ชีวิตนี้ที่ได้เกิดมาก็เพราะความหลง หลงในรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส อันรวมเรียกเข้าว่าเป็นกิเลส ตัณหา และอุปทาน
เมื่อมีความเกิดก็ย่อมมีความทุกข์ติดตัวขึ้นมาด้วยเสมอไป
บุคคลที่ที่ยังพอใจในการเกิดบุคคลนั้นย่อมเกิดขึ้น
ใคร ผู้ใด ที่สามารถถ่ายถอนความพอใจในการเกิดเสียได้ บุคคลนั้นย่อมตัดและวางภาระแห่งความทุกข์จากความเกิดนั้นเสียได้
แต่เมื่อใดที่เรายังพอใจในตัณหา และราคะ สุขและสนุกกับความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่โลกนั้นฉาบทา และปรุงแต่ง เมื่อนั้นเราก็ย่อมที่จะต้องประสพทุกข์อยู่ร่ำไป
ชีวิตนี้เราเกิดมาก็ย่อมมีความทุกข์ติดตามขึ้นมาด้วย เปรียบเสมือนกับเห็ดที่โผล่ขึ้นจากดินแล้วย่อมนำดินติดขึ้นมาด้วย
เมื่อใดเรายังมีชีวิต เราก็ต้องรู้จักความทุกข์ที่ติดตามมากับชีวิต และขันธ์ทั้ง ๕ นี้เอง เป็นตัวทุกข์
จงเรียนรู้ทุกข์ เพื่อรู้จักทุกข์
เมื่อรู้จักทุกข์แล้วจงวางทุกข์นั้นเสีย
เมื่อวางทุกข์เหล่านั้นได้ จิตของเราก็ย่อมที่พบกับความสุขที่แท้
สุขจากการที่ไม่ต้องเกิด
เมื่อไม่เกิดจึงไม่ทุกข์
เพราะทุกข์นั้นเกิดขึ้นสืบเนื่องจากการเกิด
การเกิดใดที่จะไม่ทำให้ทุกข์นั้นเป็นไม่มี...

การเกิดใดที่จะไม่ทำให้ทุกข์นั้นเป็นไม่มี...เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
ทุกข์จริงๆ
การเกิด มาพร้อมกับ การที่เรามักหลงผิด ยึดตัวกูของกู ชีวิตกูไว้เสมอๆ เลย
นมัสการขอรับพระคุณท่านสุญฺญตา
กราบ 3 หนขอรับพระคุณท่านสุญฺญตา.