร   การดูแลผู้ป่วยใกล้ตายแบบ HHC มีส่วนช่วยอย่างไร

 

วิจารณ์ พานิช
๑๒ ส.ค. ๕๑
วันแม่

 

พญ. กนกนาถ พิศุทธิกุล ผอ. รพ. แม่สอด กำลังกล่าวรายงาน  น่าชื่นชมที่ท่านให้การสนันสนุนทีมวิจัยอย่างดียิ่ง

 

นพ. ปัจจุบัน เหมหงษา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตาก กล่าวเปิดงานอย่างน่าจับใจ ทำให้เห็นภาพใหญ่ของระบบบริการสุขภาพ